อาหารและกดจุดโรคกระเพาะอาหาร

อาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร
อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร ควรเลือกรับประทานอาหารที่ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร ย่อยง่าย และมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหารได้ด้วย ดังนี้
- ถั่วลิสง (花生) ช่วยลดการหลั่งน้ำย่อยของกระเพาะอาหาร เป็นการลดภาระของกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการท้องเสีย
- กะหล่ำปลี (包心菜) ช่วยบำรุงและซ่อมแซมเยื่อบุของกระเพาะอาหาร ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการของโรคกระเพาะทุกประเภท ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้
- กวางตุ้งฮ่องเต้ (油菜) ช่วยสร้างอุจจาระ ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียเรื้อรัง ช่วยให้แผลในกระเพาะอาหารหายเร็วขึ้น
- หัวไชเท้า (萝卜) อุดมไปด้วยเอนไซม์ย่อยอาหาร ช่วยย่อยอาหาร ช่วยบรรเทาอาการปั่นป่วนของกระเพาะและลำไส้ที่เกิดจากการกินมากเกินไป ลดแก๊สในกระเพาะอาหาร
- ฮ่วยซัว (山药) ช่วยปกป้องเยื่อเมือกและผนังกระเพาะอาหาร บำรุงกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้มีเรี่ยวแรงจากอาการท้องเสีย
- หอมหัวใหญ่ (洋葱) ช่วยบำรุงรักษาเยื่อบุกระเพาะอาหาร ปรับสภาพของกระเพาะอาหาร มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคกระเพาะ
- ว่านหางจระเข้ (芦荟) วุ้นของว่านหางจระเข้จะห่อหุ้มเยื่อบุกระเพาะอาหารที่เป็นแผลเอาไว้ บรรเทาอาการของโรคแผลในกระเพาะอาหาร รักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร
- มะม่วง (芒果) วิตามินเอในมะม่วงช่วยรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร
- แอปเปิล (苹果) ช่วยบำรุงหัวใจ กระเพาะอาหารและอวัยวะภายในส่วนกลางถึงล่าง ได้แก่กระเพาะอาหาร ตับและไต ช่วยเจริญอาหาร ลดอาการแน่นหน้าอก บรรเทาอาการไอแห้งๆ แอปเปิลมีประโยชน์ต่อคนที่เหนื่อยง่าย เป็นโรคโลหิตจาง และท้องผูก แก้กระหายน้ำ ทำให้มีกำลังวังชามากขึ้น สรรพคุณด้านการแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นยาบำรุง ช่วยสร้างน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ทำให้ระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ บรรเทาโรคลำไส้อักเสบหรือโรคเรื้อรังต่างๆ
- พุทราจีน (大枣) แก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง ทำให้ม้ามและกระเพาะอาหารทำงานได้ดี ใช้บำรุงหัวใจ ตับ ปอด ม้ามและไต ช่วยสลายก้อนเลือดในช่องท้อง (ก้อนเลือดเกิดจากลมปราณโลหิตไหลเวียนติดขัด) พุทราจีนถอนพิษได้ดี จึงมีอยู่ในยาแผนโบราณเกือบทุกตำรับที่ใช้แก้คลื่นไส้
- ลูกเดือย (薏苡仁) บำรุงร่างกาย บำรุงพลัง บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร เหมาะสำหรับคนที่อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ท้องเสียบ่อยๆ ท้องเสียเรื้อรัง ขับน้ำ ขับปัสสาวะ ลดบวม ลดอาการบวมน้ำ ขาบวม เท้าบวมปัสสาวะไม่คล่อง ปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะแสบร้อน ขัดเบา ขับความชื้นออกจากร่างกาย ลดอาการปวดตามข้อ ปวดเกาต์ แขนขาแข็งเกร็ง ขยับไม่ได้ งอแขนขาไม่ได้ หรือผู้หญิงที่มีตกขาวเยอะสีขาวๆไม่มีกลิ่น แสดงว่าร่างกายมีความชื้นสะสมอยู่มาก ดับร้อน ลดพิษ ขับหนอง ลดอาการฝีในปอด ไอมีหนอง แน่นหน้าอก ฝีในลำไส้ มีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งและช่วยลดผลข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัด เช่นอาการแสบร้อน เบื่ออาหาร ไม่มีแรง เป็นต้น ข้อควรระวัง เนื่องจากลูกเดือยมีฤทธิ์เย็นคนที่ขี้หนาว กลัวหนาว แขนขาเย็น ไม่ควรทานต่อเนื่องหรือทานเยอะเกินไป หรืออาจจะลดฤทธิ์เย็นด้วยการรับประทานคู่กับขิง เช่น ต้มลูกเดือยคู่กับขิง เป็นต้น
- ขิงสด (生姜) เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะแบบเย็น มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ขิงช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับกระเพาะอาหาร ขับไล่ความเย็น ปรับสมดุลม้ามกระเพาะอาหาร ระงับอาการคลื่นไส้อาเจียน เสริมความแข็งแรงให้กระเพาะอาหาร รักษาแผลในกระเพาะอาหารบริเวณลำไส้เล็กส่วนต้น กระตุ้นความอยากอาหาร กระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้ลดอาการท้องอืด แน่นท้อง แก้อาเจียนที่เกิดจากความผิดปกติของกระเพาะอาหาร และลำไส้
- ขมิ้นชัน (姜黄) มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน มีฤทธิ์ในการขับลม บรรเทาอาการท้องอืด แน่นท้อง ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ยับยั้งการหลั่งน้ำย่อย ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารและระบบทางเดินอาหาร ต้านการอักเสบของลำไส้ใหญ่








อาหารที่ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารไม่ควรรับประทาน
ร่างกายของผู้ป่วยโรคกระเพาะอาจตอบสนองต่ออาหารแต่ละชนิดแตกต่างกัน ผู้ป่วยแต่ละรายจึงควรสังเกตอาการตนเองขณะรับประทานอาหารแต่ละชนิด และหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อาการป่วยแย่ลง ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นอาหารที่มีรสเผ็ด เปรี้ยว หรือมีฤทธิ์เป็นกรด และอาหารที่มีไขมันสูง ดังนี้
- อาหารมัน ทอด ปิ้ง ย่าง อาหารรสจัด
- ผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำจากมะเขือเทศ อย่างซอสมะเขือเทศ หรือน้ำมะเขือเทศ
- นมสด และผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำจากนมสดหรือครีม
- พริกและพริกไทย ทั้งในรูปแบบพริกหรือพริกไทยสด พริกป่น พริกไทยป่น หรือซอสพริก กระเทียม ข่า
- อาหารแปรรูป
- ช็อกโกแลต นมช็อกโกแลต และโกโก้ร้อน
- เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อย่างชา หรือกาแฟ
- เครื่องดื่มอัดแก๊ส อย่างน้ำอัดลม หรือโซดา
- น้ำผลไม้ โดยเฉพาะน้ำส้มหรือน้ำเกรปฟรุต
วิธีการดูแลตัวเองและข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร
นอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารแล้ว ผู้ป่วยควรปรับพฤติกรรมการรับประทานให้เหมาะสม และหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อาการป่วยแย่ลงด้วย
ไม่ควรรับประทานอาหารก่อนเข้านอน หากจำเป็นต้องรับประทานควรรับประทานก่อนเข้านอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารครั้งละมากๆ โดยให้หันมารับประทานอาหารทีละน้อย ๆ แต่รับประทานให้บ่อยครั้งขึ้นแทน
กดจุดรักษาโรคกระเพาะอาหาร
จุดจู๋ซานหลี่ (足三里)
- ตำแหน่ง => จุดจู๋ซานหลี่อยู่ใต้หัวเข่า 3 ชุ่น หรือใช้ 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป และห่างจากกระดูกหน้าแข้งด้านนอก 1 นิ้วมือ
- รักษาอาการ => บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร ท้องร้องโครกคราก ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องผูก ลำไส้อักเสบ ปวดกระเพาะ อาหารไม่ย่อย เสริมภูมิคุ้มกัน อ่อนเพลียไม่มีแรง เจ็บลิ้นปี่ ท้องอืดแน่น อาเจียน สะอึก แน่นหน้าอก บำรุงสุขภาพ
- วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
จุดจงหว่าน (中脘穴)
- ตำแหน่ง => อยู่ที่กึ่งกลางท้องเหนือสะดือ 4 ชุ่น
- รักษาอาการ => รักษาอาการปวดกระเพาะอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เรอเปรี้ยว ท้องอืด ท้องเดิน เรอบ่อย กรดไหลย้อน ลำไส้อักเสบ อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร ปรับสมดุลชี่ส่วนกลางร่างกาย
- วิธีนวดกดจุด => ใช้นิ้วมือกดที่จุดจงหว่าน หมุนวนช้าๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
จุดเทียนซู (天枢)
- ตำแหน่ง => จุดเทียนซูอยู่ห่างจากสะดือมาทางด้านข้าง 2 ชุ่น หรือใช้นิ้วมือทั้ง 3 นิ้ว ( ชี้ กลาง นาง ) ทาบลงไป จากสะดือทั้ง 2 ข้าง
- รักษาอาการ => รักษาอาการโรคกระเพาะอาหาร เป็นจุดช่วยปรับสมดุลลำไส้ ท้องอืดแน่น ขับลม ลำไส้มีเสียง ท้องร้องโครกคราก ปวดรอบสะดือ ท้องเสีย ลำไส้แปรปรวน โรคบิด ท้องผูก ประจำเดือนผิดปกติ ก้อนในท้อง ปวดเอว
- วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ทั้ง2ข้าง ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
จุดซานอินเจียว (三阴交)
- ตำแหน่ง => จุดซานอินเจียว อยู่ด้านในของขา เหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมา 3 ชุ่น หรือใช้นิ้วทั้ง 4 นิ้ว ( ชี้ กลาง นาง ก้อย ) ทาบลงไป จุดจะอยู่หลังกระดูกหน้าแข้ง
- รักษาอาการ => จุดนี้ช่วยบำรุงดูแลทั้ง 3 อวัยวะ ได้แก่ ตับ ม้าม ไต บรรเทาอาการนอนไม่หลับ อีกทั้งยังสามารถรักษาอาการปวดต้นขาด้านใน อัมพาตครึ่งซีก คออักเสบ ลิ้นแข็ง เลือดกำเดาไหล ไอ เจ็บลิ้นปี่ อาเจียน สะอึก อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ปวดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ
- วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ 2-3 นาที หรือกดค้างไว้ 30 วินาที–1 นาที ประมาณ 3–5 ครั้ง (คนท้องห้ามกดจุดนี้)
จุดเน่ยถิง 内庭
- ตำแหน่ง => จุดเน่ยถิง อยู่ที่หลังเท้า ตรงง่ามระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง
- รักษาอาการ => บำรุงม้ามกระเพาะอาหาร รักษาอาการปวดฟัน (โดยเฉพาะฟันล่าง) เหงือกอักเสบ เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ ปากเบี้ยว เลือดกำเดาไหล ปวดกระเพาะอาหาร มีอาการเรอเปรี้ยว ท้องอืด ท้องผูก ท้องเสีย ถ่ายบิดเป็นมูก หลังเท้าปวดบวม ปวดตามข้อนิ้วเท้า ลดความอยากอาหาร ลดความอ้วน มีกลิ่นปาก ลดสิวอักเสบที่เกิดจากความร้อนของกระเพาะอาหารและลำไส้ ที่มักจะขึ้นบริเวณแก้ม จมูก รอบจมูก รอบปากและคาง
- วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง