ไบโพลาร์
ไบโพลาร์2

    โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้วหรือโรคไบโพลาร์ (躁狂抑郁症 Bipolar disorder) เป็นความผิดปกติทางอารมณ์อย่างหนึ่ง ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีลักษณะอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาระหว่างอารมณ์ซึมเศร้า (major depressive episode) สลับกับช่วงที่อารมณ์ดีมากกว่าปกติ (mania หรือ hypomania) โดยอาการในแต่ละช่วงอาจเป็นอยู่นานเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือนได้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยทั้งในด้านการงาน การประกอบอาชีพ ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นและการดูแลตนเองเป็นอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติ โรคไบโพลาร์หรือโรคอารมณ์สองขั้ว สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย ทุกอาชีพ

อาการของโรคไบโพลาร์

อารมณ์เศร้า (Depressive Episode)

  • รู้สึกซึมเศร้า คิดอะไรก็เศร้าไปหมด เบื่อทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีความสนใจในชีวิต ไม่มีความเพลิดเพลิน
   
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงมาก ใน 1 เดือน
  • นอนไม่หลับ หรือหลับมากเกินไป
 
  • อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง
   
  • รู้สึกผิดหรือไร้ค่า ร้องไห้ง่าย
   
  • สมาธิลดลง ลังเลใจ ตัดสินใจอะไรไม่ได้
   
  • คิดอยากตายหรือการฆ่าตัวตาย

อารมณ์คึกคักหรือคลุ้มคลั่ง (Manic Episode)

  • มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงเกินจริง บางครั้งคิดว่าตนเองเป็นใหญ่
 
  • พูดมาก พูดไม่หยุด
 
  • คิดฟุ้งซ่าน จะทำโน่นทำนี่ คิดทำการหลายๆอย่าง แต่ก็มีสมาธิลดลง
 
  • นอนน้อยหรือไม่หลับไม่นอน นอนวันละ 3 ชั่วโมง ก็รู้สึกสดชื่น มีกำลัง ไม่สามารถอยู่นิ่งได้
 
  • ขาดความยับยั้งชั่งใจ อาจมีการใช้จ่ายผิดปกติมาก
 
  • โมโหง่าย โกรธง่าย อารมณ์ฉุนเฉียว ซึ่งอารมณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ง่ายถ้าถูกขัดใจ

    โดยอาการเหล่านี้ผู้ป่วยจะมีอารมณ์เป็นช่วงๆ เช่น บางคนอาจมีอารมณ์เศร้า 3 - 4 เดือน แล้วกลับมาเป็นปกติ แล้วเกิดอาการคึกคักอีกเป็นเดือนแล้วกลับมาเป็นปกติอีก โดยการเกิดขึ้นของอารมณ์สองขั้วไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นสลับไปมา เช่น ผู้ป่วยอาจจะเศร้าแล้วกลับมาเป็นปกติ แล้วก็เศร้าต่อแล้วกลับมาเป็นปกติแล้วค่อยคึกคัก หรือผู้ป่วยมีอาการคึกคักก่อนแล้วเศร้าก็อาจเป็นไปได้เช่นกัน

  
นอนไม่หลับ1  โกรธ1  คิดมาก1

สาเหตุของโรคไบโพลาร์

    ปัจจุบันเชื่อว่าโรคไบโพลาร์เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรมที่ผิดปกติทั้งที่เกิดจากการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษและเกิดใหม่ช่วงที่เป็นทารกในครรภ์ เนื่องจากพบว่าผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวป่วยด้วยโรคนี้ หรือโรคทางจิตเวชอื่นๆจะมีโอกาสเป็นโรคไบโพลาร์มากกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของสมองโดยมีสารสื่อประสาทที่ไม่สมดุลและจากสภาพแวดล้อมของผู้ป่วย เช่น การเลี้ยงดูในวัยเด็กหรือความเครียดในชีวิตประจำวันที่กระตุ้นให้โรคแสดงอาการ รวมถึงเกิดจากโรคบางอย่าง เช่น ความผิดปกติของไทรอยด์ฮอร์โมน เป็นต้น 

การวินิจฉัยโรคอารมณ์สองขั้วในแผนจีน

    โรคอารมณ์สองขั้วเกิดจากความผิดปกติของจิตใจที่พบได้บ่อย ซึมเศร้าเป็นเวลานาน อารมณ์ห่อเหี่ยว ร่างกายไม่สบาย มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ หรือได้รับการกระทบจิตใจอย่างรุนแรงเป็นเวลานานทำให้ร่างกายและจิตใจเสียสมดุล

