โรคท้องผูก

โรคท้องผูก(便秘)
โรคท้องผูก เป็นอาการถ่ายอุจจาระยาก เนื่องจากอุจจาระมีสภาพเป็นก้อนแห้งแข็ง อันเนื่องมาจากร่างกายขาดน้ำ หรืออุจจาระอยู่ในลำไส้นานจนแห้งแข็ง เวลาขับถ่ายจึงต้องใช้แรงในการเบ่งมาก อาจมีอาการขับถ่ายไม่ออก และหลังถ่ายอุจจาระแล้วมักจะมีความรู้สึกว่าถ่ายอุจจาระไม่สุด
นิยามของอาการท้องผูกคือเป็นภาวะที่มีการเคลื่อนไหวของลำไส้ผิดปกติ ทำให้อุจจาระไม่ออกเป็นสำคัญ หรือผู้ป่วยจำเป็นต้องออกแรงเบ่งมากในเวลาถ่าย บางครั้งก็เบ่งอุจจาระไม่ออกจนต้องสวนหรือแคะออก แม้ผู้ป่วยจะถ่ายทุกวัน ถ้าอุจจาระแข็งมาก ต้องอาศัยแรงเบ่งมาก หรือถ่ายแล้วมีความรู้สึกว่าไม่สุดก็เรียกว่าเป็นอาการท้องผูกเช่นเดียวกัน
โรคท้องผูกหลายๆคนอาจมองข้ามว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ในความเป็นจริงโรคท้องผูกจัดว่าเป็นปัญหาในชีวิตเป็นอย่างมาก เพราะในผู้ป่วยหลายรายมีอาการมวนท้องแต่ถ่ายไม่ออกทำให้นั่งนานเป็นผลให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ อีกทั้งเกิดอาการไม่สบายท้องทำให้หงุดหงิด หากปล่อยทิ้งไว้ในระยะยาวอาจมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ได้
สาเหตุและกลไกการเกิดโรค
- ในกระเพาะอาหารและลำไส้มีความร้อนสะสม มักเกิดกับคนที่ชื่นชอบอาหารรสจัด เผ็ดร้อน อาหารมัน ทอด ปิ้ง ย่าง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนความร้อนสะสมอยู่ในลำไส้ เป็นผลให้เกิดอาการท้องผูก อุจจาระเป็นก้อนแข็ง
- เกิดจากชี่ตับติดขัด มักพบบ่อยในผู้คนที่มีภาวะเครียด วิตกกังวล พนักงานออฟฟิศ เป็นผลทำให้ลมปราณติดขัด ลำไส้ไม่ขับเคลื่อน ทำให้ไม่มีอาการปวดถ่าย หรือต้องใช้เวลานานในการถ่ายอุจจาระ รู้สึกถ่ายไม่สุด
- เกิดจากความเย็น อาจถูกความเย็นจากภายนอกหรือจากการรับประทานของเย็น อาหารดิบ เมื่อความเย็นเข้าสู่ลำไส้จะมีการจับตัว ทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ถดถอยหยุดชะงัก ส่งผลให้ไม่ขับถ่ายเป็นเวลาหลายวัน
- เกิดจากภาวะพร่องของร่างกาย เช่น ในผู้ป่วยสูงอายุ การป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน การเสียเลือดมากจากการผ่าตัดหรืออุบัติเหตุ ซึ่งทำให้ความชุ่มชื้นที่ไปหล่อเลี้ยงลำไส้ไม่เพียงพอจึงเกิดอาการถ่ายยาก
- ทานอาหารที่มีกากใยอาหารต่ำ (ทานผักผลไม้น้อย) เนื่องจากใยอาหารมีผลในการช่วยดึงอุจจาระ และรวบรวมอุจจาระให้เป็นก้อนทำให้ร่างกายสามารถขับถ่ายออกมาได้ หากกากใยอาหารมีน้อยเกินไปทำให้อุจจาระรวบรวมเป็นก้อนได้ยาก ทำให้ร่างกายไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระได้
- ดื่มน้ำน้อย การขับถ่ายอุจจาระต้องใช้สารหล่อลื่นในการขับถ่ายออกมา ซึ่งสารหล่อลื่นที่ว่าก็คือน้ำนั่นเอง หากดื่มน้ำน้อยหรือดื่มน้ำไม่พอจะทำให้ลำไส้แห้งซึ่งมีผลต่อการขับถ่าย




การจำแนกกลุ่มอาการตามหลักแพทย์แผนจีน
- กลุ่มอาการที่เกิดจากความร้อน (热秘)
