ไมเกรน
ไมเกรน (头痛 偏头痛 Migraine) เกิดจากความผิดปกติชั่วคราวของระดับสารเคมีในสมอง ทำให้ก้านสมองถูกกระตุ้น หลอดเลือดในเยื่อหุ้มสมองมีการบีบและคลายตัวมากกว่าปกติ เกิดอาการปวดศีรษะหรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียน แพ้แสง ซึ่งเป็นผลจากก้านสมองที่ถูกกระตุ้น
อาการปวดศีรษะไมเกรนแท้ มักมีอาการปวดศีรษะข้างเดียว ปวดแบบตุ๊บๆเป็นจังหวะ มีอาการปวดค่อนข้างมากมักมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย มักมีอาการนำมาก่อน เช่น การเห็นแสงไฟระยิบระยับ เห็นภาพเบลอก่อนมีอาการปวดศีรษะประมาณ 10-30 นาที ซึ่งอาจมีสาเหตุจากความเครียด แพ้แสง แพ้กลิ่น เครื่องดื่มบางประเภท พักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะ ปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัดคาดว่าจะเกิดจากสารสื่อประสาทในสมอง
อาการปวดศีรษะไมเกรนเทียม นั้นมีลักษณะการปวดคล้ายๆกัน คือมีการปวดศีรษะข้างเดียว ปวดขมับ ปวดกระบอกตา ปวดท้ายทอย มักเป็นเวลาตื่นนอนตอนเช้า หรือหลังจากนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือขับรถเป็นระยะเวลานานๆอาจจะเป็นๆหายๆ มักมีอาการปวดคอบ่าไหล่ ปวดศีรษะ มีการเคลื่อนไหวคอติดขัดร่วมด้วย สาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อที่คอและบ่ามีความตึงตัวมากเกินไป จนเกิดอาการปวดร้าวขึ้นไปถึงบริเวณท้ายทอยหรือขมับ
ลักษณะอาการไมเกรน
- ปวดศีรษะบริเวณขมับ อาจปวดร้าวมาที่กระบอกตาหรือท้ายทอยและปวดศีรษะข้างเดียว (บางรายอาจพบว่าปวดศีรษะทั้งสองข้าง)
- มีอาการคลื่นไส้อาเจียน
- มีอาการแพ้แสง แพ้เสียง
- ปวดศีรษะเป็นครั้งคราว บางครั้งก็สัมพันธ์กับรอบเดือน
- บางครั้งมีอาการมองเห็นผิดปกตินำ หรือที่เรียกว่าอาการออร่า (migraine aura) ผู้ป่วยจะเห็นเป็นแสงไฟสีขาวๆมีขอบหยึกหยักเป็นอาการเตือนนำมาก่อนที่จะเริ่มมีอาการปวดศีรษะ

ปวดศีรษะไมเกรนแบ่งลำดับการแสดงอาการเป็น 4 ระยะได้แก่
- ระยะบอกเหตุล่วงหน้า(Prodrome) : มักจะมีอาการบอกเหตุประมาณ 1–2 วันก่อนเป็นไมเกรน เช่น ปวดตึงตามต้นคอหรืออารมณ์แปรปรวน
- อาการเตือนนำ (Aura) : ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการมองเห็นผิดปกติ เช่น เห็นแสงระยิบระยับ เห็นแสงไฟสีขาวมีขอบหยัก หรือภาพเบลอหรือบิดเบี้ยว แต่บางรายก็ไม่มีอาการเตือนนำ
- อาการปวดศีรษะ (Headache) : เป็นเหมือนช่วงสำคัญของอาการปวดศีรษะไมเกรน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะเป็นระยะ หรือปวดศีรษะข้างเดียว จนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ อาจเกิดร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน และมักจะมีอาการต่อสิ่งเร้าต่างๆ เป็นพิเศษ เช่น แสงจ้า เสียงดัง
- เข้าสู่ภาวะปกติ (Postdrome) : ภายหลังจากที่เริ่มหายปวดแล้วผู้ป่วยมักจะมีอาการอ่อนเพลีย วิงเวียน เกิดอาการสับสน หรือไวต่อสิ่งเร้าต่างๆเหมือนระยะที่สาม
สาเหตุอาการปวดศีรษะไมเกรน
- แสงไฟที่สว่างเกินไป รวมถึงแสงไฟกระพริบหรือแสงแดดที่จ้า
- อากาศที่ร้อนเกินไป หรืออากาศที่ร้อนชื้นอบอ้าว เช่น ช่วงเวลาก่อนฝนจะตก
- ออฟฟิศซินโดรม หรือโรคพังผืดของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ หรือใช้มือถือก้มหน้านานๆจนกล้ามเนื้อเกิดพังผืดขึ้น รวมถึงอาการกล้ามเนื้อบริเวณคอตึงก็สามารถกระตุ้นทำให้เกิดไมเกรน ปวดร้าวรอบกระบอกตา คลื่นไส้มึนศีรษะได้
