กล้ามเนื้ออ่อนแรง

กล้ามเนื้ออ่อนแรง (痿证 , Amyotrophic Lateral Sclerosis)
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือ ALS (Amyotrophic Lateral Sclerosis) จัดเป็นโรคที่พบมากที่สุดในกลุ่มโรคเสื่อมของเซลล์ควบคุมกล้ามเนื้อทั้งในส่วนของสมองและไขสันหลัง โดยมีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง กล้ามเนื้ออ่อนแรงและลีบเล็กลงเรื่อยๆ มักจะเกิดบริเวณมือ แขน ขาหรือเท้าข้างใดข้างหนึ่งก่อนและจะค่อยๆเป็นมากขึ้นจนลามไปทั้ง 2 ข้าง ร่วมกับมีอาการกล้ามเนื้อเกร็งหรือกล้ามเนื้อกระตุก ต่อมาจะมีอาการพูดลำบาก กลืนลำบาก หายใจติดขัดและหอบเหนื่อยจากกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจอ่อนแรงจนกระทั่งเสียชีวิต ส่วนใหญ่ร้อยละ 75 จะพบอาการเริ่มแรกที่แขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่งก่อน ร้อยละ 25 ผู้ป่วยที่แสดงอาการครั้งแรกด้วยการกลืนหรือพูดลำบาก ส่วนสาเหตุการเกิดโรคที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่าประมาณร้อยละ 10 ของผู้ป่วยเกิดจากพันธุกรรม โรคดังกล่าวมักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ส่วนใหญ่เกิดในช่วงอายุ 40 – 60 ปี
สาเหตุของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
โรคนี้เกิดจากเซลล์ประสาทเสื่อมสภาพหรือถูกทำลายทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง ซึ่งเซลล์ประสาทในส่วนนี้จะทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว โดยสมมติฐานเชื่อว่าโรคนี้เกิดจากหลายเหตุปัจจัยก่อให้เกิดโรคร่วมกันได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม โดยมีประวัติสัมผัสกับโลหะหรือสารเคมีบางชนิดที่อาจทำให้ประสาทนำคำสั่งเกิดการทำงานผิดปกติ
อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
โรคนี้สามารถเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยอาจเริ่มจากที่มือ เท้าหรือแขนจากนั้นจะค่อยๆไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย โดยสามารถสังเกตอาการได้ ดังนี้
- กล้ามเนื้อแขน ทำให้แขนไม่มีแรง กำมือไม่ได้ข้างใดข้างหนึ่ง จากนั้นแขนจะเริ่มลีบลงแล้วจะลามไปยังแขนอีกข้างหนึ่ง
- รู้สึกปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง อาจเกิดอาการกระตุก รวมทั้งบริเวณแขนไหล่และลิ้น อาจมีอาการแข็งเกร็งทำให้ไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้ บางรายอาจมีอาการหนักจนไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้
- ไม่สามารถควบคุมกะบังลมได้ จึงทำให้หายใจไม่สะดวก
การวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ เพื่อวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อโดยตรง
- การตรวจชักนำประสาท เพื่อกระตุ้นเส้นประสาท วัดการทำงานของเส้นประสาท
- การตรวจ MRI SCAN เพื่อตรวจดูความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในโพรงกระดูกหรือไขกระดูก
- การเจาะน้ำไขสันหลัง เพื่อวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลางและสมอง

กล้ามเนื้ออ่อนแรงในทรรศนะทางแพทย์แผนจีน
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (痿证 เหว่ยเจิ้ง) คือ โรคที่เกิดกับแขนขา เส้นเอ็น เส้นลมปราณทำให้เกิดอาการหย่อน อ่อน ไม่มีแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามใจหรืออาจมีกล้ามเนื้อที่ลีบหดเล็กลง การแพทย์แผนจีนเชื่อว่าโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมีความสัมพันธ์กับเสียชี่ที่เป็นความร้อน หรือเกิดจากการตรากตรำทำงานหนัก เกิดจากอารมณ์ที่ผิดปกติ เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์มากเกินไป และยังเชื่อว่าโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมีความสัมพันธ์กับความร้อนชื้น
