หูอื้อ
หูอื้อ1

หูอื้อ-หูแว่ว มีเสียงในหู (耳鸣 ,耳聋 Tinnitus&Deafness)

    เป็นอีกโรคหนึ่งที่แม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ถึงกับทำให้ล้มหายตายจาก แต่ก็เป็นโรคที่สร้างความรำคาญให้กับเจ้าของหูอยู่ไม่น้อย เพราะมักจะมีเสียงในหูลักษณะเหมือนเสียงสายลม เสียงคลื่นทะเล เสียงจักจั่น หรือเสียงซ่าๆ อยู่ในหูผิดไปจากธรรมชาติที่ควรจะเป็น ที่สำคัญคืออาการหูอื้อจะส่งผลทำให้ความสามารถในการฟังลดลงไปจากเดิมด้วย ผู้ป่วยหลายรายจะเข้าใจว่าอาการหูอื้อ หูแว่ว มีเสียงในหู เป็นอาการที่รักษาไม่ได้ แต่ในทางศาสตร์การแพทย์แผนจีนอาการหูอื้อ หูแว่ว มีเสียงในหู เป็นอาการที่สามารถบำบัดรักษาเยียวยาได้โดยอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นจนเป็นปกติ

หูอื้อ มีเสียงในหู คืออะไร

    อาการหูอื้อและหูหนวกเป็นความผิดปกติของการได้ยิน ในการแพทย์แผนจีนเรียกกลุ่มอาการนี้ว่า “เอ่อหมิง (耳鸣) , เอ่อหลง (耳聋)”

  • 耳鸣 (เอ่อหมิง) หมายถึง หูมีเสียง รู้สึกมีเสียงดังในหูเหมือนกับได้ยินเสียงคลื่นอยู่ในหู เสียงดังเหมือนเสียงจักจั่นหรือเสียงแมลง เสียงที่ได้ยินอาจจะดังบ้างเบาบ้างตามแต่อาการ
    
  • 耳聋 (เอ่อหลง) หมายถึง หูไม่ได้ยินเสียง การได้ยินเสียงลดลงทำให้มีปัญหาในการพูดคุย ถ้าเป็นรุนแรงการได้ยินจะสูญเสียไปไม่สามารถได้ยินเสียงจากภายนอกได้

กลุ่มอาการหูได้ยินผิดปกติ แบ่งตามสาเหตุการเกิดได้ดังต่อไปนี้

  • เกิดจากอาการบาดเจ็บของอวัยวะภายใน
 
  • เกิดจากการได้ยินเสียงดังรุนแรง เช่น เสียงระเบิด เสียงปืน
 
  • เกิดจากการบาดเจ็บภายนอก

  • เกิดจากผลข้างเคียงของยา เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิด
 
  • เกิดจากการติดเชื้อในช่องหู

หูอื้อหูมีเสียง1

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคในทางการแพทย์แผนจีน

  • เกิดจากลมร้อนภายนอกมากระทำ
 
  • มีความร้อนชื้นที่ม้ามและกระเพาะอาหาร เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้เกิดไฟเสมหะ
 
  • เกิดจากความผิดปกติของอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดขัดที่ตับแล้วเปลี่ยนเป็นไฟ
 
  • เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะทำให้ม้ามและกระเพาะอาหารพร่อง ทำให้ชี่และเลือดไม่เพียงพอ
  • เจ็บป่วยเรื้อรังหรือชราภาพ ทำให้ชี่ของไตไม่เพียงพอ สารจำเป็นในไตไม่เพียงพอทำให้หูได้รับการหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอจึงเกิดอาการหูมีเสียงหรือหูไม่ได้ยินเสียงได้

การวินิจฉัยแยกโรคตามกลุ่มอาการ

กลุ่มอาการมีความร้อนรบกวนด้านบน

  • อาการทางคลินิก : ผู้ป่วยมีอาการหูมีเสียงหรือหูไม่ได้ยินเสียงภายหลังได้รับเสียชี่จากภายนอกมากระทำ โดยจะมีอาการปวดศีรษะ วิงเวียน มีไข้ กลัวหนาว ปวดตามเนื้อตัว
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นฝ้าเหลืองบาง
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลอยเร็ว
    
  • หลักการรักษา : กระจายลม ขจัดความร้อน รักษาอาการทางหู

กลุ่มอาการไฟตับแกร่ง

  • อาการทางคลินิก : ผู้ป่วยจะมีอาการหูมีเสียงหรือหูไม่ได้ยินเสียงแบบเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปากขม คอแห้ง หงุดหงิด โกรธง่าย มีอาการแน่นหน้าอกสีข้าง นอนไม่หลับ อุจจาระแห้งแข็ง ปัสสาวะน้อย
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงเร็ว
    
  • หลักการรักษา : ขจัดความร้อน ระบายไฟตับ รักษาอาการทางหู

กลุ่มอาการมีไฟเสมหะติดขัด

  • อาการทางคลินิก : นอกจากมีอาการหูมีเสียงหรือหูไม่ได้ยินเสียงแล้วยังมีอาการแน่นกลางหน้าอก เสมหะมาก ปากขม
    
