เจ็บคอ
เจ็บคอ

เจ็บคอ

    อาการเจ็บคอ (โหวปี้) เป็นอาการที่ทำให้รู้สึกเจ็บคอ หรือรู้สึกระคายเคืองในลำคอ อาการเจ็บคอมักจะสร้างปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น กลืนน้ำหรือกลืนอาหารได้อย่างยากลำบาก หรืออาจมีอาการระคายเคืองคอเวลาพูด และอาจมีอาการไอร่วมด้วย

ลักษณะอาการของโรค

    อาการเจ็บคอจัดเป็นอาการที่เกี่ยวกับระบบหู คอ จมูก ผู้ป่วยมักจะมีอาการระคายเคืองในลำคอ อาการมักจะเป็นมากขึ้นเวลากลืนน้ำลาย ดื่มน้ำหรือกลืนอาหาร นอกจากนี้อาจมีอาการเสียงแหบหรือไอร่วมด้วย ส่วนใหญ่อาการเจ็บคอมักเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ แต่บ่อยครั้งก็อาจเกิดจากการอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ อาการเจ็บคอเป็นอาการที่พบได้บ่อยมาก สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ อาการที่กล่าวมาจะพบในเพศชายและเพศหญิงในอัตราใกล้เคียงกัน และสามารถเกิดอาการนี้ได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบได้มากในช่วงฤดูหนาว ฤดูฝนและช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ไทรอยด์3


สาเหตุของอาการเจ็บคอ

    สาเหตุของอาการเจ็บคอมีหลายสาเหตุ เช่น

  • เกิดจากการติดเชื้อ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียและเชื้ออื่นๆ จัดเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นมากที่สุด โดยมักจะเป็นการติดเชื้อในจมูก ลำคอ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรือเกิดการแห้งจนเป็นสาเหตุของอาการเจ็บคอ
  • เกิดจากผลข้างเคียงของโรค เช่น ผลข้างเคียงจากอาการไข้หวัด โรคอาการทางคอ เช่น คออักเสบ กล่องเสียงอักเสบ ไซนัส เป็นต้น
  • เกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น
    • ดื่มน้ำน้อย
    • สูบบุหรี่
    • ดื่มสุรา
    • ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด

การวินิจฉัยทางแพทย์แผนจีน

การแพทย์แผนจีนวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการเจ็บคอเป็น 4 ชนิด ดังนี้

  • การรุกรานจากภายนอก (ส่วนใหญ่เกิดจากลมร้อนภายนอกเข้ารุกราน) 
    • อาการทางคลินิก : มีอาการเจ็บคอมาก กลืนลำบาก เวลากลืนจะเจ็บคอเพิ่มขึ้น มีไข้ ปวดศีรษะ กลัวลม เหงื่อออก ไอ เสมหะเหลืองเหนียวข้น
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าบางเหลือง   
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลอย เร็ว
  • ปอดและกระเพาะอาหารร้อน 
    • อาการทางคลินิก : อาการเจ็บคอค่อนข้างรุนแรง กลืนลำบาก มีไข้ กระหายน้ำ คอแห้ง มีกลิ่นปาก ท้องผูก อุจจาระแข็งแห้ง ปัสสาวะน้อย
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงเข้ม ฝ้าเหลือง 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรเร็ว แรง
  • อินปอดและไตพร่อง 
    • อาการทางคลินิก : คอแห้ง เจ็บคอแบบแสบๆร้อนๆ มีอาการมากในช่วงบ่าย ไอแห้ง ไม่ค่อยมีเสมหะ หรือเสมหะเหนียวมาก หรือเสมหะมีเลือดปน ร้อนใน ร้อนกลางฝ่ามือและฝ่าเท้า
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหนียว 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็ก เร็ว
  • เสมหะร้อนเลือดคั่ง 
    • อาการทางคลินิก : รู้สึกเหมือนมีก้อนในลำคอหรือเสมหะติดค้างในลำคอ เจ็บคอไม่มาก ขับเสมหะออกลำบาก คอแห้งแต่ไม่ชอบดื่มน้ำ แน่นหน้าอกหรือคลื่นไส้
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงคล้ำหรือมีจุดจ้ำเลือด ฝ้าขาวหรือเหลืองอ่อน   
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่น ตึง  