ขอบเขตของโรค
พบได้กรณีที่เกิดจากการอักเสบของระบบประสาทต่างๆหรือโรคที่เกิดกับเส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวหรือไขสันหลังผิดปกติ หรือโรครุนแรงต่างๆที่ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือแขนขาไม่มีความรู้สึก
การวินิจฉัยโรค
ผู้ป่วยมีเส้นเอ็น กล้ามเนื้อหย่อนยานไม่ตึงตัวบริเวณแขนขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง กล้ามเนื้อลีบเล็กลงและไม่มีแรง อาจจะมีกล้ามเนื้อบริเวณอื่นที่อ่อนแรงร่วมด้วย เช่น บริเวณหนังตาจะพบว่าหนังตาตกไม่สามารถลืมตาได้หรือมีอาการตาเหล่ หรือมีเสียงแหบ เสียงเบา ไม่สามารถเงยหน้าได้ ในรายที่รุนแรงอาจมีผลกระทบต่อการหายใจหรือการกลืนน้ำลาย
สาเหตุและกลไกการเกิดโรค
การแพทย์แผนจีนอธิบายว่าโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดจากเสียชี่จากภายนอก เช่น พิษร้อน และปัจจัยภายใน เช่น อารมณ์ หรือเกิดจากการรับประทานอาหารมัน ทอด ปิ้ง ย่างมากเกินไป การตรากตรำทำงาน ร่างกายอ่อนแอแต่กำเนิด การมีเพศสัมพันธ์มากเกินไป การบาดเจ็บฟกช้ำต่างๆหรือได้รับยาที่มีพิษต่อระบบประสาท สาเหตุของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นความผิดปกติต่างๆที่ทำให้สารจำเป็นและของเหลวสูญเสียพร่องลง เลือดและชี่พร่องอ่อนแอลง ทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นลมปราณไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงที่เพียงพอ
สาเหตุหลักของอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง มีดังนี้
- ได้รับพิษอุ่นร้อน ซึ่งแบ่งเป็น 3 ชนิดคือ
- ได้รับเสียชี่ที่เป็นพิษอุ่นร้อนเข้ามากระทำภายในร่างกาย
- เสียชี่ตกค้างอยู่ในร่างกายหลังจากมีอาการเจ็บป่วย
- มีไข้ต่ำๆที่ยังรักษาไม่หาย
ทั้ง 3 สาเหตุนี้สามารถทำให้เสียชี่ที่เป็นความร้อนอยู่ภายในเพิ่มสูงขึ้น ไปทำลายของเหลวทำให้ปอดร้อน ของเหลวในร่างกายไม่สามารถแพร่กระจายทำให้เส้นเอ็นเส้นลมปราณขาดการหล่อเลี้ยงเกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- เกิดจากความร้อนชื้นเข้ามากระทำ เนื่องจากอยู่ในสถานที่ที่มีความชื้น หรือตากฝน หรือแช่น้ำเป็นเวลานาน หรือเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เมื่อเกิดความร้อนชื้น ความร้อนชื้นจะไปอุดกั้นเส้นเอ็นและเส้นลมปราณทำให้ชี่และเลือดไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้เส้นเอ็น เส้นลมปราณขาดการหล่อเลี้ยงที่เพียงพอ เกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- เกิดจากการรับประทานอาหารหรือสิ่งที่เป็นพิษมากระทำ
- ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารที่เป็นของมันทำให้เกิดความร้อนชื้นได้ ความร้อนชื้นจะไปอุดกั้นการไหลเวียนของชี่และเลือด ทำให้เส้นเอ็น เส้นลมปราณขาดการหล่อเลี้ยงที่เพียงพอเกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- อาหารที่รับประทานมีผลต่อม้ามและกระเพาะอาหารทำให้เกิดความชื้น ความชื้นจะไปอุดกั้นเส้นลมปราณทำให้ชี่และเลือดไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้เส้นเอ็น เส้นลมปราณขาดการหล่อเลี้ยงที่เพียงพอเกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- อาหารที่รับประทานมีผลกระทบต่อม้ามและกระเพาะอาหาร ทำให้ไม่สามารถสร้างชี่และเลือดได้เพียงพอดังนั้นเส้นเอ็น เส้นลมปราณจึงขาดการหล่อเลี้ยงที่เพียงพอเกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- มีการรับประทานหรือสัมผัสสิ่งที่มีพิษทำให้ชี่และเลือดถูกทำลายไม่สามารถไหลเวียนได้คล่อง เส้นเอ็นและเส้นลมปราณขาดการหล่อเลี้ยง เกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- เจ็บป่วยเรื้อรังหรือมีเพศสัมพันธ์มากเกินไป การแพทย์แผนจีนอธิบายว่าเมื่อเจ็บป่วยเป็นเวลานานหรือมีเพศสัมพันธ์มากเกินไปหรือมีอาการพร่องมาแต่กำเนิดทำให้ร่างกายอ่อนแอลง อาการพร่องเกิดจากชี่หรือจิงของไตที่พร่องลง หรืออาจเกิดจากการบาดเจ็บ ถูกกระทำจากภายนอก เกิดอาการฟกช้ำตามจุดต่างๆทำให้เกิดเลือดคั่งอุดกั้นเส้นลมปราณ ทำให้ชี่และเลือดไหลเวียนไม่สะดวกเกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

การจำแนกกลุ่มอาการเพื่อการรักษา
- อาการกลุ่มแกร่ง
- ปอดร้อนของเหลวถูกทำลาย (肺热津伤证)
อาการทางคลินิก : อาการเกิดแบบเฉียบพลัน จะมีอาการไข้ขึ้นก่อนเป็นลำดับแรกหลังจากนั้นจะมีอาการแขนขาอ่อนแรง อาจมีอาการกล้ามเนื้อลีบหดลงในเวลาอันรวดเร็ว ผิวหนังแห้ง หงุดหงิด กระหายน้ำ มีอาการสำลัก มีเสมหะเล็กน้อย คอแห้ง ปัสสาวะเหลืองหรือมีอาการแสบร้อนร่วมด้วย อุจจาระแห้งแข็ง
ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง
ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดเร็ว
หลักการรักษา : ขจัดความร้อน เพิ่มความชุ่มชื้น เสริมอิน สร้างของเหลว - มีความร้อนชื้นมากระทำ (湿热浸淫证)
อาการทางคลินิก : อาการจะค่อยๆลุกลามกำเริบมากขึ้น ร่างกายจะรู้สึกหนักขึ้นอ่อนแรงขึ้นเรื่อยๆ กล้ามเนื้อที่ลีบอ่อนแรงส่วนใหญ่พบที่ขาเป็นหลัก ตามร่างกายจะมีอาการบวมเล็กน้อย มือเท้าจะมีอาการชา มีไข้ต่ำ ชอบความเย็น กลัวความร้อน หน้าอกและท้องแน่น ปัสสาวะร้อนแสบขัด
ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าเหลืองเหนียว
ลักษณะชีพจร : ชีพจรนุ่มเร็ว หรือลื่นเร็ว
หลักการรักษา : ขจัดความร้อน สลายความชื้น ทะลวงเส้นลมปราณ
- ปอดร้อนของเหลวถูกทำลาย (肺热津伤证)
- อาการกลุ่มพร่อง
- ม้ามและกระเพาะอาหารพร่อง (脾胃虚弱证)
อาการทางคลินิก : อาการของโรคจะค่อยๆกำเริบมากขึ้นเรื่อยๆ อาการลีบอ่อนแรงของกล้ามเนื้อจะค่อยๆเป็นมากขึ้น มีอาการอ่อนแรงเมื่อยล้า กล้ามเนื้อลีบ ไม่ค่อยอยากพูด เบื่ออาหาร ถ่ายเหลว ใบหน้าขาวซีดหรือเหลืองหม่นหมอง หน้าบวม
ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าขาวบาง
ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดอ่อนแอ
หลักการรักษา : บำรุงจงเจียว เสริมชี่บำรุงม้าม นำสารอาหารขึ้นสู่ด้านบน - ตับและไตพร่อง (肝肾亏损证)
อาการทางคลินิก : โรคจะค่อยๆกำเริบมากขึ้นเรื่อยๆ แขนขาจะลีบและอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะที่บริเวณขา และอาจไม่สามารถยืนนานได้หรืออาจจะพิการ บริเวณหน้าแข้งจะมีกล้ามเนื้อลีบลงมาก มีอาการปวดเมื่อยเอวเข่า เวียนศีรษะ มีเสียงดังในหู คอแห้ง ปากแห้ง อสุจิเคลื่อน ปัสสาวะราด ในสตรีอาจมีความผิดปกติของประจำเดือน
ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าน้อย
ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดเร็ว
หลักการรักษา : เสริมอิน บำรุงไต ขจัดความร้อน
- ม้ามและกระเพาะอาหารพร่อง (脾胃虚弱证)
- กลุ่มอาการแกร่งและพร่องปะปนกัน (脉络瘀阻证)
อาการทางคลินิก : ผู้ป่วยจะเจ็บป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายพร่องอ่อนแอ กล้ามเนื้อแขนขาลีบอ่อนแรง มือเท้าชา เมื่อมีการเคลื่อนไหวจะรู้สึกปวด บางรายจะมีกล้ามเนื้อลิ้นหดลีบเล็กลง ทำให้ไม่สามารถยืดหดลิ้นได้
ลักษณะลิ้น : ลิ้นสีซีดคล้ำ มีจุดเลือดคั่ง
ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดฝืด
หลักการรักษา : บำรุงชี่ บำรุงเลือด เพิ่มการไหลเวียน สลายเลือดคั่ง

การบำบัดรักษากล้ามเนื้ออ่อนแรงทางการแพทย์แผนจีน
สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้
- ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
- กลุ่มอาการปอดร้อนของเหลวถูกทำลาย ให้ยาที่มีสรรพคุณขจัดความร้อน เพิ่มความชุ่มชื้น เสริมอิน สร้างของเหลว รักษาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- กลุ่มอาการม้ามและกระเพาะอาหารพร่อง ให้ยาที่มีสรรพคุณบำรุงจงเจียว เสริมชี่บำรุงม้าม นำสารอาหารขึ้นสู่ด้านบน รักษาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
- กลุ่มอาการมีความร้อนชื้นมากระทำ ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณขจัดความร้อน สลายความชื้น ทะลวงเส้นลมปราณ รักษาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- กลุ่มอาการกลุ่มอาการแกร่งและพร่องปะปนกัน ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณบำรุงชี่ บำรุงเลือด เพิ่มการไหลเวียน สลายเลือดคั่ง รักษาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

สมุนไพรช่วยบรรเทากล้ามเนื้ออ่อนแรง
- งาดำ ช่วยบำรุงกำลัง ช่วยสลายไขมัน ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยบำรุงโลหิต ลดความดันโลหิต ช่วยขยายหลอดเลือด ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ช่วยบำรุงกระดูก ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ช่วยป้องกันโรคข้อเสื่อม
- ดอกของต้นชมจันทร์ ช่วยบำรุงสมอง ช่วยให้ความจำดี และวิตามินซีในดอกชมจันทร์ จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ใช้เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย และป้องกันมะเร็ง บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง
- หอมหัวใหญ่ สามารถป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ เพราะว่าหอมหัวใหญ่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ช่วยกำจัดสารตะกั่ว และโลหะหนักที่ปนเปื้อนมากับอาหาร ช่วยป้องกันการเกิด โรคหัวใจ ลดความเสี่ยงของอัมพาต ช่วยรักษาโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยในการขยายหลอดเลือด ช่วยในการสลายลิ่มเลือดป้อง กันหลอดเลือดเลี้ยงสมองเกิดการอุดตัน ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน
- ดื่มน้ำอุ่น 2-3 ลิตรต่อวัน โดยใช้วิธีการจิบน้ำเรื่อยๆทั้งวัน
- แพทย์แผนจีนจะให้คนไข้ทำการกดจุดเพื่อกระตุ้นเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้อง เช่น จุดเหอกู่ เป็นต้น
- แช่มือ แขน ขาและเท้าของคนไข้ด้วยน้ำอุ่นเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลม
- ทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง เลี่ยงกลุ่มอาหารไขมันสูงเพื่อลดการอุดตันของหลอดเลือด ลดความหนืดข้นของเลือด ลดไขมันในเลือด เน้นทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก ควรนอนก่อน 22.00 น.
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์
- พยายามหลีกเลี่ยงสัมผัสกับสารเคมี หรือรังสีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น โลหะหนัก ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
- เมื่อมีอาการแล้วควรออกกำลังกายหรือพยายามส่งคำสั่งการเคลื่อนไหวตามคำแนะนำของแพทย์แผนจีนเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อ เลือดลม เพื่อให้อวัยวะที่มีปัญหาสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น
อาหารที่ช่วยบำรุงกระดูกและเส้นเอ็น
คลายกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด อีกทั้งยังช่วยบำรุงตับ ไต กระเพาะ ม้ามด้วย
ส่วนประกอบ
- ถั่วเขียว ประมาณ 100 กรัม
- ลูกเดือย ประมาณ 100 กรัม
- ขิงแก่ 3-4 แผ่นบางๆ
- น้ำสะอาด 2 ลิตร
วิธีทำ
- นำลูกเดือยมาล้างให้สะอาด โดยใส่เกลือลงไปและขัดๆถูๆ หลังจากนั้นล้างน้ำจนสะอาด แช่น้ำทิ้งไว้ 4-5 ชั่วโมง หรือแช่ค้างคืนก็ได้เพื่อให้ลูกเดือยนิ่มและต้มสุกได้เร็วขึ้น
- นำถั่วเขียวมาล้างให้สะอาด แช่น้ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง
- เทน้ำใส่หม้อ ใส่ลูกเดือย ใส่ขิง ตั้งไฟปานกลาง ต้มจนเดือด หลังจากนั้นใส่ถั่วเขียวลงไป ต้มต่ออีกประมาณ 30 นาที หรือจนลูกเดือยและถั่วเขียวนิ่ม ถ้าบางคนชอบหวานก็สามารถใส่หล่อฮั้งก้วยหรือหญ้าหวาน เพื่อเพิ่มความหวานจากธรรมชาติ