ใจสั่น
ใจสั่น

ใจสั่น (心悸, Palpitation)

    เป็นอาการความรู้สึกของผู้ป่วยที่รู้สึกว่าหัวใจเต้นไม่เป็นปกติ การเต้นของหัวใจขาดหายไป เต้นไม่เป็นจังหวะ เต้นไม่สม่ำเสมอหรือเต้นเร็วกว่าปกติ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

ลักษณะอาการใจสั่น

  • อาการใจเต้นเร็ว อาการเบื้องต้นของผู้ที่มีอาการใจสั่นมักจะมีอาการใจเต้นเร็วกว่าปกติ โดยจะมีอาการเป็นระยะไม่ได้เป็นตลอดเวลา โดยมากอาการจะเกิดช่วงเวลาที่เกิดความเครียด หรือเกิดการเคลื่อนไหวรวดเร็วแบบทันที โดยมากอาการดังกล่าวจะเกิดเป็นระยะเวลาไม่นานส่วนมากจะเกิดประมาณ 5-10 วินาที ยกเว้นในบางรายที่มีอาการขั้นรุนแรงอาการดังกล่าวอาจจะเกิดขึ้นนานกว่าปกติ
  • อาการหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ ในผู้ป่วยที่มีอาการใจสั่นมักจะมีอาการหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ ซึ่งอาการดังกล่าวจะมีลักษณะเหมือนกับหัวใจหยุดเต้นไปช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะเป็นเวลาประมาณ 1-2 วินาที ซึ่งอาการดังกล่าวมักจะมีผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการเหมือนวูบไปชั่วขณะในบางรายอาจมีเหงื่อออกตามมาด้วย
  • อาการเจ็บแน่นหน้าอก ในผู้ป่วยใจสั่นหลายคนมักจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกร่วมด้วย
  • หายใจหอบ ผู้ป่วยที่มีอาการใจสั่นหลายรายมักจะมีอาการหายใจหอบร่วมด้วย เพราะการที่เกิดอาการใจสั่นบ่อยๆ จะทำให้ร่างกายเกิดอาการขาดความสมดุล

หัวใจวาย4

สาเหตุของอาการใจสั่น

  • เหตุปัจจัยจากวิถีชีวิตที่กระตุ้นทำให้เกิดอาการ
    • นอนหลับไม่เพียงพอ
    • ออกกำลังกายที่ต้องใช้กำลังมาก
    • รับประทานอาหารปริมาณมาก หรือมีรสเผ็ดเกินไป
    • ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชาและกาแฟ มากเกินไป
    • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • สูบบุหรี่
  • เหตุปัจจัยทางด้านจิตใจและอารมณ์
    • ความเครียดและความวิตกกังวล
    • ความกลัว ความตื่นเต้น
    • อาการตื่นตระหนก (Panic) 
  • เหตุจากยารักษาโรค
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างที่มีประจำเดือนระหว่างตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือน
  • จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ
    • หัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) ปัญหาที่เกิดขึ้นกับหัวใจ ซึ่งทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติหรือเต้นไม่เป็นจังหวะ
    • หัวใจห้องบนเต้นถี่ (Atrial Flutter)
    • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ (Tachycardia)และหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ (Bradycardia)

     
ชา2    ซึมเศร้า1    ยาแผนปัจจุบัน5

การวินิจฉัยเพื่อหาภาวะหัวใจเต้นผิดปกติทางแผนปัจจุบัน

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram : ECG) ช่วยตรวจการทำงานของหัวใจ เป็นการวินิจฉัยเบื้องต้นว่าผู้ป่วยมีโรคหัวใจหรือภาวะทางหัวใจอื่นๆหรือไม่
  • ใช้อุปกรณ์บันทึกจังหวะการเต้นของหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter Monitor) เป็นอุปกรณ์พกพาที่ใช้เพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งจะช่วยหาความผิดปกติของจังหวะการเต้นหัวใจและการทำงานของหัวใจตลอดทั้งวัน
  • การตรวจด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ (Electrophysiology Study) เป็นการตรวจการทำงานของคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อหาจุดกำเนิดของภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถพิจารณาได้ว่าควรใช้ยาหรือวิธีใดในการรักษา


