ปวดกระเพาะอาหาร
ปวดกระเพาะอาหาร1

    โรคปวดกระเพาะอาหาร (胃痛) โรคกระเพาะอาหารรวมถึง กระเพาะอาหารอักเสบทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง หรือเป็นแผลในกระเพาะอาหาร โรคเหล่านี้มีอาการเด่นชัดคือปวดกระเพาะอาหาร อาการนี้รักษาแบบแพทย์แผนจีนได้ผลดี 

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคทางการแพทย์แผนจีน

  • มีสิ่งกระทบจากภายนอก เช่น ถูกความเย็น ความร้อน ความชื้น และความอบอ้าวจากภายนอกมากระทบ
   
  • จากพฤติกรรมและการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่น ปล่อยให้หิวหรือรับประทานอิ่มมากเกินไป หรือรับประทานอาหารรสจัด รสเผ็ด หวานมันเกินไป อาหารเหล่านี้สามารถส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดลมที่ไปหล่อเลี้ยงกระเพาะอาหารผิดปกติจึงทำให้ปวดได้
 
  • อารมณ์ความโกรธมีผลต่อตับ ทำให้ชี่ตับติดขัดกระทบม้ามและกระเพาะอาหาร ขณะเดียวกันเมื่อชี่ตับติดขัดจะทำให้เกิดเลือดคั่ง เลือดคั่งอุดตันทำให้ปวดกระเพาะอาหารได้
    
  • ม้ามและกระเพาะอาหารอ่อนแอจากการครุ่นคิดหรือเจ็บป่วยเรื้อรังมานาน เมื่ออ่อนแออาจทำให้หยางม้ามพร่อง หรืออินกระเพาะอาหารไม่พอ ทำให้การไปหล่อเลี้ยงกระเพาะอาหารไม่พอจึงเกิดอาการปวดกระเพาะอาหาร หรือม้ามกระเพาะอาหารอ่อนแอแล้วเกิดเป็นเสมหะชื้น ซึ่งจะไปอุดกั้นการไหลเวียนของเลือดลม แล้วทำให้ปวดกระเพาะอาหาร

ปัจจัยที่ทำให้โรคกำเริบ

  • สภาพอากาศ เช่น อากาศเย็นมากหรือร้อนมาก หรือสภาพครึ้มฟ้าครึ้มฝน อากาศชื้นแฉะ ในภาวะอากาศทั้งหมดความเย็นเป็นสาเหตุสำคัญที่สุด 
   
  • การไม่ดูแลตัวเอง เช่น สวมใส่เสื้อผ้าหรือห่มผ้าบางเกินไปจนร่างกายขาดความอบอุ่น หรือจากการทำงานหนักเกินไป
 
  • อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น รับประทานมากเกินไป ปล่อยให้หิวเกินไป รับประทานอาหารย่อยยาก หรืออาหารรสจัด เผ็ดจัด หรือดื่มแอลกอฮอล์ 
 
  • อารมณ์ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยโดยเฉพาะกลัดกลุ้ม เครียด หรือโมโหมาก 
 
  • จากการใช้ยาหรือผลข้างเคียงของยา ถ้าอาการเบาหน่อยแค่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ถ้าอาการหนักมากก็จะทำให้ปวดกระเพาะอาหารมาก

    
อากาศร้อน1  อาหารไขมันสูงกิน1  โกรธ2

อาการของโรคปวดกระเพาะอาหาร

  • ปวดหรือจุกแน่นท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่ เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดมักเป็นเวลาท้องว่างหรือเวลาหิว
  • มีอาการปวดแน่นท้อง ผู้ป่วยบางคนอาการปวดจะเป็นมากขึ้นหลังทานอาหาร โดยเฉพาะหลังทานอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เป็นต้น อาการปวดมักเป็นๆ หาย ๆ
  • ปวดแน่นท้องกลางดึก โดยมักจะมีอาการหลังจากนอนหลับไปแล้ว
 
  • มีอาการแน่นท้องหรือรู้สึกไม่สบายในท้อง มักจะเป็นบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือกลางท้องรอบสะดือ มักมีอาการท้องอืดร่วมด้วยโดยเฉพาะหลังทานอาหารท้องจะอืดขึ้นชัดเจน มีลมมากในท้อง ท้องร้องโกรกกรากต้องเรอหรือผายลม อาการแน่นท้องจึงจะดีขึ้น อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยโดยเฉพาะหลังอาหารแต่ละมื้อ หรือผู้ป่วยอาจมีอาการอิ่มง่ายกว่าปกติ ทำให้ทานได้น้อยลง และน้ำหนักลดลงบ้างเล็กน้อย

การจำแนกกลุ่มเพื่อรักษาทางแพทย์แผนจีน

กระเพาะอาหารถูกความเย็นมากระทำ (寒邪客胃证) 