- อาการทางคลินิก : อุจจาระแห้งแข็ง ปวดท้องแน่นท้อง ปากแห้ง มีกลิ่นปาก หน้าแดง หงุดหงิดกระวนกระวายใจ หรือมีอาการตัวร้อน ปัสสาวะน้อยสีเข้ม
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองแห้ง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นเร็ว
- หลักการรักษา : ระบายร้อน เพิ่มความชุ่มชื้นให้ลำไส้ ช่วยการขับถ่าย
- กลุ่มอาการที่เกิดจากชี่ตับติดขัด (气秘)
- อาการทางคลินิก : อุจจาระแห้งแข็ง หรืออุจจาระไม่แห้งแข็งแต่ถ่ายไม่ออกหรือถ่ายไม่คล่อง รู้สึกมีเสียงลำไส้ ปวดท้องแน่นท้อง เรอบ่อย เบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อย เสียดชายโครงทรวงอก
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นฝ้าบางเหนียว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง
- หลักการรักษา : ขจัดอาการชี่ติดขัด ทำให้ชี่เดินคล่อง ช่วยการขับถ่าย
- กลุ่มอาการที่เกิดจากความเย็น (冷秘)
- อาการทางคลินิก : ถ่ายอุจจาระยาก ปวดท้องเกร็งท้อง แน่นท้องไม่ชอบให้กด ปวดเสียดใต้ชายโครงด้านเดียว มือเท้าไม่อุ่น คลื่นไส้อาเจียน
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นฝ้าขาวเหนียว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง แน่น
- หลักการรักษา : อบอุ่นภายในสลายความเย็น ช่วยการขับถ่ายระงับปวด
- กลุ่มอาการชี่พร่องทำให้ท้องผูก (气虚秘)
- อาการทางคลินิก : อุจจาระไม่แห้งแข็ง มีความรู้สึกอยากถ่าย แต่ถ่ายลำบาก เมื่อออกแรงเบ่งจะมีเหงื่อออก หายใจไม่อิ่ม หลังจากถ่ายอุจจาระแล้วไม่มีแรง หน้าซีด อ่อนเพลียไม่มีแรง แขนขาไม่มีแรง ไม่มีแรงแม้แต่จะพูดจา
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดฝ้าขาว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรอ่อนแอ
- หลักการรักษา : บำรุงชี่ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ลำไส้ ช่วยการขับถ่าย
- กลุ่มอาการเลือดพร่องทำให้ท้องผูก (血虚秘)
- อาการทางคลินิก : อุจจาระแห้งแข็ง สีหน้าไม่มีชีวิตชีวา เวียนศีรษะตาลาย ใจสั่น หายใจสั้น ขี้หลงขี้ลืม ริมฝีปากซีด
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดฝ้าขาว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็ก
- หลักการรักษา : บำรุงเลือด เพิ่มความชุ่มชื้นในลำไส้ขจัดความแห้ง ช่วยการขับถ่าย
- กลุ่มอาการอินพร่องทำให้ท้องผูก (阴虚秘)
- อาการทางคลินิก : อุจจาระแห้งแข็ง อุจจาระเหมือนขี้แพะ ร่างกายซูบผอม เวียนศีรษะ หูมีเสียง แก้มแดง กระวนกระวายใจ นอนไม่หลับ ตัวร้อนช่วงบ่ายๆเย็นๆ มีเหงื่อออกขณะหลับ เมื่อยเอวเข่าอ่อน
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าน้อย
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็กเร็ว
- หลักการรักษา : เสริมบำรุงอิน ช่วยระบาย
- กลุ่มอาการหยางพร่องทำให้ท้องผูก (阳虚秘)
- อาการทางคลินิก : อุจจาระแห้งแข็งหรืออุจจาระอาจจะไม่แห้งแข็ง ขับถ่ายลำบาก ปัสสาวะใสปริมาณมาก สีหน้าซีดขาว แขนขาเย็น ช่วงท้องมีอาการปวดแบบเย็นๆ หรือเมื่อยเอวเมื่อยเข่าแบบเย็นๆ