วินิจฉัยเพื่อหาเหตุอื่นๆ โดยอาจพิจารณาทำเฉพาะเมื่อสงสัยว่าเกิดจากสาเหตุใดเป็นพิเศษขึ้นกับอาการของแต่ละคน

  • ตรวจเลือด เช่น ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ใจสั่น
  • ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) เป็นการตรวจดูประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจด้วยการใช้การสะท้อนกลับของคลื่นเสียงความถี่สูง
  • เอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray)
  • การทดสอบสมรรถภาพหัวใจ (Stress Test) เป็นการตรวจสอบการทำงานของหัวใจขณะที่ให้ผู้ป่วยออกกำลังกาย
  • ตรวจด้วยการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram) เป็นวิธีที่ใช้เพื่อหาความผิดปกติหรือตรวจสอบการอุดกั้นของการไหลเวียนโลหิตของหลอดเลือดหัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

ภูมิแพ้5ตรวจปอด

อาการใจสั่นในมุมมองแพทย์แผนจีน

    ใจสั่น (心悸) เป็นความรู้สึกที่ผู้ป่วยรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดปกติ โดยอาจจะมีอาการใจสั่นรัว ไม่สงบ จนไม่อาจควบคุมได้ ส่วนใหญ่จะมีอาการตอนกำเริบ ถ้าไม่กำเริบจะมีอาการเหมือนคนทั่วไป ทางแพทย์จีนเชื่อว่าอาการใจสั่นมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงอารมณ์หรือการตรากตรำมากเกินไป นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น หายใจไม่สะดวก หายใจสั้น นอนไม่หลับ วิงเวียน หลงลืม เป็นต้น

ขอบเขตของโรค

    เนื่องจากเป็นแค่อาการจึงพบได้บ่อยในโรคของหัวใจ เช่น มีอัตราการเต้นของหัวใจเร็วเกินไป ช้าเกินไปหรือผิดปกติ ลักษณะเด่นของอาการใจสั่นคือถ้ามีการกำเริบจึงมีอาการ ถ้าไม่กำเริบจะเหมือนคนปกติ เวลากำเริบผู้ป่วยจะรู้สึกใจหวิว ต่อมาจะรู็สึกใจเต้นรัวควบคุมไม่ได้ ถ้าอาการเบาจะเกิดเป็นพักๆ ถ้าเป็นมากจะเป็นอย่างต่อเนื่อง โดยความถี่อาจเป็นวันละครั้งหรือหลายวันเป็นครั้ง ผู้ป่วยอาจมีการเต้นของหัวใจช้าหรือเร็วผิดปกติ หรืออาจจะเต้นช้าบ้างเร็วบ้างสลับกัน และอาจมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น หายใจอึดอัด หายใจไม่อิ่ม ไม่มีแรง อ่อนเพลีย วิงเวียน มึนงงหรือหอบ ถ้ารุนแรงอาจสลบไป

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค

    ทางการแพทย์แผนจีนเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับเสินของหัวใจไม่ปกติหรือเสินของหัวใจไม่สงบเป็นพื้นฐาน แบ่งเป็นกลุ่มแกร่งและกลุ่มพร่อง
    กลุ่มแกร่ง เกิดจากเสียชี่เข้ามารบกวนหรืออุดตันหลอดเลือดหัวใจแล้วทำให้เกิดอาการใจสั่น เสียชี่อาจมาจากภายนอกหรือภายใน เช่น เสมหะสกปรก น้ำคั่งค้างหรือมีเลือดคั่ง
    กลุ่มพร่อง เกิดจากชี่ เลือด อิน หยางพร่องเป็นเหตุทำให้เสินที่หัวใจขาดการหล่อเลี้ยงจึงทำให้เกิดใจสั่น

ปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

  • ร่างกายอ่อนแอ อาจเกิดจาการเจ็บป่วยมานานเรื้อรังทำให้เจิ้งชี่ไม่เพียงพอ เจิ้งชี่ หมายถึง ชี่ เลือด อิน หยางนั่นเอง เมื่อไม่เพียงพอจึงทำให้หัวใจได้รับการหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอทำให้เกิดอาการใจสั่น
  • อารมณ์ทั้ง7 อารมณ์กลัวหรือถูกทำให้ตกใจกลัวซึ่งจะทำให้เสินผิดปกติ การครุ่นคิดมากเกินไปทำให้เสินเสื่อมลง ความวิตกกังวลหรือโกรธจะกลายสภาพเป็นไฟไปรบกวนเสิน
  • เสี่ยชี่จากภายนอกมากระทำ ลม ความเย็น ความชื้น ความร้อน ทำให้เกิดอาการของภาวะไม่คล่อง เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วทำให้หลอดเลือดหัวใจถูกอุดกั้นทำให้ไหลเวียนไม่คล่อง สาเหตุเกิดจากความเย็นความชื้น ได้แก่ โรคหัวใจอันเกิดจากไข้รูมาติก (Rheumatic fever) แล้วทำให้ลิ้นหัวใจมีความผิดปกติทำให้มีอาการใจสั่น สาเหตุภายนอกอันเกิดจากลมร้อน พิษร้อน ได้แก่ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบอันเกิดจากเชื้อไวรัส (Viral myocarditis) ซึ่งจะมีอาการใจสั่นและมีการเต้นของหัวใจผิดปกติเช่นเดียวกัน
  • การบริโภค คนที่ชอบรับประทานอาหารรสจัด หวานมัน จะทำให้ม้ามอ่อนแอเกิดเป็นความชื้นกลายเป็นเสมหะ เมื่อเสมหะตกค้างอยู่นานจะแปรสภาพเป็นความร้อนเป็นเสมหะร้อนไปขัดขวางการไหลเวียนของชี่ หรือเสมหะไปรบกวนเสินทำให้ใจสั่น

อ่อนแอ2    กลัว1    อาหารทอด5

การวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการโรค

  • กลุ่มอาการหัวใจและถุงน้ำดีพร่อง
    • อาการทางคลินิก : ใจสั่น ขี้กลัว ตกใจง่าย ไม่ว่าจะนั่งจะนอนรู้สึกว่าจิตใจไม่สงบ ถ้านอนหลับจะฝันมาก ตกใจง่าย มักมีหูแว่ว เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าบางขาว
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็กละเอียดหรือตึงเล็กละเอียด
    • หลักการักษา : สงบและหยุดอาการตกใจและบำรุงหัวใจให้เสินสงบ
  • กลุ่มอาการเลือดพร่อง
    • อาการทางคลินิก : ใจสั่น หายใจสั้น อ่อนเพลีย รับประทานอาหารได้น้อย เวียนศีรษะ ตาลาย นอนไม่หลับ สีหน้าขาวซีด
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดอ่อนแรง
    • หลักการักษา : บำรุงเลือด บำรุงชี่ บำรุงหัวใจ สงบเสิน
  • กลุ่มอาการอินไตพร่อง
    • อาการทางคลินิก : ใจสั่น ตื่นตกใจง่าย จิตใจสับสนนอนไม่หลับ ร้อนฝ่ามือฝ่าเท้าและทรวงอก เหงื่อออกขณะนอนหลับ เมื่อยเอว มีเสียงดังในหู วิงเวียนศีรษะ ตาลาย
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าน้อย
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดเร็ว
    • หลักการักษา : เพิ่มอิน ลดไฟ บำรุงหัวใจให้เสินสงบ
  • กลุ่มอาการหยางหัวใจพร่อง
    • อาการทางคลินิก : หัวใจเต้นช้า ใจสั่น รู้สึกแน่นอึดอัดทรวงอก หายใจสั้น ตัวเย็น หน้าขาวซีด
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดหรือซีดอมคล้ำ ฝ้าขาว
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรอ่อนแรงหรือจมละเอียดไม่มีแรง
    • หลักการักษา : อุ่นบำรุงหยางหัวใจให้เสินสงบ หยุดอาการใจสั่น
  • กลุ่มเสมหะไฟรบกวนหัวใจ
    • อาการทางคลินิก : ใจสั่น แน่นหน้าอก กระสับกระส่าย ไอ เสมหะเหลืองข้น คอแห้ง กระหายน้ำ ปากขม ท้องผูก ปัสสาวะเข้ม นอนไม่หลับ
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นเร็ว
    • หลักการักษา : ขจัดความร้อน สลายเสมหะ ช่วยให้เสินสงบ
  • กลุ่มน้ำคั่งรบกวนหัวใจ
    • อาการทางคลินิก : ใจสั่น วิงเวียนศีรษะ แน่นหน้าอกเหมือนจุก มีความรู้สึกอยากดื่มน้ำแต่ไม่ดื่มก็ได้ ปัสสาวะน้อยลง ขาบวม ตัวเย็น อาจจะมีอาเจียนเป็นน้ำลายเหนียวใส คลื่นไส้
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดอ้วน ฝ้าขาวและลื่น ชุ่มน้ำ
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงลื่น
    • หลักการักษา : อุ่นบำรุงหยางหัวใจ ขับน้ำที่คั่ง ทำให้ชี่ไหลเวียนคล่อง ช่วยให้เสินสงบ
  • กลุ่มอาการเลือดคั่งอุดกั้นหลอดเลือดหัวใจ
    • อาการทางคลินิก : ใจสั่น แน่นหน้าอก เจ็บปวดเหมือนเข็มทิ่มที่ทรวงอก ริมฝีปากและเล็บสีอมคล้ำ
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นมีจุดเลือดคั่งหรือลิ้นสีคล้ำ
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรฝืดหรือสะดุด
    • หลักการักษา : เพิ่มการไหลเวียน สลายเลือดคั่ง ช่วยให้ชี่เดินและทะลวงลมปราณแก้ปวด
  • กลุ่มลมร้อนภายนอกมากระทำ
    • อาการทางคลินิก : ใจสั่น แน่นหน้าอก อ่อนเพลีย ไม่มีแรง มึนศีรษะหรือหมดสติ มีไข้ตัวร้อน อาจมีกลัวลมบ้าง คอแห้ง ปากขม เหงื่อออก
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลอยเร็ว
    • หลักการักษา : ขับร้อน ขจัดพิษ บำรุงชี่และอินหัวใจ