  • อาการทางคลินิก : ปวดกระเพาะอาหารแบบเย็นๆ ไม่ชอบให้กดท้อง อาการดีขึ้นถ้าประคบร้อนหรือได้รับความอบอุ่น ไม่กระหายน้ำ ชอบดื่มน้ำร้อน
   
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงซีด ฝ้าขาวบาง   
   
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมแน่น 
    
  • หลักการรักษา : อุ่นกระเพาะอาหาร สลายความเย็น ช่วยให้ชี่เดิน รักษาอาการปวดกระเพาะอาหาร

อาหารไม่ย่อยทำให้ปวดกระเพาะอาหาร (饮食伤胃证)

  • อาการทางคลินิก : มักพบมากในผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะอาหารมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหารอักเสบ หรือเป็นแผลในกระเพาะอาหาร หรือระบบย่อยไม่แข็งแรง ถ้ารับประทานอาหารมากหน่อยก็จะปวดกระเพาะอาหาร ปวดแน่นจุกกระเพาะอาหาร กดท้องไม่ได้ปวดมาก รู้สึกไม่อยากอาหาร เรอหรือเรอเปรี้ยว หากอาเจียนจะอาเจียนเป็นอาหารที่ยังไม่ย่อย ถ่ายไม่คล่องหรือถ่ายมีกลิ่นแรงมาก ถ้าอาเจียน ถ่ายหรือผายลมจะทำให้อาการบรรเทาได้
   
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นฝ้าหนาเหนียว
   
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นมีแรง
    
  • หลักการรักษา : ช่วยย่อย ขจัดอาการติดขัด ปรับสมดุลกระเพาะอาหาร รักษาอาการปวดกระเพาะอาหาร

ตับและกระเพาะอาหารทำงานไม่ประสานกัน (肝气犯胃证)

  • อาการทางคลินิก : เกิดจากชี่ของตับติดขัด ทําให้กระเพาะอาหารไม่สามารถพาชี่ลงล่างได้ตามปกติ ทำให้มีอาการปวดจุกเสียดไม่ให้กดท้อง อาการจะเป็นมากเวลามีอารมณ์กลัดกลุ้มหรือเครียด  ถ้าสบายใจอาการปวดก็จะดีขึ้น ถ้าเรอ ถอนหายใจ ผายลมก็จะทำให้ดีขึ้น
   
  • ลักษณะลิ้น : ฝ้าขาวบาง
   
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง
   
  • หลักการรักษา : ระบายตับ ปรับชี่ รักษาอาการปวดกระเพาะอาหาร

มีความร้อนชื้นอุดกั้น (湿热中阻证)

  • อาการทางคลินิก : มีอาการปวดแสบร้อนกระเพาะอาหาร คือมีอาการปวดกระเพาะอาหารและมีอาการเหมือนกับแสบหัวใจ ชอบความเย็น อาจมีเรอเปรี้ยว รู้สึกกระหายน้ำแต่ดื่มไม่มาก รู้สึกเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อุจจาระเหนียว
 
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าเหลืองเหนียว
   
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรนุ่มเร็ว 
   
  • หลักการรักษา : ขจัดความร้อน สลายความชื้น ปรับชี่กระเพาะอาหารให้สมดุล

ปวดกระเพาะอันเกิดจากเลือดคั่ง (瘀血停胃证)

  • อาการทางคลินิก : ปวดกระเพาะอาหารเหมือนเข็มแทง มีตำแหน่งปวดที่แน่นอน กดแล้วปวด เจ็บปวดเป็นเวลานาน รุนแรงขึ้นหลังรับประทานอาหาร มักจะปวดตอนกลางคืน หรือพบอาการอาเจียนเป็นเลือด หรืออุจจาระสีดำ
   
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นมีจุดจ้ำเลือด
   
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรฝืด
    
  • หลักการรักษา : ทะลวงหลอดเลือดที่อุดตัน ปรับชี่ ปรับสมดุลกระเพาะอาหาร

อินกระเพาะอาหารพร่อง (胃阴亏耗证)

  • อาการทางคลินิก : มักพบมากในผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง หรือเป็นแผลในกระเพาะอาหารมานาน ปวดแสบร้อนที่กระเพาะอาหาร รู้สึกหิวแต่ไม่อยากอาหาร ปากแห้งคอแห้ง อกฝ่ามือและฝ่าเท้าร้อน รูปร่างผอมไม่มีแรง กระหายน้ำ อุจจาระแห้ง
   
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าน้อย
   
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็กละเอียดเร็ว
    
  • หลักการรักษา : เพิ่มอิน บำรุงกระเพาะอาหาร ปรับสมดุล รักษาอาการปวดกระเพาะอาหาร

มีความเย็นพร่องที่ม้ามและกระเพาะอาหาร (脾胃虚寒证)

  • อาการทางคลินิก : เป็นกลุ่มอาการปวดกระเพาะอาหารที่พบได้มากที่สุด ส่วนใหญ่มักพบได้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบมานานเรื้อรัง หรือเป็นแผลในกระเพาะอาหารมานานเรื้อรัง มีอาการปวดท้องแบบพอรู้สึก ชอบความอบอุ่น ชอบให้กดนวด เมื่อท้องว่างอาการปวดจะรุนแรง เมื่อรับประทานอาหารแล้วอาการปวดจะทุเลาลง เมื่อเหนื่อยหรือร่างกายกระทบความเย็นอาการจะหนักขึ้น เซื่องซึม เบื่ออาหาร มือเท้าไม่อุ่น อุจจาระเหลว
   
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดฝ้าขาว
   
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรพร่องไม่มีแรงหรือช้า
    
  • หลักการรักษา : อบอุ่นและปรับสมดุลม้ามกระเพาะอาหาร รักษาอาการปวดกระเพาะอาหาร

ดูแลม้ามกระเพาะอาหาร

การบำบัดรักษาอาการปวดกระเพาะอาหารทางแพทย์แผนจีน

ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100%

ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี ตามแต่ละอาการ   

  • อาการปวดกระเพาะอาหารตามกลุ่มอาการกระเพาะอาหารถูกความเย็นมากระทำ ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ อบอุ่นกระเพาะอาหาร ขับชื้น บำรุงม้าม รักษาแผลในกระเพาะอาหาร บำรุงกระเพาะอาหาร แก้อาการปวดกระเพาะอาหาร
 
  • อาการปวดกระเพาะอาหารตามกลุ่มอาการมีความร้อนชื้นอุดกั้น ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ขับร้อน ขับชื้น บำรุงม้าม รักษาแผลในกระเพาะอาหาร บำรุงกระเพาะอาหาร แก้อาการปวดกระเพาะอาหาร
    
  • อาการปวดกระเพาะอาหารตามกลุ่มอาการอาหารไม่ย่อยทำให้ปวดกระเพาะอาหาร ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ บำรุงม้าม บำรุงกระเพาะอาหาร ช่วยย่อยอาหาร รักษาแผลในกระเพาะอาหาร บำรุงกระเพาะอาหาร แก้อาการปวดกระเพาะอาหาร 

ฝังเข็มตามกลุ่มอาการ 

ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามแต่ละกลุ่มอาการ 

  • อาการปวดกระเพาะอาหารตามกลุ่มอาการมีความเย็นพร่องที่ม้ามและกระเพาะอาหาร ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ อบอุ่นม้าม อบอุ่นกระเพาะอาหาร บำรุงม้าม รักษาแผลในกระเพาะอาหารบำรุงกระเพาะอาหาร แก้อาการปวดกระเพาะอาหาร
   
  • อาการปวดกระเพาะอาหารตามกลุ่มอาการตับและกระเพาะอาหารทำงานไม่ประสานกัน ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ ระบายชี่ตับ บำรุงม้าม รักษาแผลในกระเพาะอาหาร บำรุงกระเพาะอาหาร แก้อาการปวดกระเพาะอาหาร
 
  • อาการปวดกระเพาะอาหารตามกลุ่มอาการปวดกระเพาะอันเกิดจากเลือดคั่ง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ ระบายชี่ตับ เพิ่มการหนุนเวียนของชี่ สลายเลือดคั่ง บำรุงม้าม รักษาแผลในกระเพาะอาหาร บำรุงกระเพาะอาหาร แก้อาการปวดกระเพาะอาหาร

สมุนไพรบรรเทาอาการโรคปวดกระเพาะอาหาร

  • กระเจี๊ยบเขียว มีผลช่วยลดอาการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร และช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร การทานกระเจี๊ยบเขียวเป็นประจำจึงช่วยทำให้อาการของโรคปวดกระเพาะอาหารทุเลาเบาบางลง วิธีการใช้ ทานสด หรือลวกทานพร้อมมื้ออาหาร

   
  • ขมิ้นชัน มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ขับลม เป็นยาฆ่าเชื้อตามธรรมชาติ ช่วยลดอาการระคายเคือง และเป็นยาสมานแผลตามธรรมชาติ การทานขมิ้นชันเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการระคายเคือง และการอักเสบในกระเพาะอาหารได้ วิธีการใช้ผสมในอาหาร หรือทานสด

   
  • ว่านหางจระเข้ ในว่านหางจระเข้เป็นลักษณะวุ้น ซึ่งมีสรรพคุณรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ดี แต่จุดสำคัญเมื่อทำการปอกเปลือกว่านหางจระเข้ให้ล้างเมือกสีเหลืองออกให้หมดเพราะยางนี้มีผลทำให้แพ้ได้

    
  • กล้วยน้ำว้าดิบ ในกล้วยน้ำว้าดิบมีสารที่ชื่อว่า "แทนนิน" ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และสารเซโรโทนิน ซึ่งจะช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร การทานกล้วยดิบเป็นประจำจึงช่วยบรรเทาอาการของโรคปวดกระเพาะอาหารได้

กระเจี๊ยบเขียว1ขมิ้น1ว่านหางจระเข้1 กล้วยน้ำว้าดิบ3

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • รับประทานอาหารให้ถูกวิธี โดยทานอาหารให้ตรงเวลา เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ไม่ทานอาหารมากเกินไป ไม่ควรทานอาหารดึก งดทานอาหารที่ทำให้อืดแน่นท้อง และงดอาหารที่กัดกระเพาะ
   
  • ไม่ควรนอนดึก ควรนอนก่อนเวลา 22.00 น.
   
  • ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-3 ลิตร โดยใช้การจิบเรื่อยๆ ทั้งวัน 
   
  • ควรทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ให้น้อย ควรทานผักให้มาก
   
  • ควรงดอาหารประเภทมัน ทอด ปิ้ง ย่าง

อาหารผู้เป็นเป็นกรดไหลย้อนควรรับประทาน

  • กะหล่ำปลี - ซ่อมแซมเยื่อบุกระเพาะ ป้องกันมะเร็งลำไส้ 
  • กวางตุ้งฮ่องเต้ - ช่วยให้แผลในกระเพาะอาหารหายเร็วขึ้น
  • หัวไชเท้า - ช่วยย่อย และลดแก๊สในกระเพาะ 
  • ว่านหางจระเข้ - เคลือบกระเพาะ และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
  • มะม่วง - บรรเทาและช่วยรักษาแผลในกระเพาะ
  • แอปเปิ้ล - ช่วยย่อย บำรุงกระเพาะอาหาร ลดอาการลำไส้อักเสบ ช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น
  • ลูกเดือย - ช่วยบำรุงม้าม กระเพาะ ไต ขับน้ำ ลดบวม ป้องกันมะเร็งลำไส้
  • ขิง - ลดอาการจุก เสียด แน่นท้อง ท้องอืด ลมเยอะ และลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • ขมิ้นชัน - ช่วยย่อย แก้อาการท้องอืด แน่นท้อง ลมเยอะ ช่วยต้านการอักเสบของกระเพาะอาหาร และลดกรดไหลย้อน 

กดจุดลดอาการกรดไหลย้อน

จุดจงหว่าน (中脘穴)

  • ตำแหน่ง => อยู่ที่กึ่งกลางท้องเหนือสะดือ 4 ชุ่น
  • รักษาอาการ => ปรับสมดุลชี่ส่วนกลางร่างกาย รักษาอาการปวดกระเพาะอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เรอเปรี้ยว กรดไหลย้อน ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร สะอึก เรอบ่อย ลำไส้อักเสบ ดีซ่าน นอนไม่หลับ ซึมเศร้า หวาดระแวง หอบหืด เสมหะมาก อาเจียนเป็นเลือด
  • วิธีนวดกดจุด => ใช้นิ้วมือกดที่จุดจงหว่าน หมุนวนช้าๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดจู๋ซานหลี่ (足三里)

  • ตำแหน่ง => จุดจู๋ซานหลี่อยู่ใต้จุดตู๋ปี๋ 3 ชุ่นหรือใช้ 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป และห่างจากกระดูกหน้าแข้งด้านนอก 1 นิ้วมือ
  • รักษาอาการ => บำรุงสุขภาพ บำรุงม้ามกระเพาะ กรดไหลย้อน เสริมภูมิคุ้มกัน ปวดเข่า ปวดขาและเท้า อ่อนเพลียไม่มีแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพาตใบหน้า หูอื้อ หวัด ไอ หอบหืด เสมหะมาก วัณโรคปอด ท้องอืดแน่น อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ใจสั่น แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะติดขัด ตกขาว ไส้เลื่อน 
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดซานอินเจียว (三阴交) 


  • ตำแหน่ง => อยู่ด้านในของขา เหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมา 3 ชุ่น หรือใช้นิ้วทั้ง 4 นิ้ว ( ชี้ กลาง นาง ก้อย ) ทาบลงไป จุดจะอยู่หลังกระดูกหน้าแข้ง 
  • รักษาอาการ => จุดนี้ช่วยบำรุงดูแลทั้ง 3 อวัยวะ ได้แก่ ตับ ม้าม ไต บรรเทาอาการนอนไม่หลับ อีกทั้งยังสามารถรักษาอาการปวดต้นขาด้านใน อัมพาตครึ่งซีก คออักเสบ ลิ้นแข็ง เลือดกำเดาไหล ไอ เจ็บลิ้นปี่ อาเจียน สะอึก อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ปวดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ 
  • วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่นๆ