ประจำเดือน1
ประจำเดือน2

ประจำเดือนผิดปกติ

ประจำเดือน หรือรอบเดือน หรือระดู (Menstruation หรือ Period)

    คือภาวะที่เลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ ไหลออกมาทางปากมดลูก โดยเลือดดังกล่าวเกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมา โดยมีฮอร์โมนที่ชื่อว่า "เอสโตรเจน" และ "โปรเจสเตอโรน" ( Estrogen and Progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งจะคอยควบคุมการสร้างและหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก โดยแต่ละรอบของการสร้างและหลุดจะมีช่วงเวลาประมาณ 26 - 30 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล 

วงจรการเกิดประจำเดือน

การเกิดประจำเดือนของผู้หญิงจะเกิดซ้ำ ๆ กันทุก ๆ เดือนจนกว่าจะเกิดการตั้งครรภ์ หรือถึงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งการเกิดประจำเดือนมีวงจรการเกิดดังนี้

  • สัปดาห์ที่ 1 ร่างกายจะทำการส่งสัญญาณให้รังไข่สร้างฮอร์โมน follicle stimulating hormone (FSH) และ lutinizing hormone (LH)  เพื่อกระตุ้นให้มีการตกไข่อย่างน้อย 1 ใบ เมื่อเกิดการตกไข่แล้วไข่ใบดังกล่าวจะเจริญเติบโตจนถึงระยะไข่สุก เมื่อไข่สุกแล้วร่างกายจะทำการผลิตฮอร์โมน เอสโตรเจน (Estrogen) ออกมาทำให้ผนังมดลูกหนาขึ้น

 
  • สัปดาห์ที่ 2 ระยะไข่ตก เมื่อไข่สุกเต็มที่แล้ว ไข่จะถูกปล่อยไปยังปลายท่อรังไข่และเคลื่อนตัวไปยังมดลูก ในช่วงนี้ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะสูงขึ้น ทำให้ช่องคลอดมีของเหลวออกมาเพื่อหล่อเลี้ยงผนังมดลูก

 
  • สัปดาห์ที่ 3 ระยะหลังไข่ตก ช่วงนี้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) จะเริ่มสูงขึ้น ในช่วงนี้หากไข่ไม่ได้รับการผสมกับสเปิร์ม ไข่จะเกิดการสลายและไหลออกมาทางช่องคลอด จากนั้นฮอร์โมนเอสโตรเจนและโพรเจสเทอโรน จะเริ่มผลิตน้อยลง
  • สัปดาห์ที่ 4 ระยะเกิดประจำเดือน ในตอนนี้ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และ ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลงมากผนังมดลูกที่ถูกสร้างให้หนาจะเริ่มลอกตัวออกมาเป็นประจำเดือน