หัวใจวาย1

การบำบัดรักษาอาการใจสั่นทางแพทย์แผนจีน

    สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการใจสั่น ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้ 

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • กลุ่มอาการหัวใจและถุงน้ำดีพร่อง ให้ยาที่มีสรรพคุณสงบและหยุดอาการตกใจและบำรุงหัวใจให้เสินสงบ รักษาอาการใจสั่น
    • กลุ่มลมร้อนภายนอกมากระทำ ให้ยาที่มีสรรพคุณขับร้อน ขจัดพิษ บำรุงชี่และอินหัวใจ รักษาอาการใจสั่น

  • การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น 
    • กลุ่มอาการเลือดคั่งอุดกั้นหลอดเลือดหัวใจ ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณเพิ่มการไหลเวียน สลายเลือดคั่ง ช่วยให้ชี่เดินและทะลวงลมปราณแก้ปวด รักษาอาการใจสั่น
    • กลุ่มน้ำคั่งรบกวนหัวใจ ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณอุ่นบำรุงหยางหัวใจ ขับน้ำที่คั่ง ทำให้ชี่ไหลเวียนคล่อง ช่วยให้เสินสงบ รักษาอาการใจสั่น

ยาสมุนไพรแคปซูล10    ฝังเข็มเอว3

การนวดกดจุดบำรุงหัวใจด้วยตนเอง

  • จุดเน่ยกวน วิธีการหาจุด ใช้ 3 นิ้วทาบ จุดจะอยู่ตรงกลางระหว่างเอ็น 2 เส้น กดนวด 1-2 นาทีหรือมากกว่าได้
  • จุดเสินเหมิน อยู่บริเวณข้อมือ ด้านฝ่ามือ ฝั่งนิ้วก้อย กดนวดคลึง 1-2 นาทีหรือมากกว่าได้
  • จุดต้าหลิง อยู่ตรงกลางกระดูกข้อมือตรงรอยแอ่งบุ๋ม กดนวดคลึง 1-2 นาที หรือมากกว่าก็ได้