  • ลักษณะลิ้น : ฝ้าเหลืองเหนียว
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงลื่น
    
  • หลักการรักษา : สลายเสมหะ ขจัดไฟ ลดไฟที่ลอยขึ้นไปรบกวนด้านบน รักษาอาการทางหู

กลุ่มอาการสารจำเป็นในไตพร่อง

  • อาการทางคลินิก : มีอาการหูมีเสียงหรือหูไม่ได้ยินเสียง มีอาการวิงเวียน เมื่อยเอวเข่าอ่อน อสุจิเคลื่อน ร้อนฝ่ามือฝ่าเท้า
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดอ่อนแอ
    
  • หลักการรักษา : เสริมอิน เพิ่มสารจำเป็นของไต รักษาอาการทางหู

กลุ่มอาการชี่ม้ามพร่อง

  • อาการทางคลินิก : มีอาการหูมีเสียงหรือหูไม่ได้ยินเสียง ถ้าเหน็ดเหนื่อยอาการจะรุนแรงขึ้น ถ้าพักผ่อนอาการจะทุเลาลง มีอาการอ่อนแรง เมื่อยล้า หนักแขนขา เบื่ออาหาร ถ่ายเหลว 
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดอ่อนแอ
    
  • หลักการรักษา : บำรุงชี่ ส่งสารจำเป็นขึ้นสู่ด้านบน รักษาอาการทางหู

หูอื้อหูมีเสียง3

สมุนไพร และการกดจุดบรรเทาอาการ

  • กระเทียมแก้หูอื้อลมออกหู เวลาลมออกหู หูอื้อไม่ว่าสาเหตุไหนก็ตาม โบราณท่านว่าให้เอากระเทียม 2 กลีบตำแล้วคั้นน้ำหยอดลงในหู ทิ้งไว้สักครู่อาการก็จะดีขึ้น แต่อย่าใส่หลายกลีบ อาจจะแสบจนหูอื้อ ตาลาย ได้ ทำวันละ 2-4 ครั้ง

  
  • บีบจมูกและปิดปากให้สนิทเป่าลมออกหูทีละข้าง ปฏิบัติการเป่าลมออกหูแบบเบาๆไม่ทำรุนแรง สำหรับคนที่มีปัญหาการได้ยินลดลงให้ทำวันละ 7-10 ครั้ง
  • ใช้ 3 นิ้วนวดที่บริเวณใบหูให้ทั่ว จากนั้นให้ดึงและกระตุกเบาๆ เพื่อกระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนสะดวก


  • ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางถูไปมาบริเวณใบหูทั้งด้านหน้าและด้านหลังสลับกันเพื่อทำให้เกิดความอุ่นร้อน

 
  • นวดกดจุดทิงกง อยู่ตำแหน่งด้านหน้ากระบังหู ช่วยบรรเทาอาการผิดปกติของหู การได้ยิน ทำให้อาการหูอื้อ บรรเทาลง

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

    สยามแพทย์แผนจีนคลินิกจะทำการรักษาอาการหูอื้อ หูมีเสียง ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้

ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100%

ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น

  • กลุ่มอาการมีความร้อนรบกวนด้านบน ให้ยาที่มีสรรพคุณกระจายลม ขจัดความร้อน รักษาอาการหูอื้อ หูมีเสียง  
  • กลุ่มอาการชี่ม้ามพร่อง ให้ยาที่มีสรรพคุณบำรุงชี่ ส่งสารจำเป็นขึ้นสู่ด้านบน รักษาอาการหูอื้อ หูมีเสียง

การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย

ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น

  • กลุ่มอาการมีไฟเสมหะติดขัด ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณสลายเสมหะ ขจัดไฟ ลดไฟที่ลอยขึ้นไปรบกวนด้านบน รักษาอาการหูอื้อ หูมีเสียง
  • กลุ่มอาการไฟตับแกร่ง ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณขจัดความร้อน ระบายไฟตับ รักษาอาการทางหูรักษาอาการหูอื้อ หูมีเสียง

ฝังเข็มหู2

คำแนะนำของแพทย์แผนจีน

  • พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้เกิดอาการหูอื้อ เช่น สถานที่มีเสียงดัง การใช้หูฟังที่มีเสียงดัง
 
  • ระวังการใช้ยาที่เป็นพิษต่อประสาทหู เช่น ไม่ควรซื้อยาหยอดหูมาใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
 
  • หลีกเลี่ยงการติดเชื้อของหูหรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น เวลาเป็นหวัดไม่ควรสั่งน้ำมูกแรงๆ  
  • ลดอาหารเค็มหรือเครื่องดื่มบางประเภทที่มีสารกระตุ้นประสาท เช่น กาแฟ ชา เครื่องดื่มน้ำอัดลม (มีสารคาเฟอีน) งดสูบบุหรี่ (มีสารนิโคติน)

  • พยายามออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด วิตกกังวล
 
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอควรนอนไม่เกิน 22.00 น.

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่นๆ