ประจำเดือนมา2ครั้งต่อเดือนแต่งภาพ

สาเหตุของประจำเดือนผิดปกติ

  • เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน การที่ฮอร์โมนผิดปกติในร่างกายของสตรีมีผลให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในส่วนของระบบประจำเดือนและมดลูก อาจเป็นผลให้ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ หรือมาเร็วกว่าปกติ หรืออื่น ๆ ตามสภาพการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  • เกิดจากความเครียด วิตกกังวล อารมณ์ดังกล่าวมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายของสตรี ซึ่งฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอาจมีผลให้ประจำเดือนผิดปกติได้
  • เกิดจากการทานอาหารที่มีความเย็นมากเกินไป เช่นไอศกรีม น้ำเย็น ชาเย็น กาแฟเย็น เป็นต้น ซึ่งอาหารที่มีความเย็นมีผลให้เลือดเกิดความหนืดข้น ไหลเวียนได้ช้าลง และอาจทำให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งการไหลเวียนของเลือดที่ไม่ดีทำให้ระบบประจำเดือนขาดความเสถียรทำให้เกิดความผิดปกติได้ หากเกิดในระยะยาวทำให้เกิดเลือดและของเสียตกค้างเป็นผลให้เกิดเนื้องอก หรือช๊อกโกแลตซีสต์ได้
  • เกิดจากการทานอาหารไม่สมดุล เช่น การทานอาหารไม่ครบห้าหมู่ ทานอาหารเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้ร่างกายสร้างเลือดไม่พอ เมื่อสร้างเลือดไม่พอ ทำให้สร้างพลังชี่ไม่พอ เมื่อชี่ไม่พออาจทำให้ระบบร่างกายเกิดความผิดปกติซึ่งอาจมีผลต่อระบบประจำเดือนด้วย
  • เกิดจากการทานอาหารที่มีสารเร่งฮอร์โมนมากเกินไป หรืออาหารตกแต่งพันธุกรรม (GMO) เช่น ไก่ ไข่ หมู ข้าวโพด ถั่วเหลือง และอื่น ๆ ที่มีสารเร่งการเจริญเติบโต อาหารที่มีการใช้ฮอร์โมนหรือสารเร่งอาจจะทำให้ร่างกายได้รับฮอร์โมนหรือสิ่งที่ทำให้ร่างกายเกิดการผิดปกติได้
  • เกิดจากทานยาคุมกำเนิด หรือยาเลื่อนประจำเดือน สตรีบางท่านที่มีความจำเป็นต้องเลื่อนประจำเดือน เช่น นักว่ายน้ำที่จะแข่งกีฬา สาว ๆ ที่จะไปเที่ยวทะเล หรือน้ำตกแต่กลัวประจำเดือนมา จึงทานยาเลื่อนประจำเดือน ในบางรายอาจต้องการรักษาสิวจึงทานยาคุมกำเนิดเพื่อรักษาสิว เนื่องด้วยสารประกอบในยาดังกล่าวจะประกอบด้วยฮอร์โมนเพศหญิงเป็นหลัก และใช้สารเคมีเป็นส่วนประกอบหลัก การทานยาคุมกำเนิดในระยะยาวอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเพศหญิง รวมถึงอาจทำให้ผนังมดลูกหนา ประจำเดือนมาไม่ตรงเวลา ในระยะยาวอาจทำให้เกิดเนื้องอกในมดลูกได้
  • เกิดจากภาวะมดลูกผิดปกติแต่กำเนิด ผู้หญิงบางคนเกิดมาด้วยสภาวะมดลูกผิดปกติแต่กำเนิด เช่น ผนังมดลูกหนากว่าปกติ หรืออาการอื่น ๆ ซึ่งจะมีผลต่อปัจจัยทำให้ประจำเดือนผิดปกติได้
  • เกิดจากการทำงานหนัก การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้พลังงาน (ชี่) ในร่างกายไม่เพียงพอ หรือขาดความสมดุล ซึ่งมีผลต่อระบบประจำเดือนโดยตรง เช่นพลังงานในร่างกายไม่พอทำให้ร่างกายมีพลังไม่พอที่จะเหนี่ยวหรือยกรั้ง มดลูกให้อยู่ในตำแหน่งที่ปกติทำให้เกิดมดลูกตกหรือหย่อนยาน ซึ่งมีผลต่อประจำเดือนเป็นต้น
  • การออกกำลังกายหนัก การยกของหนัก กิจกรรมดังกล่าวทำให้เกิดแรงต้านขึ้นในร่างกายได้ เช่น หากยกน้ำหนัก 10 กิโลกรัม ร่างกายจะสร้างแรงต้านขึ้นมา 10 กิโลกรัมเพื่อถ่วงน้ำหนักซึ่งแรงต้านดังกล่าวหากในบางกรณีจะตกไปอยู่ที่มดลูกซึ่งอาจทำให้มดลูกตก หรือหย่อนยานได้ ซึ่งอาจทำให้ประจำเดือนเกิดการตกค้าง หรือถูกขับออกมาไม่หมดได้
  • เกิดจากอาชีพที่ต้อง ยืน เดิน หรือใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน เช่น แอร์โฮสเตส พนักงานขายสินค้า มัคคุเทศก์ และอื่น ๆ ซึ่งอาชีพดังกล่าวต้องใช้ร่างกายอย่างหนัก อาจต้องยืน หรือเดินเป็นเวลานาน  รวมถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ และอาจต้องใส่ส้นสูงเป็นเวลานาน อาจเป็นผลให้ระบบร่างกายช่วงตั้งแต่เอวลงไปเกิดการขัด ตึง ยึด ซึ่งอาจมีผลต่อระบบประจำเดือน
  • เกิดจากการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน เนื่องจากกระเพาะปัสสาวะอยู่ใกล้มดลูก เมื่อกลั้นปัสสาวะกระเพาะปัสสาวะจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อกักเก็บปัสสาวะจนเป็นผลให้เกิดการเบียดกับมดลูกได้ ซึ่งในบางกรณีอาจทำให้มดลูกอยู่ผิดตำแหน่ง ซึ่งการผิดตำแหน่งของมดลูก จะทำให้การไหลของประจำเดือนผิดปกติได้
  • การไอ การจามต่อเนื่องเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน เพราะการไอหรือการจามทำให้เกิดแรงดันลงด้านล่างและขึ้นด้านบนของร่างกาย จะทำให้มดลูกและกระเพาะปัสสาวะเลื่อนต่ำลง หรือผิดตำแหน่ง ซึ่งมีผลต่อประจำเดือน และการกลั้นปัสสาวะในระยะยาว
  • เกิดจากการดื่มน้ำน้อย และการทานของหวาน เนื่องจากการดื่มน้ำน้อย และการทานของหวานจะทำให้เลือดหนืดข้น ซึ่งการที่เลือดหนืดข้นจะทำให้ระบบเลือดและประจำเดือนเกิดการติดขัดได้

ปวดประจำเดือน

ประจำเดือนในภาวะปกติตามทฤษฎีแพทย์แผนจีน

ในทฤษฎีแพทย์แผนจีนได้กล่าวถึงประจำเดือนที่เป็นปกติไว้ดังนี้


  • ผู้หญิงที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงจะเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกอายุประมาณ 13-15 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
   
  • การเกิดประจำเดือนโดยปกติจะอยู่ระหว่าง 28 วัน แต่หากประจำเดือนอยู่ระหว่าง 21-35 วัน ยังถือว่าเป็นปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล  
  • ระยะที่มีประจำเดือนประมาณ 3-7 วัน แต่โดยส่วนใหญ่จะมาประมาณ 4-5 วัน
    - ปริมาณของประจำเดือน วันที่ 1 มาน้อย วันที่ 2 มามาก วันที่ 3 มามากขึ้น วันที่ 4 ค่อยๆน้อยลงตามลำดับ
 
  • วัยหมดประจำเดือนอายุประมาณ 49 ปี
 
  • สีของประจำเดือนควรเป็นสีแดง ไม่มีลิ่ม ไม่เป็นก้อน
  
  • ช่วงมีประจำเดือนจะต้องไม่มีความรู้สึกอะไร แต่อาจจะมีเมื่อยๆที่เอวเล็กน้อย ท้องน้อยโตขึ้นเล็กน้อย

อารมณ์เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก่อนมีประจำเดือนหรือในระหว่างมีประจำเดือนเท่านั้น กล่าวคือประจำเดือนปกติในทรรศนะแพทย์แผนจีนคือ ช่วงที่มีประจำเดือนจะต้องไม่เกิดภาวะปกติใด ๆ คือแม้มีประจำเดือนจะต้องมีภาวะไม่ต่างจากตอนไม่มีประจำเดือนนั่นเอง


ประจำเดือนผิดปกติ คืออะไร

    ประจำเดือนผิดปกติ คือ อาการไม่ปกติระหว่างมีประจำเดือน ซึ่งอาการไม่ปกติเหล่านี้มีหลายอาการ เช่น ปวดท้อง มึนศีรษะ ปวดศีรษะ ง่วง มึนงง และอีกหลายอาการ ซึ่งอาการประจำเดือนผิดปกติในทรรศนะแพทย์แผนจีนแบ่งได้ดังนี้

  • ประจำเดือนมาไม่ตรงเวลา
    • ประจำเดือนมาก่อนกำหนด
   
    • ประจำเดือนมาหลังกำหนด
   
    • ประจำเดือนมาก่อนหรือมาหลังกำหนดไม่แน่นอน
  • ประจำเดือนมาผิดปกติ
    • ประจำเดือนมามาก
   
    • ประจำเดือนมาน้อย
    
    • ประจำเดือนมาเป็นเวลานานกว่าปกติ
  
    • ประจำเดือนมา 2 ครั้ง/เดือน
  • ภาวะผิดปกติจากประจำเดือน
    • ภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก
    
    • ภาวะขาดประจำเดือน

    • ภาวะปวดประจำเดือน

ประจำเดือนมาเป็นเวลานานกว่าปกติ

ประจำเดือนมาไม่ตรงเวลา

ประจำเดือนมาก่อนกำหนด

ประจำเดือนมาก่อนกำหนด 7 - 10 วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือน โดยมีสาเหตุดังนี้


  • ชี่พร่อง
    • ชี่ของม้ามพร่อง => ประจำเดือนมาก่อนกำหนด ปริมาณมาก ประจำเดือนสีซีด เหนื่อยเพลีย  แขนขาอ่อนแรง ลมหายใจสั้นหอบ ไม่อยากพูด มดลูกหย่อน ทานอาหารได้น้อย ถ่ายอุจจาระเหนียว ลิ้นแดงซีด ฝ้าขาว ชีพจรเนิบช้าอ่อนแอ
         
    • ชี่ของไตพร่อง => ประจำเดือนมาก่อนกำหนด ปริมาณน้อย ประจำเดือนสีซีดคล้ำ เมื่อยเอวขาไม่มีแรง มึนศีรษะ หูอื้อ ปัสสาวะถี่ สีหน้าดำคล้ำ หรือมีจุดด่างดำบนใบหน้า ลิ้นซีดคล้ำ ฝ้าขาว ชีพจรจมเล็ก
  • เลือดมีความร้อน
    • อินพร่องทำให้เลือดร้อน => ประจำเดือนมาก่อนกำหนด ปริมาณน้อย ประจำเดือนสีแดง ริมฝีปากและโหนกแก้มแดง มือเท้าร้อน คอแห้งกระหายน้ำ ลิ้นแดง ฝ้าน้อย ชีพจรเล็กเร็ว
         
    • หยางแกร่งทำให้เลือดร้อน ประจำเดือนมาก่อนกำหนด ปริมาณมาก ประจำเดือนสีม่วงแดง เจ็บแน่นหน้าอก ชอบดื่นกินของเย็น ถ่ายอุจจาระแห้งแข็ง ปัสสาวะสั้นสีแดง หน้าแดง ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง ชีพจรลื่นเร็ว
         
    • ตับถูกอุดกั้นแปรเปลี่ยนเป็นความร้อน => ประจำเดือนมาก่อนกำหนด ปริมาณมากหรือน้อย ประจำเดือนสีม่วงแดงหนาเป็นก้อน ก่อนประจำเดือนจะมามีอาการคัดหน้าอก ปวดแน่นหน้าอก ชายโครงสีข้าง และท้องน้อย หงุดหงิดโมโหง่าย ปากขมคอแห้ง ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง ชีพจรตึงเร็ว

ประจำเดือนมาหลังกำหนด

ประจำเดือนมาหลังกำหนด 1 สัปดาห์ ติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือน โดยมีสาเหตุดังนี้

  • ไตพร่อง
ประจำเดือนมาหลังกำหนด ปริมาณน้อย สีซีดคล้ำ เมื่อยเอวขาไม่มีแรง มึนศีรษะ หูอื้อหูมีเสียง ตกขาวบางใส สีหน้าหมองคล้ำหรือมีจุดด่างดำบนใบหน้า ลิ้นซีดคล้ำ ฝ้าขาวบาง ชีพจรจมเล็ก

;
  • เลือดพร่อง
ประจำเดือนมาหลังกำหนด ปริมาณน้อย สีซีด ปวดท้องน้อยแบบกลวงๆ มึนศีรษะ ตาลาย ใจสั่น นอนไม่หลับ ผิวหนังไม่ชุ่มชื้น สีหน้าซีดขาวหรือซีดเหลือง ลิ้นซีด ฝ้าบาง ชีพจรเล็กไม่มีแรง
  • เลือดเย็น
    • เย็นพร่อง
ประจำเดือนมาหลังกำหนด ปริมาณน้อย สีซีด ปวดท้องน้อยแบบรำคาญ ชอบร้อนชอบให้กด เมื่อยเอวไม่มีแรง ปัสสาวะเยอะ-ใส สีหน้าขาว ลิ้นซีดฝ้าบาง ชีพจรจมช้าไม่มีแรง
         
    • เย็นแกร่ง
ประจำเดือนมาหลังกำหนด ปริมาณน้อย สีม่วงคล้ำมีก้อน ปวดท้องน้อยแบบเย็นๆไม่ชอบให้กดท้อง ถ้าได้รับความร้อนอาการปวดจะบรรเทาลง กลัวหนาว มือเท้าเย็น ลิ้นคล้ำฝ้าขาว ชีพจรจมแน่น หรือ จมช้า
  • การไหลเวียนของชี่ไม่สะดวก ประจำเดือนมาหลังกำหนด ปริมาณน้อย สีแดงคล้ำหรือมีก้อนเลือด ท้องน้อยปวดแน่น จิตใจหดหู่ แน่นหน้าอกอึดอัด ฝ้าลิ้นปกติ ชีพจรตึง
  • เสมหะความชื้น
ประจำเดือนมาหลังกำหนด ปริมาณน้อย สีซีด มึนศีรษะตัวบวม ใจสั่น หายใจสั้น แน่นท้องพะอืดพะอม ตกขาวปริมาณมาก ลิ้นซีดอ้วน ฝ้าขาวเหนียว ชีพจรลื่น

ประจำเดือนมาก่อนหรือมาหลังกำหนดไม่แน่นอน

ประจำเดือนมาก่อน 7-10 วัน หรือ ประจำเดือนมาหลัง 7-14 วัน ติดต่อกัน 3 เดือน โดยมีสาเหตุดังนี้

  • ไตพร่อง
ประจำเดือนมาก่อนหรือมาหลังกำหนดไม่แน่นอน ปริมาณน้อย สีซีด มึนศีรษะ หูอื้อหูมีเสียง เมื่อยเอวขาไม่มีแรง ปัสสาวะบ่อย ลิ้นซีด ฝ้าบาง ชีพจรจมเล็ก

      
  • ม้ามพร่อง
ประจำเดือนมาก่อนหรือมาหลังกำหนดไม่แน่นอน ปริมาณมาก สีซีด อ่อนเพลียไม่มีแรง อึดอัดแน่นท้อง เบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อย ลิ้นซีด ฝ้าบาง ชีพจรเนิบช้า

     
  • ตับถูกอุดกั้น
ประจำเดือนมาก่อนหรือมาหลังกำหนดไม่แน่นอน ปริมาณมาก/น้อย สีแดงคล้ำ มีก้อนเลือด หรือ ประจำเดือนไหลออกไม่คล่อง หน้าอก ชายโครง เต้านม และท้องน้อยปวดแน่น จิตใจหดหู่ ชอบถอนหายใจ เรอ รับประทานอาหารได้น้อย ลิ้นปกติ ฝ้าบาง ชีพจรตึง

ประจำเดือนไม่ตรงเวลา

ประจำเดือนมาผิดปกติ

ประจำเดือนมามาก

รอบเดือนปกติ ระยะเวลาที่มีประจำเดือนปกติ แต่ปริมาณของประจำเดือนออกมามากกว่าปกติ โดยมีสาเหตุดังนี้

  • ชี่พร่อง
ประจำเดือนมามาก สีแดงซีด อ่อนเพลียไม่มีแรง หายใจสั้นหอบ ไม่อยากพูด มดลูกหย่อน สีหน้าขาว ลิ้นซีด ฝ้าบาง ชีพจรเนิบช้าอ่อนแอ

   
  • เลือดร้อน
ประจำเดือนมามาก สีแดงสดหรือสีแดงเข้ม กระหายน้ำ ชอบรับประทานของเย็น หงุดหงิด ฝันเยอะ ปัสสาวะเหลือง อุจจาระแข็ง ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง ชีพจรลื่นเร็ว

   
  • ประจำเดือนมามาก สีม่วงคล้ำ มีก้อนเลือด จะปวดท้องช่วงประจำเดือนไหลออก หรือปวดแน่นท้องเป็นบางเวลา ลิ้นม่วงคล้ำ หรือมีจุดลิ่มเลือด ชีพจรฝืดมีแรง

ประจำเดือนมาน้อย

รอบเดือนปกติ ปริมาณน้อย ไม่ถึง 2 วัน หรือออกเป็นหยด ๆ โดยมีสาเหตุดังนี้

  • ไตพร่อง
ประจำเดือนมาน้อย ไม่กี่วันก็หมด หรือออกเป็นหยดๆ สีซีดคล้ำ ปวดเมื่อยเอวขาไม่มีแรง มึนศีรษะ หูอื้อหูมีเสียง ปัสสาวะบ่อย ลิ้นซีด ฝ้าบาง ชีพจรจมเล็ก


  • เลือดพร่อง
ประจำเดือนมาน้อย ไม่กี่วันก็หมด หรือออกเป็นหยดๆ
สีแดงซีด มึนศีรษะตาลาย ใจสั่นนอนไม่หลับ ผิวหนังไม่ชุ่มชื้น สีหน้าซีดเหลือง ลิ้นซีดฝ้าบาง ชีพจรเล็กไม่มีแรง


  • เลือดเย็น
ประจำเดือนมาน้อย สีแดงคล้ำ ปวดเย็นท้องน้อย ได้รับความร้อนอาการปวดจะลดลง กลัวหนาวมือเท้าเย็น สีหน้าเขียวขาว ลิ้นคล้ำฝ้าขาว ชีพจรจมแน่น

   
  • เลือดคั่ง
ประจำเดือนฝืดน้อย สีม่วงดำมีก้อนเลือด ปวดท้องน้อยแบบเข็มแทง ไม่ชอบให้กด ถ้าก้อนเลือดไหลออกอาการปวดจะทุเลาลง ลิ้นม่วงคล้ำ หรือมีจุดลิ่มเลือด ชีพจรฝืดมีแรง

ประจำเดือนมาเป็นเวลานานกว่าปกติ

รอบเดือนปกติ แต่ระยะเวลาในการมาของประจำเดือนมากกว่า 7 วัน จนถึง 2 อาทิตย์ โดยมีสาเหตุดังนี้

  • ชี่พร่อง
ประจำเดือนมาเป็นเวลานานกว่าปกติ ปริมาณมาก สีแดงซีด อ่อนเพลียไม่มีแรง หายใจสั้นหอบ ไม่อยากพูด สีหน้าขาว ลิ้นซีด ฝ้าบาง ชีพจรเนิบช้าอ่อนแอ

  
  • ร้อนพร่อง
ประจำเดือนมาเป็นเวลานานกว่าปกติ ปริมาณน้อย สีแดงสด คอแห้งปากแห้ง มีไข้โหนกแก้มแดง ฝ่ามือฝ่าเท้าร้อน อุจจาระแห้งแข็ง ลิ้นแดง ฝ้าน้อย ชีพจรเล็กเร็ว

  
  • เลือดคั่ง
ประจำเดือนมาเป็นเวลานานกว่าปกติ ปริมาณมาก/น้อย สีม่วงคล้ำมีก้อน ปวดท้องน้อยตอนประจำเดือนไหลไม่ชอบให้กด ลิ้นม่วงคล้ำ หรือมีจุดลิ่มเลือด ชีพจรฝืดมีแรง

ประจำเดือนมา 2 ครั้ง/เดือน

รอบเดือนขั้นพื้นฐานปกติ แต่ประจำเดือนระหว่างเดือนจะมา 2 ครั้ง โดยมีสาเหตุดังนี้

  • อินของไตพร่อง
ประจำเดือนมา 2 ครั้ง/เดือน ปริมาณน้อย สีแดงสด มึนศีรษะ หูอื้อหูมีเสียง เมื่อยเอวขาไม่มีแรง ฝ่ามือฝ่าเท้าร้อน นอนหลับกระสับกระส่าย ลิ้นแดง ฝ้าน้อย ชีพจรเล็กเร็ว

  
  • ชี่ม้ามพร่อง
ประจำเดือนมา 2 ครั้ง/เดือน ปริมาณน้อย สีซีด อ่อนเพลียไม่มีแรง หายใจสั้นหอบ ไม่อยากพูด รับประทานอาหารได้น้อย แน่นท้อง ลิ้นซีด ฝ้าบาง ชีพจรเนิบช้าอ่อนแอ

  
  • ร้อนชื้น
ประจำเดือนมา 2 ครั้ง/เดือน สีแดงเข้ม ปริมาณของตกขาวมักจะเยอะ สีเหลือง ปวดท้องน้อย หงุดหงิดกระหายน้ำ ปากขมคอแห้ง ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว ชีพจรลื่นเร็ว

 
  • เลือดคั่ง
ประจำเดือนมา 2 ครั้ง/เดือน สีม่วงคล้ำ มีก้อนเลือด ปวดท้องน้อยไม่ชอบให้กด อารมณ์ซึมเศร้าหดหู่ ลิ้นม่วงคล้ำหรือมีจุดลิ่มเลือด ชีพจรฝืดมีแรง

ประจำเดือนมามาก

ภาวะผิดปกติจากประจำเดือน

ภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก

มีเลือดประจำเดือนออกมาในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ช่วงที่มีประจำเดือน หรือ ช่องคลอดมีเลือดออกในปริมาณมาก หรือ มีเลือดหยดอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุดังนี้

  • ไตพร่อง
    • อินของไตพร่อง
มีเลือดประจำเดือนออกมาในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ช่วงที่มีประจำเดือน ปริมาณมาก/น้อย หยดออกมาอย่างต่อเนื่อง สีแดงสด มึนศีรษะ หูอื้อหูมีเสียง เมื่อยเอวเข่าอ่อน ฝ่ามือฝ่าเท้าร้อน โหนกแก้มแดงริมฝีปากแดง ลิ้นแดง ฝ้าน้อย ชีพจรเล็กเร็ว


    • หยางของไตพร่อง
มีเลือดประจำเดือนออกมาในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ช่วงที่มีประจำเดือน ปริมาณมาก หยดอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด สีซีด ปวดหลังเหมือนหลังจะหัก กลัวหนาวมือเท้าเย็น ปัสสาวะใสปริมาณมาก อุจจาระเหนียวขนาดเล็ก สีหน้าหมองคล้ำ ลิ้นซีดคล้ำ ฝ้าขาวบาง ชีพจรจมอ่อนแอ
  • ม้ามพร่อง
มีเลือดประจำเดือนออกมาในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ช่วงที่มีประจำเดือน ปริมาณมาก หรือหยดอย่างต่อเนื่อง สีซีด อ่อนเพลียไม่มีแรง หายใจสั้นหอบไม่อยากพูด ไม่อยากรับประทานอาหาร มือเท้าเย็น หรือมีอาการหน้าบวมแขนขาบวม สีหน้าซีดเหลือง ลิ้นซีดอ้วน ฝ้าขาวบาง ชีพจรเนิบช้าอ่อนแอ

 
  • เลือดร้อน
มีเลือดประจำเดือนออกมาในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ช่วงที่มีประจำเดือน ปริมาณมาก หรือหยดอย่างต่อเนื่อง สีแดงเข้ม หงุดหงิด นอนไม่ค่อยหลับ ชอบดื่มหรือรับประทานของเย็น มึนศีรษะหน้าแดง ลิ้นแดงฝ้าเหลือง ชีพจรลื่นเร็ว

  
  • เลือดคั่ง
มีเลือดประจำเดือนออกมาในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ช่วงที่มีประจำเดือน ปริมาณมาก/น้อย หยดอย่างต่อเนื่อง สีม่วงคล้ำมีก้อน ปวดท้องน้อยไม่ชอบให้กด ลิ้นม่วงคล้ำหรือมีจุดลิ่มเลือด ชีพจรฝืดหรือตึงฝืดมีแรง

ภาวะขาดประจำเดือน

สตรีที่อายุเกิน 16 ปีแล้วประจำเดือนยังไม่มา หรือ คนที่ประจำเดือนมาแล้วแต่หยุดมาประมาณ 6 เดือนขึ้นไป โดยมีสาเหตุดังนี้

  • ไตพร่อง
    • ชี่ของไตพร่อง
ประจำเดือนมาช้าหรือขาดประจำเดือน มึนศีรษะ หูอื้อหูมีเสียง เมื่อยเอวขาไม่มีแรง ปัสสาวะบ่อย ไม่มีอารมณ์ทางเพศ ลิ้นแดงซีด ฝ้าขาวบาง ชีพจรจมเล็ก

    
    • อินของไตพร่อง
ประจำเดือนมาช้าหรือขาดประจำเดือน มึนศีรษะ หูอื้อหูมีเสียง เมื่อยเอวเข่าอ่อน ปวดส้นเท้า ฝ่ามือฝ่าเท้าร้อน มีไข้ เหงื่อออกตอนกลางคืน หงุดหงิด นอนไม่ค่อยหลับ โหนกแก้มแดง ริมฝีปากแดง ลิ้นแดง ฝ้าน้อยหรือไม่มีฝ้า ชีพจรเล็กเร็ว

     
    • หยางของไตพร่อง
ประจำเดือนมาช้าหรือขาดประจำเดือน มึนศีรษะ หูอื้อหูมีเสียง ปวดเอวเหมือนกระดูกจะหัก กลัวหนาวมือเท้าเย็น ปัสสาวะใสปริมาณมาก ปัสสาวะตอนกลางคืนมาก อุจจาระเหนียวขนาดเล็ก สีหน้าหมองคล้ำ ขอบตาดำคล้ำ ลิ้นซีด ฝ้าขาว ชีพจรจมอ่อนแอ
  • ม้ามพร่อง
ประจำเดือนขาดไปหลายเดือน อ่อนเพลียไม่มีแรง ไม่มีความอยากอาหาร ปวดท้องแน่นท้อง อุจจาระเหนียวขนาดเล็ก สีหน้าซีดเหลือง ลิ้นซีดบวมมีรอยฟัน ฝ้าขาวเหนียว ชีพจรเนิบช้าอ่อนแอ

   
  • เลือดพร่อง
ประจำเดือนขาดไปหลายเดือน มึนศีรษะตาลาย ใจสั่นระรัวหวิวๆเหมือนใจหาย นอนไม่ค่อยหลับฝันเยอะ ผิวหนังไม่ชุ่มชื้น สีหน้าซีดเหลือง ลิ้นซีด ฝ้าน้อย ชีพจรเล็ก

  
  • การไหลเวียนของชี่และเลือดติดขัดอุดกั้นคั่งค้าง
ประจำเดือนขาดไปหลายเดือน ปวดแน่นท้องน้อยไม่ชอบให้กด จิตใจหดหู่ โกรธง่ายหงุดหงิดง่าย แน่นหน้าอกชายโครง ชอบเรอชอบถอนหายใจ ลิ้นม่วงคล้ำหรือมีจุดลิ่มเลือด ชีพจรจมตึงหรือฝืดมีแรง

   
  • ความเย็นอุดกั้นทำให้เลือดคั่ง
ประจำเดือนขาดไปหลายเดือน ปวดท้องน้อยแบบเย็นๆไม่ชอบให้กด ได้รับความร้อนจะรู้สึกอาการปวดบรรเทาลง มือเท้าเย็น สีหน้าเขียวขาว ลิ้นม่วงคล้ำ ฝ้าขาว ชีพจรจมแน่น

   
  • เสมหะความชื้นอุดกั้นภายใน
ประจำเดือนขาดไปหลายเดือน ตกขาวปริมาณมาก สีขาว ตัวบวม หรือ หน้าบวม แขนขาบวม อ่อนเพลียไม่มีแรง มึนศีรษะตาลาย ใจสั่นหายใจสั้นหอบ แน่นท้องแน่นหน้าอก ลิ้นซีดบวม ฝ้าขาวเหนียว ชีพจรลื่น

ภาวะปวดประจำเดือน

ช่วงก่อนมีประจำเดือน หลังมีประจำเดือน หรือระหว่างมีประจำเดือนมีอาการปวดท้องน้อย หรือมีอาการปวดช่วงบั้นเอว(กระเบนเหน็บ) หรือเป็นลมหมดสติกับอาการปวดประจำเดือน โดยมีสาเหตุดังนี้

  • การสูญเสียชี่ของไต
ช่วงมีประจำเดือนหรือหลังมีประจำเดือน ปวดท้องน้อย ชอบให้กด ปวดเมื่อยบั้นเอว(กระเบนเหน็บ) ประจำเดือนมาน้อย สีซีด มึนศีรษะหูอื้อหูมีเสียง สีหน้าหมองคล้ำ ปัสสาวะใสปริมาณมาก ลิ้นซีด ฝ้าบาง ชีพจรจมเล็ก

  
  • ชี่และเลือดพร่อง
ช่วงมีประจำเดือนหรือหลังมีประจำเดือน ปวดท้องน้อย ชอบให้กด ประจำเดือนมาน้อย สีซีด อ่อนเพลียไม่มีแรง มึนศีรษะ ใจสั่น นอนไม่หลับ ฝันมาก สีหน้าซีดขาว ลิ้นซีด ฝ้าบาง ชีพจรเล็กอ่อนแอ

   
  • การไหลเวียนของชี่และเลือดติดขัดอุดกั้นคั่งค้าง
ช่วงมีประจำเดือนหรือหลังมีประจำเดือน ปวดแน่นท้องน้อย ไม่ชอบให้กด ประจำเดือนมาน้อย ประจำเดือนไหลไม่คล่อง สีม่วงคล้ำมีก้อน ถ้าก้อนเลือดหลุดออกมาอาการปวดจะทุเลาลง ปวดแน่นหน้าอก ชายโครงและเต้านม ลิ้นม่วงคล้ำหรือมีจุดลิ่มเลือด ชีพจรตึงฝืด

  
  • ความเย็นอุดกั้นทำให้เลือดคั่ง
ช่วงมีประจำเดือนหรือหลังมีประจำเดือน ปวดท้องน้อยแบบเย็นๆ ไม่ชอบให้กด ได้รับความร้อนจะทำให้อาการปวดบรรเทาลง ประจำเดือนมาน้อย สีคล้ำ มีก้อน กลัวหนาวมือเท้าเย็น สีหน้าเขียวขาว ลิ้นคล้ำฝ้าขาว ชีพจรจมแน่น

 
  • ความชื้นความร้อนอุดกั้น
ช่วงมีประจำเดือนหรือหลังมีประจำเดือน ปวดท้องน้อยแบบแสบร้อน ไม่ชอบให้กด ปวดบั้นเอว(กระเบนเหน็บ) หรือปวดท้องน้อยเป็นบางเวลา แม้ก่อนช่วงมีประจำเดือนก็จะมีอาการปวด ปริมาณของประจำเดือนมากหรือประจำเดือนมาเป็นเวลานาน สีม่วงแดง มีก้อนเลือด ตกขาวปริมาณมาก สีเหลืองมีกลิ่นเหม็น หรือรู้สึกร้อนบริเวณช่วงล่าง ปัสสาวะสีเหลืองปนแดง ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว ชีพจรลื่นเร็วหรือนุ่มเร็ว 

ประจำเดือนมดลูก

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

Siam TCM Clinic ทำการบำบัดรักษา ตามแต่ละกลุ่มอาการดังนี้

ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูล ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น

  • ประจำเดือนมาน้อยที่มีสาเหตุมาจากไตพร่อง การรักษาจะใช้ยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์บำรุงไต บำรุงพลังชี่ของไต
 
  • ประจำเดือนมามากที่มีสาเหตุมาจากชี่พร่อง การรักษาจะใช้ยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์บำรุงชี่ บำรุงพลัง
    
  • ประจำเดือนมามากที่มีสาเหตุมาจากเลือดมีความร้อน การรักษาจะใช้ยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์บำรุงเลือด ลดความร้อนในกระแสเลือด
  
  • ประจำเดือนมาเป็นเวลานานกว่าปกติมากกว่า 7 วัน - 2 อาทิตย์ที่มีสาเหตุมาจากชี่พร่อง การรักษาจะใช้ยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์บำรุงไต บำรุงพลังชี่ของไต
   
  • ประจำเดือนมาเป็นเวลานานกว่าปกติมากกว่า 7 วัน - 2 อาทิตย์ที่มีสาเหตุมาจากเลือดคั่ง การรักษาจะใช้ยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์เพิ่มการหมุนเวียนของเลือด

ทำการฝังเข็มตามแต่ละกลุ่มอาการของโรค เช่น จุดซานอินเจียว จุดเหอกู่ จุดไท่ชง จุดจู๋ซานหลี่ และฝังเข็มตามเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้องกับอาการประจำเดือนผิดปกติตามแต่ละสาเหตุของโรค 

สมุนไพรบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

  • ตังกุย ในตำราแพทย์แผนจีน ตังกุยมีสรรพคุณในเรื่องของการบำรุงเลือด มีวิตามินบี 12 และกรดโฟลิกในปริมาณมาก ช่วยลดความตึงเครียดระหว่างมีประจำเดือน ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน และช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติอีกด้วย วิธีการทานใช้ตังกุย 4 - 5 แผ่นต้มเป็นน้ำแกงทาน

 
  • ใบตำลึง มีแมกนีเซียม และธาตุเหล็กเป็นจำนวนมาก ซึ่งธาตุทั้งสองชนิดนี้ช่วย บำรุงเลือด และลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้อาการปวดประจำเดือนลดลง วิธีการทาน ใช้ตำลึง 1 กำมือ ต้มเป็นน้ำแกงจืด หรือต้มเป็นชาดื่ม

  
  • ขิง เป็นพืชหัวที่มีฤทธิ์ร้อนช่วยในการขับลม ปรับสมดุลธาตุ ให้ความอบอุ่น ทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น จึงช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน แต่ขิงมีฤทธิ์ร้อนจึงไม่เหมาะกับคนที่มีความร้อน (ร้อนใน) สูง วิธีการทาน ใช้ขิง 4 - 5 แผ่นต้มน้ำร้อนดื่มเป็นชา

    
ตังกุย2ตำลึง1  ขิง1

คำแนะนำของแพทย์แผนจีน

  • ดื่มน้ำอุ่น 3 ลิตรต่อวัน โดยใช้การจิบเรื่อย ๆ ทั้งวัน
  
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  
  • ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และควรทานอาหารให้เหมาะกับสาเหตุของอาการ เช่น หากเกิดจากเลือดพร่องก็ให้ทานอาหารกลุ่มบำรุงเลือด เป็นต้น
 
  • งดทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็น เช่น น้ำเย็น ไอครีม
  
  • ในรายที่มีอาการปวดท้องประจำเดือนมากแนะนำให้ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบเพื่อบรรเทาอาการปวด
   
  • งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ โคล่า เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องมากขึ้น
   
  • งดดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
 
  • ควรดื่มน้ำขิงอุ่น

อาการผิดปกติของประจำเดือนถือเป็นเรื่องใกล้ตัว ไม่ควรมองข้าม ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งอาการผิดปกติของประจำเดือนหากปล่อยไว้อาจเกิดภาวะผิดปกติของระบบเลือด อันส่งผลให้เลือดเสียปะปนในร่างกาย ทำให้ซีด เหลือง ผิวแห้งเหี่ยว ขี้หนาว มือเท้าเย็น มวลกระดูกลดลง ท้องผูก ผมร่วง หมอนรองกระดูกเอวเคลื่อน มีลูกยาก แท้งง่าย นอกจากนี้ปัญหาอาจจะก่อให้มดลูก และรังไข่มีสิ่งผิดปกติที่น่ากลัวกว่านั้น เช่น มดลูกโต ผังผืดในมดลูก ประจำเดือนไหลไม่หยุด ช็อกโกแลตซีสต์ เนื้องอก เป็นต้น ดังนั้นอาการผิดปกติของประจำเดือนควรรีบทำการบรรเทาก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าและยากจะแก้ใข หรือลุกลามไปอวัยวะอื่น ๆ

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