สมุนไพรที่ช่วยบำรุงหัวใจ

  • กระชาย มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง แก้ใจสั่น นอกจากนี้รสเผ็ดร้อนขม กลิ่นหอมของกระชายยังช่วยขับปัสสาวะพิการ แก้บิด มูกเลือด แก้ปวดมวนท้อง ท้องเดินอีกด้วยโดยนำส่วนเหง้ามาตากแห้งบดละเอียดผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนกินแก้อาการ
  • กุหลาบ นำดอกแห้งมาชงเป็นชากุหลาบดื่ม รสเย็นหอมจากดอกกุหลาบจะช่วยบำรุงหัวใจและทำให้หัวใจชุ่มชื่น นอกจากนี้น้ำมันหอมระเหยจากดอกกุหลาบยังช่วยบำรุงหัวใจบำรุงสมองให้สดชื่น แจ่มใส
  • พุทราจีน บำรุงหัวใจ บำรุงเลือด ช่วยให้นอนหลับ
  • โจ๊กลำไย สรรพคุณ บำรุงหัวใจ สงบจิต บำรุงม้าม 
              ข้าวสาร 60 กรัม 
              พุทราจีน 5 ลูก 
              เนื้อลำใยแห้ง 15 กรัม 
              น้ำตาลทรายขาว 50 กรัม
              วิธีทำ ซาวข้าวสารและล้างพุทราจีนให้สะอาด ใส่ลงในหม้อรวมกับเนื้อลำไย เติมน้ำ 3-4 ถ้วยแล้วตั้งไฟอ่อนต้มเป็นโจ๊ก เติมน้ำตาลงไป รับประทานวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น

กระชาย1
กุหลาบ5ชากุหลาบ
พุทราแดงจีน4
โจ๊กลำไย2

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • หลีกเลี่ยงความเครียดหรือความกังวล โดยวิธีผ่อนคลายต่างๆ เช่น บำบัดด้วยกลิ่น เล่นโยคะ ฝึกหายใจเข้าลึกๆ
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ได้แก่ กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มชูกำลัง บุหรี่ หรือยาแก้หวัดบางชนิด
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอและรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง
  • หมั่นสังเกตตัวเองว่ารับประทานอาหารชนิดใดแล้วทำให้เกิดอาการก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้น
  • ไม่ควรนอนดึก ควรนอนก่อน 22.00 น.
  • ดื่มน้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิปกติให้ได้วันละ 2-3 ลิตร โดยใช้การจิบเรื่อยๆ ทั้งวัน

กดจุดรักษาอาการใจสั่น

จุดจู๋ซานหลี่ (足三里穴)

  • ตำแหน่ง => จุดจู๋ซานหลี่อยู่ใต้จุดตู๋ปี๋ 3 ชุ่นหรือใช้ 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป และห่างจากกระดูกหน้าแข้งด้านนอก 1 นิ้วมือ
  • รักษาอาการ => บำรุงสุขภาพ บำรุงม้ามกระเพาะ กรดไหลย้อน เสริมภูมิคุ้มกัน ปวดเข่า ปวดขาและเท้า อ่อนเพลียไม่มีแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพาตใบหน้า หูอื้อ หวัด ไอ หอบหืด เสมหะมาก วัณโรคปอด ท้องอืดแน่น อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ใจสั่น แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะติดขัด ตกขาว ไส้เลื่อน 
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดเน่ยกวน (内关)

  • ตำแหน่ง => อยู่บริเวณใต้รอยพับข้อมือลงมา 2 ชุ่น หรือใช้ 3 นิ้ว ( ชี้ กลาง นาง ) ทาบลงไป อยู่ตรงกลางระหว่างเส้นเอ็นทั้ง 2 เส้น
  • รักษาอาการ => นอนไม่หลับ บำรุงหัวใจ ปรับความดันโลหิต ใจสั่น เจ็บหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เจ็บหน้าอกและชายโครง ปวดเกร็งแขน ข้อศอก และข้อมือ อัมพฤกษ์ อัมพาต ไมเกรน เวียนศีรษะ แน่นหน้าอก หายใจตื้น ความจำเสื่อม โรคซึมเศร้า 
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ2-3 ครั้ง  

จุดเสินเหมิน (神门)

  • ตำแหน่ง => อยู่ตรงรอยพับข้อมือฝั่งนิ้วก้อย ตรงระหว่างเส้นเอ็นกับปุ่มกระดูกจะมีแอ่งเล็กๆ แอ่งนั้นจะเรียกว่า จุดเสินเหมิน
  • รักษาอาการ => นอนไม่หลับ  บำรุงหัวใจ ปวดหัวใจ ใจสั่น ตกใจง่าย หงุดหงิด  ปวดศีรษะ สมองเสื่อม ความจำเสื่อม กลุ่มอาการโรคซึมเศร้า โรคทางจิตประสาท ปวดชายโครง สงบจิตใจ แก้อาการเมารถ เมาเรือ
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่นๆ