หมอตรวจ1

การบำบัดรักษาทางแผนจีน

   สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการเจ็บคอ ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้ 

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • อาการเจ็บคอตามกลุ่มอาการการรุกรานจากภายนอก ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ขับระบายลมร้อน เพิ่มสารน้ำ บำรุงปอด ระงับอาการไอ แก้เจ็บคอ
    • อาการเจ็บคอตามกลุ่มอาการปอดและกระเพาะอาหารร้อน ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ เพิ่มความชุ่มชื้นในปอด ขับร้อนในกระเพาะอาหาร เพิ่มสารน้ำ แก้ไอ แก้เจ็บคอ
  • การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • อาการเจ็บคอตามกลุ่มอาการอินปอดและไตพร่อง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ บำรุงสารอิน บำรุงปอด บำรุงไต แก้ไอ แก้เจ็บคอ
    • อาการเจ็บคอตามกลุ่มอาการเสมหะร้อนและเลือดคั่ง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ ขับร้อน ขับเสมหะ สลายเลือดคั่ง แก้ไอ แก้เจ็บคอ

ยาสมุนไพรแคปซูล11    ฝังเข็มไหล่3

สมุนไพรบรรเทาอาการเจ็บคอ

  • น้ำขิง เป็นเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ ละลายเสมหะ รวมถึงช่วยต้านการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ช่วยบรรเทาอาการหวัด เจ็บคอ มีน้ำมูก เสริมภูมิต้านทานและเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย สามารถเติมน้ำผึ้งและน้ำมะนาวลงผสมกับน้ำขิงได้ หรือจะเป็นน้ำขิงกับน้ำผึ้งก็ได้ เพื่อเพิ่มความชุ่มคอ บรรเทาอาการเจ็บคอ แต่หากมีไข้สูงให้จิบน้ำขิงในปริมาณน้อย
  • มะนาว มะนาวมีวิตามินซีสูง มีกรดซิตริก ที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ ยิ่งถ้าดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง ฤทธิ์ฆ่าเชื้อที่มีอยู่ในน้ำผึ้งก็จะมาช่วยเสริมทำให้อาการเจ็บคอที่เป็นอยู่ลดน้อยลง แถมยังช่วยแก้ไอได้อีกด้วย
  • น้ำผึ้ง น้ำผึ้งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ช่วยกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ชุ่มคอ ลดอาการระคายเคืองคอจากการไอได้
  • ชาเขียว การจิบชาเขียวอุ่นๆตลอดทั้งวันนั้นช่วยให้รู้สึกสบายคอและยังช่วยให้ภายในลำคอชุ่มชื้น สามารถลดอาการคันคอและระคายคอได้ เนื่องจากชาเขียวมีฤทธิ์ในการช่วยรักษาอาการติดเชื้อ ช่วยลดอาการเจ็บคอและช่วยลดอาการไอ หรือสามารถเติมน้ำผึ้งและน้ำมะนาวเพื่อช่วยแก้เจ็บคอ เพิ่มความชุ่มคอ ลดการระคายคอได้
  • มะขามป้อม มีวิตามินซีสูง มีสารแทนนินที่มีคุณสมบัติแก้เจ็บคอ แก้ไอ ลดเสมหะและบรรเทาอาการหวัด ถ้าเจ็บคอ ไอ ให้นำมะขามป้อมมาจิ้มเกลือเล็กน้อยแล้วอมไว้สักพักจะรู้สึกชุ่มคอขึ้น
  • น้ำลูกสำรอง มีสรรพคุณแก้เจ็บคอ โดยตำรับยาพื้นบ้านจะใช้ลูกสำรองประมาณ 10 - 20 ลูก ต้มกับชะเอมเทศจนได้น้ำสำรองเข้มข้นมาจิบแก้เจ็บคอและแก้ไอ
  • หล่อฮั้งก้วย มีสรรพคุณดับร้อน เพิ่มความชุ่มชื้นให้ปอดและลำคอ เหมาะกับกลุ่มอาการเจ็บคอที่เกิดจากปอดร้อน ไอแห้ง ไอกรน วิธีการรับประทาน นำหล่อฮั้งก้วย 1 ผล (20 กรัม) นำมาต้มกับน้ำ 1 ลิตร เนื่องจากหล่อฮั้งก้วยมีรสชาติหวาน หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลกระทบต่อม้ามและกระเพาะอาหารในแพทย์แผนจีน

ขิง1
มะนาว1
น้ำผึ้ง2
หล่อฮั้งก้วย5

เครื่องดื่มบรรเทาอาการเจ็บคอ

วิธีที่ 1 จิบชาดอกเก๊กฮวยหรือโจ๊กเก๊กฮวย
    ดอกเก๊กฮวยเป็นยาจีนที่มีฤทธิ์ค่อนข้างเย็น รสหวานขม ช่วยขจัดลม(พิษ)ระบายความร้อนของร่างกายได้ จึงมักจะนำมาใช้ดับกระหาย ขับสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณบำรุงสายตาได้ดีอีกด้วย แนะนำให้นำดอกเก๊กฮวยมาชงเป็นชาจิบระหว่างวัน จะะช่วยลดการอักเสบของลำคอ ช่วยให้ชุ่มคอ นอกจากนี้หากมีอาการเบื่ออาหาร กลืนอาหารลำบาก แนะนำให้นำดอกเก๊กฮวย 4-5 ดอกมาเคี่ยวผสมกับข้าวโจ๊ก กินเป็นมื้อเบาๆระหว่างวันจะช่วยลดอาการเจ็บคอแถมยังคล่องคออีกด้วย

วิธีที่ 2 จิบชาดอกบวบผสมน้ำผึ้ง
    ดอกของต้นบวบ เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่พบเห็นอยู่ทั่วไป มีฤทธิ์เย็น รสขม ชาวจีนมักจะนำดอกบวบ 6-7 ดอกมาล้างทำความสะอาดแล้วแช่ในน้ำร้อนให้พอออกสีเหลือง ผสมน้ำผึ้งลงไป1-2ช้อนชา จิบเป็นชาระหว่างวัน เพื่อช่วยให้ชุ่มคอ ลดอาการคอแดงอักเสบ ขับเสมหะ และรักษาอาการไอ

วิธีที่ 3 ดื่มและกลั้วคอด้วยน้ำชะเอมเทศ
    ชะเอมเทศเป็นพืชสมุนไพรที่หาซื้อได้ทั่วไปในท้องตลาด มีฤทธิ์กลาง รสหวาน ช่วยระบายความร้อน ขับพิษ แก้ไอ ขับเสมหะได้เป็นอย่างดี ในทางวิทยาศาสตร์มีผู้สนใจนำชะเอมเทศมาศึกษาในงานวิจัยมากมายพบว่าชะเอมเทศมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียก่อโรคระบบทางเดินหายใจ ต้านเชื้อไวรัสปอดอักเสบและลดการอักเสบของช่องปาก ลำคอและปอดได้ แนะนำให้นำมาต้ม (ใส่น้ำพอท่วม) จนเดือด แล้วดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็นหลังอาหาร และนำที่เหลือมาใช้กลั้วคอระหว่างวัน

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • ไม่ควรทานของเย็น น้ำเย็นหรือน้ำแข็ง ควรทานน้ำอุ่นหรือของอุ่น
  • ควรงดอาหาร มัน ทอด ปิ้ง ย่าง อาหารรสชาติเผ็ดร้อนและอาหารรสหวาน
  • ควรทานผักและผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น แก้ร้อนใน เช่น แตงกวา แตงโม แห้ว แก้วมังกร สาลี่   
  • ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 - 3 ลิตร โดยใช้การจิบตลอดทั้งวัน
  • ไม่ควรนอนดึก ควรนอนให้ได้ในระหว่างเวลา 22.00 น.

100