อ่อนเพลีย
อ่อนเพลีย

อ่อนเพลีย

    ภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome : CFS) หรือกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง คือกลุ่มอาการหรือภาวะความผิดปกติในระบบร่างกายที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันรวมทั้งทางด้านจิตใจ เป็นอาการที่บ่งบอกว่าร่างกายควรพักผ่อน ในบุคคลปกติทั่วไปหากได้รับการนอนหลับพักผ่อนในระยะเวลาที่พอดีก็สามารถตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น แต่ผู้ป่วยที่ประสบอยู่ในภาวะนี้แม้ว่าจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้วก็ยังคงมีอาการอ่อนล้า ไม่สดชื่นเหมือนคนทั่วไปและไม่ควรปล่อยปละละเลยไว้เพราะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน ภาวะอ่อนเพลียเรื้อรังนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับบุคคลทุกเพศ ทุกวัย แต่มักจะพบผู้ป่วยในวัยผู้ใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 40-50 ปี เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเพศหญิง 

สาเหตุภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง

    สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์รองรับ แต่มีข้อสันนิษฐานว่าเกิดจากปัจจัยต่างๆดังนี้

  • การติดเชื้อไวรัส 
    • ไวรัสเอ็ปสไตบาร์ (Epstein-Barr Virus)
    • ไวรัสมะเร็งเม็ดเลือดขาวในหนู (Mouse Leukemia Viruses)
    • ไวรัสในตระกูลเดียวกับเริมชนิดที่ 6 (Human Herpesvirus 6 : HHV-6)
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย
    • แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคปอดบวม
    • ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ผิดปกติ
  • การขาดความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย 
    • ฮอร์โมนที่ผลิตจากไฮโปทาลามัส
    • ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง
    • ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต
  • สุขภาพจิตที่ผิดปกติ 
    • ภาวะเครียด
    • โรคซึมเศร้า
  • อาการภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง
    • ปวดศีรษะ
    • วิงเวียนศีรษะ
    • เหนื่อยล้า
    • ไม่ค่อยมีสมาธิ
    • ความจำไม่ค่อยดี
    • มีต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้หรือที่คอใหญ่ขึ้น
    • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และข้อกระดูก
    • มีปัญหาในการนอนหลับ

อาการอ่อนเพลียเรื้อรังในทรรศนะแพทย์แผนจีน

    อาการอ่อนเพลียเรื้อรั้งในแพทย์แผนจีนสัมพันธ์กับอวัยวะตับ ม้าม ไต

    - ตับมีหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ ควบคุมจิตใจและอารมณ์ ควบคุมและกำหนดเส้นเอ็นและเล็บ มีหน้าที่เก็บสะสมเลือด เป็นอวัยวะที่สำคัญสำหรับร่างกายมนุษย์ในการขจัดความเหนื่อยล้า

    - ม้ามเป็นพื้นฐานร่างกายหลังกำเนิด โดยควบคุมการย่อยและดูดซึมสารอาหาร อาหารเมื่อถูกย่อยที่กระเพาะอาหารแล้วม้ามจะลำเลียงสารจำเป็นไปสู่ปอดเพื่อส่งไปทั่วร่างกาย และสารจำเป็นที่ได้จะเป็นพื้นฐานในการสร้างเลือด ควบคุมการไหลเวียนเลือดให้ไหลเวียนอยู่ภายในเส้นเลือด

    - ไตเป็นพื้นฐานร่างกายก่อนกำเนิด มีหน้าที่เก็บสารจำเป็นของชีวิตทั้งด้านการกำเนิดชีวิตและการดำรงชีวิต เกี่ยวกับการเผาผลาญ การสันดาปในร่างกาย(metabolism)จะหล่อเลี้ยงและไหลเวียนไปทั่วร่างกาย

    ไตสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตและการสืบพันธ์ุ ควบคุมการไหลเวียนและสมดุลของปริมาณน้ำในร่างกาย น้ำเสียที่ไม่มีประโยชน์หรือมีมากเกินจะถูกส่งไปที่กระเพาะปัสสาวะและขับออกไปเป็นปัสสาวะทำให้ม้ามลำเลียงของเหลวได้เป็นปกติ ไตยังสัมพันธ์กับการหายใจของปอด ไตเป็นผู้รับลมปราณที่เคลื่อนที่ลงมาจากปอดทำให้หายใจเข้าออกสะดวกมีจังหวะสม่ำเสมอ และสารจำเป็นของไตสร้างสมองและไขสันหลังซึ่งเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน เลี้ยงบำรุงเส้นผมและขน ถ้าไตแข็งแรงจะทำให้พละกำลังดีและสมองเป็นปกติ เมื่อชี่ของไตพร่องก็จะทำให้การทำงานของร่างกายบกพร่องลงไปด้วย

%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A      %E0%B9%84%E0%B8%953

การจำแนกกลุ่มการรักษาทางการแพทย์แผนจีน

  • กลุ่มอาการชี่ตับติดขัด
    • ลักษณะอาการ : อ่อนเพลียไม่มีแรง แขนขาอ่อนแรง กระวนกระวายใจ หงุดหงิดง่าย ปวดแน่นศีรษะ นอนไม่หลับ เสียดแน่นชายโครงสีข้าง ปากขมคอแห้ง อุจจาระแห้ง
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าขาวบาง
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง 

  • กลุ่มอาการชี่ม้ามพร่อง
    • ลักษณะอาการ : อ่อนเพลียไม่มีแรง หายใจสั้น ไม่อยากพูด เหงื่อออกมากผิดปกติ แขนขาอ่อนแรง หรือมีอาการเบื่ออาหาร แน่นท้อง ท้องผูกหรือถ่ายเหลว
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดฝ้าขาว 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียด

  • กลุ่มอาการอินของตับและไตพร่อง 
    • ลักษณะอาการ : อ่อนเพลียไม่แรง มึนศีรษะ หูอื้อ การได้ยินบกพร่องลง เหงื่อออกขณะหลับ เมื่อยเอวเข่าอ่อน กระวนกระวายใจ นอนไม่หลับ ตัวร้อน คอแห้งเจ็บคอ สีหน้าดำคล้ำ 
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าน้อย 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดเร็ว

  • กลุ่มอาการหยางของม้ามและไตพร่อง 
    • ลักษณะอาการ : มีอาการเฉื่อยชา สีหน้าขาวซีด แขนขาไม่มีแรง ปวดเอวปวดเข่าแบบเย็นๆ กลัวหนาว มือเท้าเย็น ง่วงอยากนอนตลอดเวลา ใจสั่น หายใจถี่ เหงื่อจะออกง่ายเวลาขยับร่างกาย ถ่ายเหลว 
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ลิ้นอ้วน มีรอยฟันที่ข้างลิ้น ฝ้าหนาเหนียวและลื่น 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมละเอียดอ่อนแรง

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

    สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้ 

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • กลุ่มอาการหยางของม้ามและไตพร่อง ให้ยาที่มีสรรพคุณบำรุงม้าม บำรุงไตหยาง เพิ่มความอบอุ่น รักษาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง
    • กลุ่มอาการอินของตับและไตพร่อง ให้ยาที่มีสรรพคุณบำรุงอินของตับและไต ทำให้อินหยางสมดุล ลดความร้อนภายในร่างกาย รักษาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง 
    • การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น 
      • กลุ่มอาการชี่ตับติดขัด ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณระบายชี่ตับ ปรับการหมุนเวียนของชี่ให้ชี่เดินคล่อง ลดการติดขัด รักษาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง
      • กลุ่มอาการชี่ม้ามพร่อง ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณบำรุงม้าม บำรุงชี่ เพิ่มความอยากอาหาร สร้างเลือด เหนี่ยวรั้งเลือดและชี่ รักษาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง

    คำแนะนำจากแพทย์

    • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการอดนอน
    • หลีกเลี่ยงความเครียด 
    • ควรออกกำลังกาย เพราะจะทำให้นอนหลับง่ายขึ้น
    • รับประทานอาหารไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
    • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟและน้ำอัดลม
    • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
    • หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมเป็นพิษ เช่น พักอาศัยอยู่ในเขตชุมชนที่มีเสียงดัง


    กดจุดรักษาอาการอ่อนเพลีย

    จุดจู๋ซานหลี่ (足三里)

    • ตำแหน่ง => จุดจู๋ซานหลี่อยู่ใต้จุดตู๋ปี๋ 3 ชุ่นหรือใช้ 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป และห่างจากกระดูกหน้าแข้งด้านนอก 1 นิ้วมือ
    • รักษาอาการ => บำรุงสุขภาพ รักษาอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพาตใบหน้า บำรุงม้ามกระเพาะ กรดไหลย้อน เสริมภูมิคุ้มกัน ปวดเข่า ปวดขาและเท้า หูอื้อ หวัด ไอ หอบหืด เสมหะมาก วัณโรคปอด ท้องอืดแน่น อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ใจสั่น แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะติดขัด ตกขาว ไส้เลื่อน 
    • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

    จุดเหอกู่ 合谷穴

    • ตำแหน่ง => อยู่บริเวณง่ามนิ้วโป้งและนิ้วชี้ทั้งสองข้าง ให้กางนิ้วโป้งออก ใช้ขอบของข้อบนสุดของนิ้วโป้งอีกข้างวางทาบบนง่ามระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ตรงปลายนิ้วโป้งจะตรงกับจุดนี้พอดี
    • รักษาอาการ => แก้อาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ไมเกรน ตาบวม ตาแดง หูอื้อ หูตึง เลือดกำเดาไหล หน้าเบี้ยวปากเบี้ยว เป็นไข้ หนาวๆร้อนๆ ประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนมาน้อย ปวดมือ ปวดแขน ปวดนิ้ว นิ้วล็อก และเนื่องจากจุดนี้เป็นจุดที่อยู่บนเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ จึงสามารถปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ รักษาอาการท้องผูกหรือท้องเสียได้ 
    • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึง 1-2 นาที วันละ 2-3 ครั้ง ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตื้อๆ ตึงๆ (คนท้องห้ามกดหรือฝังเข็มที่จุดนี้)

    จุดไป๋ฮุ่ย (百会)

    • ตำแหน่ง => อยู่กึ่งกลางระหว่างเส้นเชื่อมจากยอดใบหูทั้ง 2 ข้าง บรรจบกับเส้นที่ลากจากปลายจมูกขึ้นมาตรงกลางศีรษะ
    • รักษาอาการ => รักษาอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดไมเกรน นอนไม่หลับ อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดในสมองตีบ เส้นเลือดในสมองแตก หูมีเสียง ลมบ้าหมู ลมชัก รักษาอาการซึมเศร้า รักษาอาการทางจิตประสาท ภาวะสมองเสื่อม แขนขากระตุก อัมพาตใบหน้า 
    • วิธีนวดกดจุด => ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลาง หรือทั้ง 2 นิ้ว กดนวดคลึงไปมา 100 ครั้ง วันละ 2-3 ครั้ง    

    • หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