- เกิดจากอาหารที่สามารถกระตุ้นไมเกรนได้ เช่น ชีส แอลกอฮอล์ ผงชูรส อาหารที่มีการแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน น้ำตาลเทียม นอกจากนี้ยังพบว่า คาเฟอีนถือเป็นสารที่กระตุ้นอาการไมเกรนได้ ผู้ที่ดื่มกาแฟแล้วมีอาการไมเกรนควรลดปริมาณการดื่มกาแฟลง
- ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอและการอดนอน
- ฮอร์โมนเอสโตรเจน อาการปวดศีรษะไมเกรน มักถูกกระตุ้นเมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว เรียกว่า “อาการปวดศีรษะไมเกรน ตอนเป็นประจำเดือน” (menstrual migraine)
- ช่วงเวลาภายหลังจากคลอดบุตร ในช่วงตั้งครรภ์ความถี่ของการปวดไมเกรนจะลดลง แต่หลังจากคลอดลูกแล้วพบว่าความถี่ของการปวดไมเกรนจะสูงขึ้น เพราะช่วงตั้งครรภ์อยู่นั้นฮอร์โมนเอสโตรเจนจะขึ้นสูงเรื่อยๆและมาต่ำลงหลังที่คลอดบุตรจึงไปกระตุ้นอาการไมเกรน

การจำแนกกลุ่มการรักษาทางการแพทย์แผนจีน
กลุ่มอาการเลือดคั่งอุดกั้นที่สมอง (瘀阻脑络证)
- อาการทางคลินิก : มีอาการปวดศีรษะข้างเดียว มีตำแหน่งปวดที่แน่นอน มีอาการปวดแบบเข็มแทง ตอนกลางวันอาการปวดจะเบาตอนกลางคืนอาการปวดจะหนักขึ้น ขี้หลงขี้ลืม ใจสั่น มีอาการปวดต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน เป็นๆหายๆไม่หายเป็นปกติ ในผู้หญิงมักพบว่ามีอาการประจำเดือนมาไม่ปกติร่วมด้วย
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นสีม่วงคล้ำ
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงฝืด
- หลักการรักษา : ทะลวงเลือดคั่งที่สมอง ทำให้ชี่และเลือดไหลเวียนสะดวก ระงับปวด รักษาไมเกรน
กลุ่มอาการลมปราณตับติดขัด (肝气郁结证)
- อาการทางคลินิก : ปวดศีรษะข้างเดียว ปวดแน่นและมีอาการมึนศีรษะร่วมด้วย กระวนกระวายใจ นอนไม่หลับ ปวดเสียดชายโครงสีข้าง ส่วนใหญ่เกิดอารมณ์ตื่นเต้นหรือโกรธ ปากขม
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดแดงฝ้าขาว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง
- หลักการรักษา : ระบายตับขจัดอาการติดขัด ระงับปวด รักษาไมเกรน
กลุ่มอาการหยางของตับแกร่งขึ้นสู่ส่วนบน (肝阳上亢证)
- อาการทางคลินิก : ปวดศีรษะข้างเดียว ปวดเหมือนโดนดึงรั้ง หงุดหงิดโมโหง่าย หน้าแดง มีเสียงในหู
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าน้อย
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงเล็กและเร็ว
- หลักการรักษา : ทะลวงทวาร ลดหยาง สงบลม ระงับปวด รักษาไมเกรน
กลุ่มอาการเสมหะอุดกั้นทวารศีรษะ (痰浊上蒙证)
- อาการทางคลินิก : ปวดศีรษะข้างเดียว รู้สึกหนักและง่วงนอน แน่นหน้าอก คลื่นไส้ เบื่ออาหาร อาเจียนเป็นเสมหะน้ำลาย
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นฝ้าขาวเหนียว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงลื่น
- หลักการรักษา : ขับลม ขับเสมหะ บำรุงม้าม ขับความชื้น รักษาไมเกรน
กลุ่มอาการชี่และเลือดพร่อง (气血两虚证)
- อาการทางคลินิก : ปวดศีรษะข้างเดียวและไม่มีแรง มึนศีรษะ ถ้าทำงานหนักอาการจะกำเริบ เหงื่อออก หายใจสั้นกระชั้น กลัวลมกลัวหนาว ใจสั่นไม่สงบ สีหน้าไม่มีชีวิตชีวา อ่อนเพลีย
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าขาวบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็กอ่อนแอ
- หลักการรักษา : บำรุงชี่ บำรุงเลือด เพิ่มรากฐานร่างกายให้แข็งแรง ระงับปวด รักษาไมเกรน
กลุ่มอาการหยางของตับและไตพร่อง (肝肾阳虚证)
- อาการทางคลินิก : ปวดศีรษะข้างเดียว เป็นมานานไม่หาย เมื่อเหนื่อยหรือได้รับความเย็นอาการจะกำเริบหรืออาการหนักขึ้น อ่อนเพลียไม่มีแรง ตัวและแขนขาเย็น อุจจาระเหลว ไม่อยากอาหาร ปวดเมื่อยเอวเข่า
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดอ้วน ฝ้าขาว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมเล็ก
- หลักการรักษา : บำรุงหยาง บำรุงตับไต ระงับปวด รักษาไมเกรน
การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน
สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการไมเกรน ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้
ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100%
ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
- กลุ่มอาการเลือดคั่งอุดกั้นที่สมอง ให้ยาที่มีสรรพคุณทะลวงเลือดคั่งที่สมอง ทำให้ชี่และเลือดไหลเวียนสะดวก ระงับปวด รักษาไมเกรน
- กลุ่มอาการลมปราณตับติดขัด ให้ยาที่มีสรรพคุณระบายตับขจัดอาการติดขัด ระงับปวด รักษาไมเกรน
การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย
ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
- กลุ่มอาการหยางของตับแกร่งขึ้นสู่ส่วนบน ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณทะลวงทวาร ลดหยาง สงบลม ระงับปวด รักษาไมเกรน
- กลุ่มอาการเสมหะอุดกั้นทวารศีรษะ ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณขับลม ขับเสมหะ บำรุงม้าม ขับความชื้น ระงับปวด รักษาไมเกรน

สมุนไพรบรรเทาอาการปวดศีรษะและไมเกรน
- กระเทียม เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านมีสรรพคุณมากมาย ในส่วนการบรรเทาอาการไมเกรนคือ ช่วยลดการอักเสบ ทำให้หลอดเลือดที่อักเสบอยู่เกิดการสมานตัวมากขึ้น และยังมีสรรพคุณในการสลายลิ่มเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นทำให้อาการปวดศีรษะลดลง วิธีใช้ผสมในอาหารต่าง ๆ
- ขิง มีสรรพคุณ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ลดการอุดตัน ลดการอักเสบ เมื่อเลือดลมไหลเวียนดีขึ้นจึงทำให้อาการปวดศีรษะลดลง วิธีใช้ จะใช้ทานเป็นอาหาร ขนม เช่น มันต้มขิง เห็ดผักขิง หรือ ใช้ต้มดื่มน้ำก็ได้
- ใบบัวบก มีสรรพคุณลดเครียด ช่วยให้ผ่อนคลาย แก้อักเสบ เนื่องจากความเครียด และความกังวลเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการไมเกรน หากลดความเครียดลงได้ย่อมทำให้อาการของโรคลดลง วิธีใช้ ล้างให้สะอาดทานสด หรือคั้นน้ำดื่มก็ได้


คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน
- สำหรับผู้ที่ปวดศีรษะไมเกรนแท้ ควรหลีกเลี่ยงเหตุปัจจัยที่กระตุ้นทำให้เกิดอาการปวด ได้แก่ ความเครียด การพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แจ้งมีแสงจ้า เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การสูบบุหรี่ การอดอาหาร เป็นต้น
- สำหรับผู้ที่ปวดศีรษะไมเกรนเทียม ให้หลีกเลี่ยงการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ หรือการขับรถเป็นระยะเวลานานๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยยืดเหยียดคลายกล้ามเนื้อลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อได้
- ไม่ควรนอนดึก ควรนอนก่อน 22:00 น.
- ดื่มน้ำวันละ 2-3 ลิตรต่อวัน โดยใช้การจิบเรื่อยๆทั้งวัน
- ทำอารมณ์ให้แจ่มใส ไม่เครียด
นวดกดจุดลดอาการไมเกรน
จุดไป๋ฮุ่ย (百会)
- ตำแหน่ง => อยู่กึ่งกลางระหว่างเส้นเชื่อมจากยอดใบหูทั้ง 2 ข้าง บรรจบกับเส้นที่ลากจากปลายจมูกขึ้นมาตรงกลางศีรษะ
- รักษาอาการ => ปวดศีรษะ ปวดไมเกรน นอนไม่หลับ อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดในสมองตีบ เส้นเลือดในสมองแตก หูมีเสียง ลมบ้าหมู ลมชัก รักษาอาการซึมเศร้า รักษาอาการทางจิตประสาท ภาวะสมองเสื่อม แขนขากระตุก อัมพาตใบหน้า
- วิธีนวดกดจุด => ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลาง หรือทั้ง 2 นิ้ว กดนวดคลึงไปมา 100 ครั้ง วันละ 2-3 ครั้ง
จุดไท่ชง (太冲)
- ตำแหน่ง => อยู่บนบริเวณหลังเท้าแอ่งกระดูกระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้
- รักษาอาการ => ลดอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ กรดไหลย้อนที่เกิดจากอารมณ์แปรปรวน ที่ส่งผลทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องอืดแน่น ท้องร้องโครกคราก ท้องเสีย ท้องผูก ดีซ่าน แสบร้อนกลางอก แน่นหน้าอก ระบายความร้อนในระบบตับ และจุดไท่ชงนี้ยังสามารถรักษาอาการขาชาและอ่อนแรง ปวดชายโครง ปวดศีรษะ ไมเกรน เวียนศีรษะ ปากแห้ง เจ็บคอ ตาปวดบวมและแดง ประสาทตาเสื่อม ไอ แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะลำบาก ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ โรคขาดประจำเดือน ตกขาว ปวดประจำเดือน ปวดบริเวณฝีเย็บ โรคเครียด โรคซึมเศร้า โรคชักในเด็ก ความดันโลหิตสูง ไส้เลื่อน
- วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
จุดเหอกู่ 合谷穴
- ตำแหน่ง => อยู่บริเวณง่ามนิ้วโป้งและนิ้วชี้ทั้งสองข้าง ให้กางนิ้วโป้งออก ใช้ขอบของข้อบนสุดของนิ้วโป้งอีกข้างวางทาบบนง่ามระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ตรงปลายนิ้วโป้งจะตรงกับ
- จุดนี้พอดีรักษาอาการ => ปวดศีรษะ ไมเกรน ตาบวม ตาแดง หูอื้อ หูตึง เลือดกำเดาไหล หน้าเบี้ยวปากเบี้ยว เป็นไข้ หนาวๆร้อนๆ ประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนมาน้อย ปวดมือ ปวดแขน ปวดนิ้ว นิ้วล็อก และเนื่องจากจุดนี้เป็นจุดที่อยู่บนเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ จึงสามารถปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ รักษาอาการท้องผูกหรือท้องเสียได้
- วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึง 1-2 นาที วันละ 2-3 ครั้ง ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตื้อๆ ตึงๆ (คนท้องห้ามกดหรือฝังเข็มที่จุดนี้)
จุดเลี่ยเชวีย (列缺穴)
- ตำแหน่ง => เอาง่ามมือทั้งสองข้างประสานเข้าหากัน ให้ปลายนิ้วชี้วางทาบอยู่บนปุ่มกระดูกแขนด้านนอก จะคลำได้แอ่งเล็กๆที่บริเวณปลายนิ้วชี้
- รักษาอาการ => ช่วยทะลวงลมปราณปอด ขับปัจจัยก่อโรคออกจากระบบทางเดินหายใจ ไอ หอบ คออักเสบ ปวดศีรษะ อัมพาตใบหน้า ไมเกรน ปวดคอ บ่าไหล่ ปวดฟัน ปวดข้อมือ
- วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงประมาณ 1-2 นาที วันละ 2-3 ครั้ง