โรคหอบโรคหืด
โรคหอบโรคหืด

โรคหอบ โรคหืด (喘 ,哮 : Dyspnea,Asthma)

    โรคหอบ (Dyspnea) จัดเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอย่างหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของหลอดลมทำให้หายใจลำบาก ในผู้ป่วยบางรายที่เกิดอาการรุนแรงอาจต้องอ้าปากยกไหล่หายใจ หายใจจมูกบาน ไม่สามารถนอนราบได้
    โรคหืด (Asthma) เป็นโรคที่เกิดกับระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกับโรคหอบ ทำให้หายใจลำบาก หายใจไม่เต็มปอด มีอาการไอ เจ็บหน้าอก หายใจมีเสียงวี้ดอยู่ในลำคอ
    โดยสาเหตุของโรคหอบ โรคหืด เกิดจากการที่หลอดลมในระบบทางเดินหายใจมีสภาวะไวต่อการกระตุ้นต่อสารก่อภูมิแพ้และสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้เข้าไปในระบบทางเดินหายใจเป็นผลให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ หรือทำให้เกิดการอักเสบ ทำให้ระบบทางเดินหายใจ เช่นหลอดลมเกิดอาการหดเกร็งตีบตัน เป็นผลให้หายใจได้ลำบาก ในรายที่เป็นหนักมากจะถึงขั้นหายใจไม่ออก
    โดยปกติโรคหอบกับโรคหืดมักจะจัดอยู่ด้วยกัน มีหืดก็ต้องมีหอบ เมื่อหืดกำเริบก็จะมีอาการหายใจลำบาก แต่ถ้าเป็นหอบไม่จำเป็นต้องมีหืดก็ได้

สาเหตุของการเกิดโรคหอบ โรคหืด

  • โรคภูมิแพ้ เนื่องจากการเป็นโรคภูมิแพ้เป็นปัจจัยหนึ่งของอาการหอบหืด เพราะการเกิดอาการหอบหืดเกิดมาจากการแพ้สิ่งเร้าซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้นั่นเอง
  • พันธุกรรม ในผู้ป่วยหลายคนมีอาการหอบหืดโดยรับมาจากบิดามารดา หากบิดามารดามีโรคหอบหืดแล้วจะมีโอกาสที่ลูกที่เกิดมาจะมีอาการของโรคหอบหืดติดมาด้วย
  • สารเคมีบางชนิด เนื่องจากสารเคมีบางชนิดจะมีผลต่อร่างกายและระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นหากร่างกายได้รับสารเคมีบางอย่างมากเกินไปอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการหอบหืดได้
  • สภาวะอารมณ์ เช่น อารมณ์โศกเศร้าเสียใจ อารมณ์โกรธ และอารมณ์อื่นๆ ในผู้ป่วยบางรายสาเหตุของโรคหอบหืดเกิดจากการที่มีอารมณ์ด้านลบ เพราะเมื่อเกิดอารมณ์ด้านลบร่างกายจะเกิดการเกร็งเป็นผลให้หลอดลมหดเกร็งจนทำให้เกิดอาการหอบหืดกำเริบได้

        
ภูมิแพ้1    สารเคมี2    โกรธ3

อาการของโรคหอบ โรคหืด

    อาการของโรคหอบ โรคหืดในแต่ละรายจะมีอาการที่ต่างกัน ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ป่วยเกิดความทุกข์ต่ออาการเจ็บป่วยเป็นอย่างมาก ซึ่งอาการต่างๆของโรคหอบ โรคหืด มีดังนี้

  • หายใจไม่เต็มอิ่ม ผู้ป่วยจะมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจกล่าวคือมีอาการหายใจไม่เต็มปอด หายใจได้ไม่เต็มที่หรือหายใจไม่อิ่ม ในบางรายอาจหายใจแล้วมีเสียงวี้ดอยู่ในลำคอ ซึ่งอาการดังกล่าวมักจะทำให้ผู้ป่วยเกิดความทุกข์เป็นอย่างมาก
  • มีอาการแน่นหน้าอก ในผู้ป่วยบางรายจะมีอาการเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก มีอาการอึดอัดทำให้หายใจได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาการดังกล่าวอาจมีอาการเหนื่อยหอบหรือมีอาการไอร่วมด้วย
  • อาการนอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท ผู้ป่วยบางรายที่มีอาการหอบหืด มักจะมีปัญหานอนไม่หลับเนื่องจากอาจมีปัญหาหายใจติดขัดระหว่างนอนทำให้ต้องตื่นระหว่างนอนหลับทำให้นอนหลับได้ไม่สนิท
  • เหนื่อยง่าย หอบง่าย ในผู้ป่วยที่มีอาการหอบหืดมักจะเหนื่อยง่ายกว่าคนปกติ เพราะระบบการหายใจของผู้ป่วยมักจะมีอาการผิดปกติทำให้เหนื่อยง่าย หายใจไม่ทัน

การจำแนกกลุ่มอาการของโรคหอบ

   เนื่องจากทางศาสตร์แพทย์แผนจีนมองว่าโรคหอบและโรคหืดเกิดจากอาการที่ต่างกัน จึงมองว่าเป็นคนละโรคดังนั้นทางแพทย์แผนจีนจึงมีวิธีการรักษาดังนี้