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดฝ้าขาว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมช้า
- หลักการรักษา : อบอุ่นหยาง ช่วยระบาย

การบำบัดทางแพทย์แผนจีน
สยามแพทย์แผนจีนคลินิก ทำการรักษาอาการท้องผูกตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้
- ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการและสาเหตุของโรค
- อาการท้องผูกจากกลุ่มอาการที่เกิดจากความร้อน ใช้ยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณระบายร้อน เพิ่มความชุ่มชื้นให้ลำไส้ ช่วยการขับถ่าย
- อาการท้องผูกจากกลุ่มอาการที่เกิดจากชี่ตับติดขัด ใช้ยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณขจัดอาการชี่ติดขัด ทำให้ชี่เดินคล่อง ช่วยการขับถ่าย
- อาการท้องผูกจากกลุ่มอาการที่เกิดจากความเย็น ใช้ยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณอบอุ่นภายในสลายความเย็น ช่วยการขับถ่ายระงับปวด
- การฝังเข็ม ตามแต่ละกลุ่มอาการ โดยมีการฝังเข็มตามจุดฝังเข็ม เช่น
- อาการท้องผูกจากกลุ่มอาการชี่พร่องทำให้ท้องผูก ฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณบำรุงชี่ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ลำไส้ ช่วยการขับถ่าย
- อาการท้องผูกจากกลุ่มอาการเลือดพร่องทำให้ท้องผูก ฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณบำรุงเลือด เพิ่มความชุ่มชื้นในลำไส้ขจัดความแห้ง ช่วยการขับถ่าย
- อาการท้องผูกจากกลุ่มอาการอินพร่องทำให้ท้องผูก ฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณเสริมบำรุงอิน ช่วยระบาย

สมุนไพรแก้ท้องผูก
- เม็ดแมงลัก เนื่องจากเม็ดแมงลักมีกากใยในตัวสูง รวมทั้งด้วยความที่เม็ดแมงลักมีลักษณะเป็นเมือกลื่นมีผลทำให้อุจจาระนิ่มและอ่อนตัวลง วิธีทานให้นำเม็ดแมงลักประมาณ 2 ช้อนชา แช่น้ำเปล่า 1 แก้ว รอจนกว่าเม็ดแมงลักพองเต็มที่สามารถดื่มได้ทันที หรืออาจผสมน้ำหวานดื่มก็ได้ ข้อควรระวังควรให้เม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่ก่อนดื่มไม่เช่นนั้นเม็ดแมงลักจะไปดูดน้ำในลำไส้ซึ่งจะยิ่งทำให้เกิดอาการท้องผูกมากขึ้นอีก
- มะขามป้อม โดยการนำมะขามป้อมมาผ่าแคะเม็ดออก (กินแต่เนื้อ) ประมาณ 10 ลูก นำไปปั่นคั้นน้ำ ดื่มก่อนนอนหรือหลังอาหารเย็นวันละ 1 แก้วกาแฟ
- มะขามแขก มีสรรพคุณเป็นยาระบาย สารเซนโนไซด์เอและบีในมะขามแขกที่กินเข้าไป จะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร ซึ่งมีผลกระตุ้นการบีบตัวของกล้ามเนื้อสำไส้ใหญ่ ทำให้รู้สึกปวดท้องอยากถ่าย
- กล้วยน้ำว้าสุก ในกล้วยน้ำว้าสุกมีกากใยอาหารมาก และมีสารเพ็กตินสูง (เพกติน คือกากใยอาหารชนิดหนึ่งที่ละลายในน้ำได้) ซึ่งช่วยในการขับถ่าย
ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูก
- ทานอาหารประเภทผัก และผลไม้ให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มกากใยในลำไส้เพื่อช่วยในการขับถ่าย
- ลองปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ทานอาหารรสอ่อน (รสไม่จัด) ไม่ผ่านการปรุงรสมากไป
- ออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ เพราะการเคลื่อนไหวและออกกำลังกายทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้อุจจาระมีโอกาสเคลื่อนที่และจับตัวเป็นก้อนมากขึ้นทำให้การขับถ่ายดีขึ้น
- ผ่อนคลายจิตใจไม่เคร่งเครียดจนเกินไป เพราะภาวะเครียด มีผลให้ลำไส้ทำงานได้แย่ลง ยิ่งทำให้ท้องผูก ถ่ายยากขึ้น
- นวดหน้าท้องตามเข็มนาฬิกาทุกวันประมาณ 10-20 นาที เพื่อเป็นการกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้
- ฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลา เพื่อให้ร่างกายจำเวลาขับถ่าย
- ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-3 ลิตร โดยใช้การจิบเรื่อย ๆ ทั้งวัน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในลำไส้
ดังนั้นแล้วอาการท้องผูกเป็นอาการที่ไม่ควรมองข้ามหากรู้ตัวเร็วควรรีบแก้ไข เพราะการขับถ่ายคือการขับสารพิษและของเสียตกค้างในร่างกาย ซึ่งอาการท้องผูกจะทำให้การขับสารพิษและของเสียดังกล่าวไม่เกิดขึ้น เป็นผลทำให้เกิดปัญหาไมเกรน สิว ฝ้า โรคริดสีดวงทวารหนัก หยิน - หยางในร่างกายขาดความสมดุล เป็นต้น อันเนื่องมาจากการถ่ายไม่ออกทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำจากอุจจาระที่ค้างอยู่ในลำไส้ ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว ยิ่งปล่อยไว้นานจนเป็นมะเร็งลำไส้แล้วการแก้ไขจะยากขึ้น และเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าการบรรเทาอาการท้องผูกหลายเท่า
กดจุดแก้อาการท้องผูก
จุดเทียนซู 天枢
- ตำแหน่ง => อยู่ห่างจากสะดือมาทางด้านข้าง 2 ชุ่น หรือใช้นิ้วมือทั้ง 3 นิ้ว ( ชี้ กลาง นาง ) ทาบลงไป จากสะดือทั้ง 2 ข้าง
- รักษาอาการ => เป็นจุดช่วยปรับสมดุลลำไส้ รักษาอาการท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืดแน่น ขับลม ลำไส้มีเสียง ท้องร้องโครกคราก ปวดรอบสะดือ โรคบิด ประจำเดือนผิดปกติ ลำไส้แปรปรวน ปวดเอว
- วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ทั้ง 2 ข้าง ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
จุดจู๋ซานหลี่ (足三里)
- ตำแหน่ง => จุดจู๋ซานหลี่อยู่ใต้จุดตู๋ปี๋ 3 ชุ่นหรือใช้ 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป และห่างจากกระดูกหน้าแข้งด้านนอก 1 นิ้วมือ
- รักษาอาการ => บำรุงสุขภาพ บำรุงม้ามกระเพาะ แก้ท้องผูก ท้องเสีย กรดไหลย้อน เสริมภูมิคุ้มกัน ปวดเข่า ปวดขาและเท้า อ่อนเพลียไม่มีแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพาตใบหน้า หูอื้อ หวัด ไอ หอบหืด เสมหะมาก วัณโรคปอด ท้องอืดแน่น อาเจียน ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ใจสั่น แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะติดขัด ตกขาว ไส้เลื่อน
- วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง