ตาแห้ง
ดวงตา เป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างหนึ่งในร่างกาย เป็นอวัยวะที่ใช้ในการมองเห็นสิ่งต่างๆ หากดวงตาเกิดอาการผิดปกติย่อมทำให้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ดังนั้นวันนี้เรามารู้จักกับอาการตาแห้งซึ่งเป็นอาการผิดปกติของดวงตารูปแบบหนึ่ง
ตาแห้ง (Dry eyes) เกิดจากการที่ตาเกิดการระคายเคืองไม่สบายตา อันเนื่องมาจากน้ำตาที่มีอยู่ในดวงตามีปริมาณน้อยเกินไปที่จะทำการเคลือบดวงตา หรือคุณภาพไม่เพียงพอที่จะทำการหล่อลื่นดวงตา ทำให้เกิดการเคืองตา แสบตา ตาแห้ง ไม่สบายตา
โดยปกติเนื้อเยื่อบุตาส่วนหน้าจะมีด้วยกัน 3 ชั้น จากชั้นนอกสุดไปชั้นในสุดดังนี้
- ชั้นไขมัน สร้างจากต่อมที่เรียกว่า Meibomian gland ที่อยู่ภายในเปลือกตา/หนังตา
- ชั้นสารน้ำ สร้างจากต่อมน้ำตาที่เรียกว่า Lacrimal gland
- ชั้นน้ำเมือก สร้างจากเซลล์ที่เรียกว่า Goblet cell ในเยื่อบุตาและในกระจกตา
สาเหตุของอาการตาแห้ง
- ความเสื่อมของต่อมน้ำตาไมโบเมียน ซึ่งเป็นต่อมที่อยู่ที่เปลือกตาทำหน้าที่สร้างน้ำตามาหล่อลื่นดวงตา เมื่อต่อมดังกล่าวเสื่อมทำให้การผลิตน้ำตาหล่อลื่นน้อยลงทำให้ดวงตาแห้ง
- อายุ คนที่อายุมากขึ้นร่างกายจะเกิดการเสื่อมสภาพตามวัยที่มากขึ้น ดังนั้นในคนที่อายุมากขึ้นโดยเฉพาะคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มักจะมีปัญหาเรื่องตาแห้ง
- เพศ เพศหญิงมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการตาแห้งมากกว่าเพศชาย เนื่องจากร่างกายเพศหญิงจะมีปัจจัยเรื่องฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ปัญหาตาแห้งในเพศหญิงจะมีโอกาสมากกว่าเพศชาย
- ยา กลุ่มบุคคลที่การทานยาบางชนิดอย่างต่อเนื่อง เช่น ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก ยาความดันโลหิตบางกลุ่ม ยารักษาโรคซึมเศร้า ซึ่งยาเหล่านี้อาจจะไประงับการสร้างของต่อมน้ำตาทำให้เกิดอาการตาแห้งได้
- โรคประจำตัว คนที่เป็นโรคประจำตัวบางโรค เช่น เบาหวาน รูมาตอยด์ ไขข้ออักเสบ ไทรอยด์ มักจะมีอาการตาแห้งร่วมด้วย นอกจากนี้จะเป็นโรคอื่นที่เกี่ยวกับตา เช่น การอักเสบของตา
- สิ่งแวดล้อม ภาวะปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น ลม อากาศแห้งหรือควันบุหรี่มากระทบดวงตา จะทำให้เกิดการระเหยของน้ำตาในดวงตาออกไปทำให้เกิดอาการตาแห้งได้
- การใช้งานคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือหรือดูโทรทัศน์เป็นเวลานาน เนื่องจากการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นเวลานาน จะทำให้การกะพริบตาลดลง และแสงที่มาจากอุปกรณ์ดังกล่าวที่มากระทบดวงตามีผลให้ดวงตาเกิดอาการเมื่อยล้าทำให้น้ำตาที่จะมาเคลือบดวงตาลดลง
- การใช้คอนแทกต์เลนส์และการทำการผ่าตัดตา เช่น ต้อกระจกหรือทำ LASIK ก็ทำให้การสร้างน้ำตาลดลงได้
- การดื่มสุราและแอลกอฮอล์ เนื่องจากตากับตับมีผลสัมพันธ์กัน ดังนั้นการดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งมีผลต่อตับจะทำให้ส่งผลต่อตาไปด้วย



ลักษณะอาการของอาการตาแห้ง
- เคืองตาและคันตา ผู้ที่มีอาการตาแห้งมักจะมีอาการแสบเคืองตาและคันตา เนื่องจากการที่ดวงตาไม่มีน้ำตาหล่อลื่นทำให้เนื้อเยื่อดวงตาเกิดการระคายเคืองได้ง่ายขึ้น
- ดวงตาระคายเคืองง่ายกว่าปกติ เพราะดวงตาที่แห้งทำให้ทนการกระทบต่อสิ่งเร้าได้น้อยกว่าปกติ ดังนั้นเมื่อดวงตาโดนควัน โดนลมหรือใส่คอนแท็กต์เลนส์จะทำให้ดวงตาเกิดอาการเคืองได้ง่ายขึ้น
- มักจะมีความรู้สึกคล้ายมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา เพราะตาที่แห้งทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย ซึ่งอาการหนึ่งของการระคายเคืองคือการที่รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในดวงตาตลอดเวลา
- แพ้แสงและแพ้ลม การที่เกิดภาวะตาแห้งในเวลาที่โดนแสงหรือโดนลมบ่อยเข้าจะทำให้ตายิ่งแห้งขึ้น เมื่อเป็นบ่อยเข้าทำให้เกิดภาวะแพ้แสงและแพ้ลมได้
สาเหตุของอาการตาแห้งในทางแพทย์แผนจีน
ในทางแพทย์แผนจีนมองว่าตับมีความสัมพันธ์กับดวงตา กล่าวคือการทำงานของดวงตาเป็นตัวสะท้อนต่อการทำงานของตับ ดังนั้นในทางการแพทย์แผนจีนจึงมองว่าหากตับมีปัญหาย่อมทำให้ดวงตามีปัญหาเช่นกัน ในการรักษาจึงต้องทำการบำรุงอวัยวะตับไปพร้อมกันด้วย แพทย์จีนจะวินิจฉัยเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากความไม่สมดุลของการทำงานของตับและรวมไปถึงถุงน้ำดีด้วย เนื่องจากตับและถุงน้ำดีเป็นอวัยวะตันและกลวงที่ทำงานคู่กัน มีเส้นลมปราณเชื่อมต่อถึงกันนั่นเอง

การวินิจฉัยอาการผิดปกติของตับที่ส่งผลต่อดวงตาในทางการแพทย์แผนจีน
- ตาแห้ง เคืองตา ตามัว เมื่อยตาอยากหลับตานานๆ เกิดจากชี่ตับอ่อนแอ
- ร้อนตา เคืองตา แสบตา สาเหตุจากการอดนอน มีความเครียด เกิดจากตับร้อน
- ตาแดง มีเส้นเลือดฝอยเล็กๆแดงเต็มหัวตาและหางตา เกิดจากไฟตับมากเกินไป
- ตาเหลือง ผิวเหลือง เกิดจากตับและถุงน้ำดีคั่ง
- ปวดหัวเวียนศีรษะ ตาลาย โคลงเคลง ทรงตัวไม่ดี เกิดจากลมตับปั่นป่วน
การจำแนกกลุ่มการรักษาทางการแพทย์แผนจีน
อาการตาแห้งในทางการแพทย์แผนจีนมองว่าเกิดจากภาวะหยินพร่อง ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้
หยินในตับและไตพร่อง (肝肾阴虚型)
- อาการทางคลินิก : ตาแห้ง กลัวแสง กระพริบตาถี่ ตาขาวมีสีแดงอ่อน ปวดเมื่อยเอวและเข่า เวียนศีรษะ อาจมีเสียงในหู ฝันเยอะ ปากแห้ง
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าลิ้นบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็ก
ลมปราณและหยินพร่อง
- อาการทางคลินิก : ตาแห้ง กลัวแสง ตาพร่ามัว ตาล้าได้ง่าย เหนื่อยเพลีย ปากแห้ง อุจจาระแห้ง ปัสสาวะน้อย
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นสีแดงอ่อน ฝ้าลิ้นบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็กและเบา
หยินพร่องมีความร้อนชื้น
- อาการทางคลินิก : ตาแห้ง กลัวแสง มีอาการปวดตา ตาพร่ามัว ปากแห้ง อุจจาระแห้ง ปัสสาวะเหลือง
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าลิ้นเหนียวเหลือง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรเร็ว

การบำบัดรักษาทางแพทย์จีน
สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการตาแห้ง ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้
ฝังเข็ม
ปรับสมดุลร่างกายและรักษาอาการตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
- อาการตาแห้งจากสาเหตุกลุ่มอาการหยินในตับและไตพร่อง ใช้การรักษาด้วยการฝังเข็มที่มีคุณสมบัติบำรุงหยินในตับ บำรุงไต เพิ่มสารน้ำหล่อลื่นในดวงตา บำรุงสายตา
- อาการตาแห้งจากสาเหตุกลุ่มอาการลมปราณและหยินพร่อง ใช้การรักษาด้วยการฝังเข็มที่มีคุณสมบัติบำรุงลมปราณ บำรุงหยิน เพิ่มสารน้ำหล่อลื่นในดวงตา บำรุงสายตา
ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100%
ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี ตามแต่ละอาการ เช่น
- อาการตาแห้งจากสาเหตุกลุ่มอาการหยินพร่องมีความร้อนชื้น ทำการรักษาโดยให้ยาที่มีสรรพคุณบำรุงหยิน ขับร้อนชื้น เพิ่มสารน้ำหล่อลื่นในดวงตา บำรุงสายตา
นวดกดจุด
- จุดไท่หยาง (太阳穴) จุดที่อยู่ตรงรอยบุ๋มบริเวณขมับ เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างคิ้วกับหางตา นวดคลึงเบาๆ 1-3 นาที
- จุดทูจูคง (丝竹空穴) จุดอยู่ตรงรอยบุ๋มบริเวณหางคิ้ว นวดคลึงเบาๆ 1-3 นาที
- จุดฉวนจู๋ (攒竹穴) จุดอยู่ตรงรอยบุ๋มบริเวณหัวคิ้ว นวดคลึงเบาๆ 1-3 นาที
- จุดจิงหมิง (睛明穴) จุดอยู่ตรงรอยบุ๋มเหนือมุมหัวตา ห่างจากหัวตามาเล็กน้อย นวดคลึงเบาๆ 1-3 นาที

อาหารที่ช่วยบำรุงรักษาอาการตาแห้ง
- เก๊กฮวย มีสารฟลาโวนอยด์(Flavonoid) สารไครแซนทีมิน (Chrysanthemin) สารอดีนีน (Adenine) สตาไคดวีน (Stachydrine) โคลีน (Choline) และมีกรดอะมิโนเป็นจำนวนมาก ซึ่งสารที่กล่าวมาทำให้เก๊กฮวยมีคุณสมบัติช่วยดับกระหายคลายร้อนและช่วยบำรุงสายตา วิธีการใช้ ใช้ดอกเก๊กฮวยต้มดื่มเป็นน้ำชา
- เก๋ากี้ ทางแพทย์แผนจีนจัดเป็นยาที่มีฤทธิ์เป็นกลาง ช่วยบำรุงเลือด บำรุงตับ บำรุงไต มีฤทธิ์ในการบำรุงสายตา ช่วยลดอาการตาพร่ามัว วิธีใช้ นำเก๋ากี้ประมาณ 10 - 20 เม็ด ต้มเป็นชาหรือใส่ในอาหาร เช่น แกงจืด
- พุทราจีน บำรุงสายตา บำรุงเลือด ช่วยให้หลับสบาย เหมาะสำหรับคนที่ใช้สายตาเยอะ ตาแห้ง เมื่อยล้าดวงตา
- ผักโขม มีวิตามินเอสูงมากจึงสามารถช่วยบำรุงสายตาได้ดี นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีสูงสามารถช่วยบำรุงผิวพรรณได้ด้วย และเนื่องจากผักโขมมีเส้นใยอาหารมากจึงช่วยเรื่องการขับถ่าย
- ผักบุ้ง แคร์รอต ฟักทอง อาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยวิตามินเอซึ่งช่วยในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อดวงตา บำรุงสายตา
- ชาเก๊กฮวยเก๋ากี้ เก๋ากี้มีฤทธิ์กลาง รสหวานเล็กน้อย และมีผลในการบำรุงตับและไต และปรับปรุงสายตา สามารถใช้ร่วมกับเก๊กฮวย เพื่อคลายความร้อนและปรับปรุงสายตา



คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน
- ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 - 8 ชั่วโมง และไม่ควรนอนเกิน 22.00 น. เพื่อให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- ควรดื่มน้ำสะอาด ประมาณ 2 - 3 ลิตร โดยใช้การจิบทั้งวันเพื่อให้เลือดไม่หนืดข้น และทำให้ร่างกายมีน้ำเพียงพอในการสร้างน้ำหล่อลื่นดวงตา
- ทานอาหารบำรุงสายตา เช่น ผักบุ้ง ฟักทอง แคร์รอต
- งดใช้สายตาในการใช้มือถือ คอมพิวเตอร์ เป็นระยะเวลานาน
- งดทานอาหาร มัน ทอด ปิ้ง ย่าง
- พักสายตา ใช้ดวงตาทุกๆ 30 นาที ให้พักเป็นเวลา 10 นาที หากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยให้พักช่วงสั้นๆ คุณยังสามารถกะพริบตามากขึ้นและหลับตาครั้งละ 2 วินาที ซึ่งสามารถลดอาการตาแห้งได้เช่นกัน
- ประคบร้อนด้วยกากชาหรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ทำไมต้องประคบร้อน เพราะจะทำให้เลือดมาเลี้ยงตาดี ไม่ประคบเย็นเพราะความเย็นทำให้เส้นเลือดหดตัว เลือดมาเลี้ยงตายิ่งน้อยลง
- หาว การหาวทำให้น้ำตาไหล จะช่วยลดตาแห้งไปได้ชั่วขณะ
- ปิดตาแรงๆ แล้วเปิดตาแรงๆ 10-20 ครั้ง ทำให้กล้ามเนื้อตาผ่อนคลายชั่วคราว
- นวดกดจุดรอบดวงตา หลับตาพักสายตา
- หลีกเลี่ยงการใส่คอนแท็กต์เลนส์เป็นเวลานาน
- เมื่อใช้น้ำตาเทียม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เป็นหน้าต่างที่ทำให้เราสามารถมองเห็นโลกภายนอกได้ หากหน้าต่างบานนี้เสียหายไปคงไม่ดี จะดีไหมหากเรารักษาหน้าต่างบานนี้ให้ดีเพื่อที่จะได้ใช้ไปนานๆ แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าจนถึงขั้นผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาได้ แต่การที่เรารักษาดวงตาให้ใช้ได้นานที่สุดย่อมดีกว่าเป็นแน่แท้
3 วิธี ดูแลสายตาตามศาสตร์แพทย์แผนจีน
วิธีที่ 1 ดื่มชาเก๊กฮวยกับเก๋ากี้
- นำดอกเก๊กฮวย 10 กรัม (1 กำมือ) และเก๋ากี้ 10 เม็ด มาล้างน้ำสะอาด หรือลวกน้ำร้อน 1 รอบ
- หลังจากนั้นเทน้ำร้อนแช่ไว้ประมาณ 5-10 นาที จิบได้ทั้งวัน
- โดยดอกเก๊กฮวยช่วยบำรุงสายตา ทำให้มองชัดขึ้น แก้ตาแห้ง ลดความร้อน ลดเครียด บำรุงตับ ส่วนเก๋ากี้ช่วยบำรุงสายตา บำรุงเลือด บำรุงหัวใจ ตับ ไต
วิธีที่ 2 กะพริบตาให้บ่อยๆ และกลอกตาซ้าย-ขวา บน-ล่าง
วิธีนี้ช่วยให้กล้ามเนื้อตาแข็งแรง ป้องกันตาแห้งจากการใช้สายตาหนักๆ
วิธีที่ 3 ก่อนนอนให้ประคบร้อน-เย็น
- ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นวางที่ตา 1 นาที แล้วสลับกับน้ำเย็น 1 นาที
- ทำสลับ 3 รอบ ช่วยให้ตาผ่อนคลาย ลดริ้วรอย