  • หอบชนิดแกร่ง (实喘)
    • เกิดจากลมเย็นมากระทำ (风寒壅肺证)
      • อาการทางคลินิก : หายใจหอบ หายใจถี่ รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอก ลักษณะเสมหะมากสีขาวใส กลัวหนาว ไม่มีเหงื่อ ปวดเมื่อยตามตัว
      • ลักษณะลิ้น : ลิ้นมีฝ้าขาว
      • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลอยแน่น
      • กลไกการเกิดโรค : มีลมเย็นภายนอกมากระทำ ทำให้การกระจายชี่ปอดผิดปกติ
      • หลักการรักษา : กระจายชี่ปอด สลายความเย็น ช่วยให้หอบสงบ รักษาอาการหอบ
    • ปอดร้อนภายนอกเย็น (表寒肺热证)
      • อาการทางคลินิก : มีหอบเป็นหลัก ปวดแน่นหน้าอก ลมหายใจหยาบใหญ่ จมูกบาน กลัวหนาว ปวดเมื่อยตามตัว กระหายน้ำ ตัวร้อน เสมหะเหลืองข้น
      • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง
      • ลักษณะชีพจร : ชีพจรเร็ว
      • กลไกการเกิดโรค : ภายในปอดร้อนต่อมาถูกความเย็นห่อหุ้มอีก ทำให้ชี่ปอดไหลย้อนและหอบ
      • หลักการรักษา : ขจัดความเย็นภายนอก ขจัดความร้อนภายใน ขับเสมหะ สงบหอบ
    • เกิดจากลมร้อนมากระทำ (痰热郁肺证)
      • อาการทางคลินิก : หายใจหอบมาก เจ็บหน้าอก มีเสมหะมากสีเหลืองเหนียวข้น มีกลุ่มอาการร้อนภายใน เหงื่อออก กระหายน้ำ ชอบดื่มน้ำเย็น หน้าแดง คอแห้ง ปัสสาวะเหลือง ท้องผูก
      • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว
      • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นเร็ว
      • กลไกการเกิดโรค : ในปอดมีเสมหะร้อนสะสมอยู่ ทำให้การกระจายชี่ปอดไม่ปกติ
      • หลักการรักษา : ขับเสมหะ ขจัดความร้อน กระจายชี่ปอด สงบหอบ
    • มีเสมหะอุดกั้นในปอด (痰浊阻肺证)
      • อาการทางคลินิก : หอบ อึดอัด แน่นหน้าอก เหนื่อยหายใจไม่ได้ ไอ เสมหะมาก เสมหะเหนียวสีขาว การขับเสมหะไม่คล่อง รับประทานได้น้อย ปากเหนียวเหมือนกระหายน้ำ
      • ลักษณะลิ้น : ลิ้นฝ้าขาวเหนียว 
      • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นหรือนุ่ม
      • กลไกการเกิดโรค : มีเสมหะสกปรกไปอุดกั้นปอด ทำให้ชี่ปอดไม่สามารถกระจายออก และเคลื่อนลงล่าง อาการสำคัญนอกจากหอบคือมีเสมหะมาก
      • หลัการรักษา : ขับเสมหะ ลดชี่ปอด กระจายชี่ปอด สงบหอบ
    • ชี่ปอดถูกปิดกั้น (肺气郁痹证)
      • อาการทางคลินิก : หายใจถี่กระชั้น เสียงหอบจะหยาบ รู้สึกแน่นหน้าอก อาการมักเกิดจากมีการกระทบกระเทือนทางอารมณ์ ผู้ป่วยมักเป็นคนคิดมาก หรือเก็บกดไม่แสดงออก อาจมีอาการนอนไม่หลับ ใจสั่นร่วมด้วย
      • ลักษณะลิ้น : ลิ้นฝ้าขาวบาง 
      • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง
      • กลไกการเกิดโรค : ชี่ตับไม่กระจาย ไม่ระบาย ทำให้ชี่ไหลย้อนกลับไปข่มปอด ทำให้ชี่ปอดกระจายตัวผิดปกติ
      • หลักการรักษา : ขจัดอาการอัดอั้น ลดอาการชี่ปอดไหลย้อนกลับ สงบหอบ
  • หอบชนิดพร่อง (虚喘)
    • ชี่ปอดพร่อง (肺气虚耗证)
      • อาการทางคลินิก : หายใจหอบ สั้นถี่ ลักษณะเสียงหอบเสียงต่ำไม่มีพลัง ร่วมกับอาการชี่ปอดพร่อง เช่น กลัวลม ไม่มีแรง เหงื่อออกง่าย หรือมีอาการอินปอดพร่อง เช่น ไอแห้ง เสมหะน้อย โหนกแก้มทั้งสองข้างแดง
      • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด
      • ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดอ่อนแรง
      • กลไกการเกิดโรค : ชี่ปอดพร่อง ไม่สามารถกำกับชี่ได้
      •  หลักการรักษา : บำรุงชี่ปอด
    • ไตพร่อง (肾虚不纳证)
      • อาการทางคลินิก : มักจะมีอาการป่วยมานาน หายใจเข้าน้อย หายใจไม่ทั่วท้องหรือไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหวหรือทำงานจะหอบมากขึ้น ร่างกายซูบผอมเหนื่อยง่าย เหงื่อออก มือเท้าเย็น หน้ามีสีเขียวริมฝีปากสีม่วง
      • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าน้อย 
      • ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็กเร็ว
      • กลไกการเกิดโรค : เมื่อเจ็บป่วยนานเรื้อรังจะกระทบต่อไต ทำให้ไตไม่สามารถรั้งชี่ไว้ได้
      • หลักการรักษา : บำรุงไตเพื่อให้ไตสามารถเหนี่ยวรั้งชี่ได้
    • หอบจนหลุด (喘脱)
      • อาการทางคลินิก : หอบ หายใจรุนแรงมาก มีอาการยกไหล่ อ้าปาก หายใจจมูกบาน นอนราบไม่ได้ ต้องนั่งพิงฝาผนัง มีเสียงเสมหะดังในลำคอ ใจหวิวใจสั่น กระสับกระส่าย หน้าตาหมองคล้ำ เหงื่อแตกเม็ดเท่าไข่มุก
      • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลอยไม่มีราก หรือชีพจรเต้นๆหยุดๆคลำได้ไม่ชัด
      • กลไกการเกิดโรค : ชี่ปอดใกล้สูญสิ้น หยางของไตและหัวใจเหลือน้อย
      • หลักการรักษา : พยุงหยาง หยุดอาการหลุด บำรุงไตให้รั้งชี่ให้ได้มากที่สุด

%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B8%944

การจำแนกกลุ่มอาการของโรคหืด

  • หืดเย็น (冷哮)
    • อาการทางคลินิก : หายใจลำบาก มีเสียงเสมหะในลำคอ อึดอัดทรวงอกและลิ้นปี่ ไอบ้างเล็กน้อย เสมหะปริมาณไม่มาก สีใสหรือขาว ไม่กระหายน้ำ ชอบดื่มน้ำร้อน มีอาการกลัวหนาว สีหน้าหมองคล้ำ ถ้าอากาศเปลี่ยนเป็นเย็น หรือถูกความเย็นอาการจะกำเริบ
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นฝ้าขาวลื่น 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงแน่น
    • กลไกการเกิดโรค : มีเสมหะแอบอยู่ในปอด และยังมีปัจจัยภายนอกอันเกี่ยวข้องกับความเย็นมาเร่ง เสมหะจะไปอุดกั้นทางเดินปอด ส่งผลให้ชี่ปอดไม่กระจาย เกิดภาวะชี่ปอดย้อนกลับ อาการแสดงออกเป็นหืดเย็น
    • หลักการรักษา : อุ่นปอดสลายความเย็น ขับเสมหะ หยุดหืด
  • หืดร้อน (热哮)
    • อาการทางคลินิก : หอบเสียงสูง มีลักษณะลมหายใจหอบหยาบใหญ่ มีอาการไอแบบสำลัก เสมหะเหนียวข้น หน้าแดง เหงื่อออก ปากขม กระหายน้ำต้องดื่มน้ำบ่อยๆ 
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นเร็ว
    • กลไกการเกิดโรค : มีเสมหะร้อนสะสมในปอด อุดกั้นทางเดินปอด ทำให้การกระจายชี่ปอดลงล่างไม่คล่อง จึงย้อนกลับขึ้นข้างบน
    • หลักการรักษา : ขจัดความร้อน สลายความชื้น กระจายชี่ปอด ระงับหืด
  • ภายในมีร้อนภายนอกมีเย็น (寒包热哮)
    • อาการทางคลินิก :มีเสียงของเสมหะในลำคอ มีอาการอึดอัดแน่นลิ้นปี่ ทรวงอก หายใจหอบถี่ ไอมี เสมหะเหลืองข้นเหนียว กระหายน้ำ หงุดหงิด กระสับกระส่าย ท้องผูก กลัวหนาว ตัวร้อน ไม่มีเหงื่อ ปวดเมื่อยตามตัว
    • ลักษณะลิ้น : ปลายลิ้นและขอบลิ้นแดง ฝ้าขาวเหนียวหรือเหลืองเหนียว 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงแน่น
    • กลไกการเกิดโรค :มีเสมหะร้อนอยู่ก่อนแล้วต่อมาถูกความเย็นมากระทบ ทำให้เป็นหวัดเย็น เกิดภาวะมีความเย็นมาห่อไฟ มีผลต่อการกระจายชี่ปอด ทำให้อาการหืดร้อนกำเริบ
    • หลักการรักษา : ขจัดความเย็นภายนอก ขจัดความร้อน สลายเสมหะ รักษาภายในและภายนอกพร้อมกัน
  • หืดเกิดจากลมเย็น (风寒哮)
    • อาการทางคลินิก : มีเสมหะในลำคอ มีอาการไอหอบ นอนราบไม่ได้ แน่นหน้าอก มีเสมหะน้ำลายค่อนข้างมาก อาการกำเริบเฉียบพลัน เดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหาย
    • ลักษณะลิ้น : ฝ้าเหนียวข้น 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นมีแรง 
    • กลไกการเกิดโรค : ภายในปอดมีเสมหะแอบแฝงอยู่ มีลมจากภายนอกมากระตุ้นทำให้ชี่ปอดกระจายออกมาไม่ได้ ทำให้อาการกำเริบ
    • หลักการรักษา : ไล่ลม ขจัดเสมหะ ลดชี่ปอด สงบหืด
  • หืดที่มีลักษณะพร่อง (虚哮)
    • อาการทางคลินิก : อาการกำเริบบ่อย เวลากำเริบจะได้ยินเสียงเสมหะ เสียงหอบต่ำ ไม่มีแรง หายใจสั้น อาการปากแห้งคอแห้งอยากดื่มน้ำ
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นอาจซีดหรืออาจจะแดง 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมละเอียดหรือละเอียดเร็ว
    • กลไกการเกิดโรค : มีเสมหะอุดกั้นและมีการคั่งของเลือดร่วมกัน มีกลุ่มอาการของปอดและไตพร่อง ทำให้ระบบการหายใจเข้าออกผิดปกติ
    • หลักการรักษา : บำรุงปอดและไต สลายเสมหะ ลดชี่ลง ระงับหืด

หอบหืด5

ระยะสงบของอาการหืด (ช่วงที่ร่างกายสามารถควบคุมภาวะของโรคให้อยู่ในภาวะปกติได้)

  • กลุ่มอาการชี่ปอดและม้ามพร่อง (肺脾气虚)
    • อาการทางคลินิก : ชี่พร่อง ไม่ค่อยอยากพูด เสียงเบาไม่มีแรง อาจมีเสียงเสมหะในลำคอแต่ไม่ดังมาก เสมหะใสขาว ถ้าชี่ปอดพร่องจะมีอาการกลัวลม เหงื่อออกง่าย เป็นหวัดง่าย ถ้าเป็นชี่ม้ามพร่องจะมีอาการเบื่ออาหาร ถ่ายเหลว
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าขาว 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดอ่อนแรง
    • กลไกการเกิดโรค : เป็นหืดมานาน ปอดพร่องไม่สามารถควบคุมชี่ได้ ม้ามพร่องไม่สามารถขับเคลื่อนได้ ชี่ไม่สามารถสร้าง กระจาย และขับเคลื่อนสารน้ำได้ตามปกติ เสมหะสะสมในปอด และชี่ปอดย้อนขึ้นด้านบนทำให้เกิดอาการหืด
    • หลักการรักษา : บำรุงม้าม บำรุงชี่ บำรุงดินสร้างทอง(บำรุงม้ามเสริมสร้างปอด) 
  • กลุ่มอาการปอดและไตพร่อง (肺肾两虚)
    • อาการทางคลินิก : รู้สึกหายใจเข้าไม่พอ มีกลุ่มอาการของไตพร่อง คือ มีเสียงดังในหู เมื่อยเอวเข่าอ่อน ไม่มีแรง ลักษณะของไตพร่องอาจเป็นหยางพร่อง หรืออินพร่องก็ได้ ถ้าหยางพร่อง จะมีอาการขี้หนาว มือเท้าเย็น หน้าซีด ชีพจรละเอียดเร็ว ถ้าอินพร่อง จะมีอาการร้อนทั้งห้า ปากคอแห้ง
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นอ้วน ฝ้าขาวบาง
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมเล็ก
    • กลไกการเกิดโรค : เป็นหืดมานาน จิงชี่ไม่เพียงพอ การทำงานของปอดและไตในการดูดรั้งผิดปกติ ชี่ไม่สามารถกลับคืนสู่สภาวะเดิมได้ และของเหลวในร่างกายควบแน่นกลายเป็นเสมหะ
    • หลักการรักษา : บำรุงปอด บำรุงไต

ดูแลปอด

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

    สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาโรคหอบ โรคหืด ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้ 

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • หืดที่มีลักษณะพร่อง ให้ยาที่มีสรรพคุณบำรุงปอดและไต สลายเสมหะลดชี่ลง ระงับหืด
    • หืดร้อน ให้ยาที่มีสรรพคุณขจัดความร้อน สลายความชื้น กระจายชี่ปอด ระงับหืด
  • การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น 
    • หืดเย็น ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณอุ่นปอดสลายความเย็น ขับเสมหะ ระงับหืด
    • กลุ่มอาการปอดและไตพร่อง ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณบำรุงปอด บำรุงไต ระงับหืด

ยาสมุนไพรจีน6    ฝังเข็มจมูก2

อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคหอบ โรคหืด

  • ข้าวกล้อง แมกนีเซียมในข้าวกล้องช่วยทำให้หลอดลมโล่ง ป้องกันอาการหอบหืดกำเริบ ลดการอักเสบและบรรเทาอาการหอบหืด
  • อัลมอนด์ แมกนีเซียมในอัลมอนด์ช่วยทำให้หลอดลมโล่ง บรรเทาอาการหอบหืด ลดการอักเสบ แก้ไอ แก้อาการหอบหืด
  • เมล็ดสน วิตามินอีในเมล็ดสนช่วยป้องกันการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด ช่วยทำให้หลอดลมโล่ง บรรเทาอาการหอบหืด
  • ปวยเล้ง อุดมไปด้วยวิตามินเอช่วยรักษาเยื่อบุของอวัยวะในระบบหายใจให้อยู่ในสภาพปกติ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด ช่วยทำให้หลอดลมโล่ง บรรเทาอาการหอบหืด
  • พริกหวาน วิตามินซีในพริกหวานช่วยสร้างคอลลาเจน ช่วยบำรุงปอด มีประโยชน์ต่ออาการหอบหืด ที่เกิดจากน้ำที่สะสมในปอด ช่วยรักษาเยื่อบุของอวัยวะในระบบหายใจให้อยู่ในสภาพปกติ ป้องกันการหดตัวของหลอดลม
  • ชมพู่ อุดมไปด้วยวิตามินซีป้องกันการหดตัวของหลอดลม ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด บำรุงปอด 
  • มะละกอ เบต้าแคโรทีนในมะละกอช่วยซ่อมแซมเยื่อบุทางเดินหายใจ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด ช่วยรักษาเยื่อบุของอวัยวะภายในระบบหายใจให้อยู่ในสภาพปกติ บำรุงปอด
  • ถั่วลิสง วิตามินบี 6 ในถั่วลิสงจะช่วยบรรเทาอาการหอบหืด ช่วยทำให้หลอดลมโล่ง
  • สาหร่าย หากร่างกายได้รับวิตามินบี 12 ไม่เพียงพอจะทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สมบูรณ์ทำให้เกิดอาการหอบหืด แก้ได้โดยการทานสาหร่าย สาหร่ายช่วยทำให้หลอดลมโล่ง บรรเทาอาการหอบ ช่วยรักษาเยื่อบุของอวัยวะในระบบหายใจให้อยู่ในสภาพปกติ
        
       
ข้าวกล้อง1
อัลมอนด์2
ถั่วลิสง3
สาหร่าย2

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • ไม่ควรนอนดึก ควรนอนไม่เกิน 22.00 น.
  • ควรจิบน้ำเรื่อยๆทั้งวันให้ได้วันละ 2-3 ลิตร
  • ควรงดเว้นการทานอาหาร มัน ทอด ปิ้ง ย่าง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นทำความสะอาดเครื่องนอน
  • หลีกเลี่ยงน้ำเย็น น้ำแข็ง อาหารฤทธิ์เย็น
  • หลีกเลี่ยงสารก่อให้เกิดอาการกำเริบ เช่น ฝุ่น ควัน โรงงาน สัตว์เลี้ยง ดอกไม้

    อาการหอบหืดเป็นอาการที่จัดว่าเป็นอาการที่อันตรายเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นโรคที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าอาการของโรคจะเกิดขึ้นเมื่อใด หากอาการกำเริบในช่วงสำคัญ เช่น ระหว่างขับรถ ระหว่างใช้เครื่องจักรอันตราย หรืออื่นๆ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นได้
    ดังนั้นอาการหอบหืดจึงไม่ควรปล่อยไว้นาน ยิ่งนานอาการยิ่งหนักขึ้นการรักษาก็จะยิ่งยากขึ้น ดังนั้นการรักษาอาการของโรคก่อนที่จะเป็นหนักจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง


นวดกดจุดลดอาการหอบ หืด

จุดเหอกู่ 合谷穴

  • ตำแหน่ง => อยู่บริเวณง่ามนิ้วโป้งและนิ้วชี้ทั้งสองข้าง ให้กางนิ้วโป้งออก ใช้ขอบของข้อบนสุดของนิ้วโป้งอีกข้างวางทาบบนง่ามระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ตรงปลายนิ้วโป้งจะตรงกับ
  • จุดนี้พอดีรักษาอาการ => แก้หอบ แก้หืด ไอ บำรุงปอด เป็นไข้ หนาวๆ ร้อนๆ ปวดศีรษะ ไมเกรน ตาบวม ตาแดง หูอื้อ หูตึง เลือดกำเดาไหล หน้าเบี้ยวปากเบี้ยว ประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนมาน้อย ปวดมือ ปวดแขน ปวดนิ้ว นิ้วล็อก และเนื่องจากจุดนี้เป็นจุดที่อยู่บนเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ จึงสามารถปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ รักษาอาการท้องผูกหรือท้องเสียได้ 
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึง 1-2 นาที วันละ 2-3 ครั้ง ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตื้อๆ ตึงๆ (คนท้องห้ามกดหรือฝังเข็มที่จุดนี้)

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่นๆ