การจำแนกกลุ่มการรักษาทางการแพทย์แผนจีน

กลุ่มอาการชี่ตับติดขัด (肝郁气滞证)

  • อาการทางคลินิก : เป็นภาวะที่ตับไม่สามารถทำการขับระบายได้ตามปกติ ทำให้การไหลเวียนของชี่ติดขัด มีอาการอารมณ์ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน เงียบไม่พูดจา โกรธง่าย ชอบร้องไห้ ถอนหายใจอยู่บ่อยๆ จุกแน่นบริเวณหน้าอกและชายโครง
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าลิ้นขาวบาง
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง

กลุ่มอาการเลือดคั่งจากชี่ตับติดขัด (肝郁血瘀证)

  • อาการทางคลินิก : เป็นภาวะที่ชี่ของตับติดขัดแล้วทำให้เกิดเลือดคั่งขึ้น มีอารมณ์ซึมเศร้า ตึงแน่นที่ใต้ชายโครง
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นมีสีม่วงหรือมีจุดสีม่วงบนลิ้น
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงและเต้นแบบติดขัด

กลุ่มอาการชี่คั่งทำให้เกิดไฟกำเริบ (气郁化火证)

  • อาการทางคลินิก : อาการแสดงได้แก่อารมณ์ซึมเศร้า หงุดหงิดโมโหง่าย ตึงแน่นและรู้สึกเจ็บแสบร้อนในทรวงอก

  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นมีสีแดงและมีฝ้าสีเหลือง

กลุ่มอาการเสมหะครอบคลุมจิต (痰蒙心神证)

  • อาการทางคลินิก : มีอาการซึมเศร้า มึนงง แสดงอารมณ์เฉยชา เงียบขรึม พูดจาสับสน ชอบบ่นหรือชอบพูดกับตัวเอง มีเสียงเสมหะในลำคอร่วมด้วย มักแสดงอาการดีใจหรือเสียใจผิดปกติ เบื่ออาหาร
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าลิ้นขาวเหนียว
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงลื่น

กลุ่มอาการหัวใจและม้ามพร่องทั้งคู่ (心脾两虚)

  • อาการทางคลินิก : อาการเหม่อลอย ใจสั่น ตกใจง่าย เศร้าเสียใจ ชอบร้องไห้ แขนขาอ่อนแรง เบื่ออาหาร
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าลิ้นเหนียว
 
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมละเอียด ไม่มีแรง

%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C2

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100%

ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น

  • กลุ่มอาการชี่ตับติดขัด (肝郁气滞证) ใช้ยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการปรับกระจายชี่ตับ สลายติดขัด เพิ่มการไหลเวียนชี่ รักษาอาการไบโพลาร์

  • กลุ่มอาการเลือดคั่งจากชี่ตับติดขัด ใช้ยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการสลายเลือดคั่ง ปรับกระจายชี่ตับ สลายติดขัด เพิ่มการไหลเวียนชี่ รักษาอาการไบโพลาร์
 
  • กลุ่มอาการชี่คั่งทำให้เกิดไฟกำเริบ (气郁化火证) ใช้ยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการเพิ่มการไหลเวียนชี่ ลดไฟ รักษาอาการไบโพลาร์

ฝังเข็มตามกลุ่มอาการ

ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น

  • กลุ่มอาการหัวใจและม้ามพร่องทั้งคู่ (心脾两虚) ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณเสริมม้ามบำรุงหัวใจ ปรับสมดุลชี่ สงบเสิน รักษาอาการไบโพลาร์

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • หลีกเลี่ยงอารมณ์ดีใจหรือตกใจมากเกินไป
   
  • คนรอบข้างคอยรับฟังและให้กำลังใจในช่วงเวลาที่เศร้า คอยปรามในช่วงเวลาที่คึกคัก
 
  • หางานอดิเรกที่สนใจทำเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ป่วย
 
  • ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
   
  • เข้านอนไม่เกิน 22.00 น.
 
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที
 
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยที่มีผลต่อการกระตุ้นอารมณ์หรือจิตใจ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการของโรคหนักมากขึ้น

นวดกดจุดลดอาการไบโพลาร์

จุดเฟิงฉือ (风池)

  • ตำแหน่ง => อยู่ตรงเหนือชายผมด้านหลังขึ้นไป 1 ชุ่น (1ชุ่น คือ วัดจากความกว้างของข้อแรกของนิ้วหัวแม่มือของผู้ป่วย) บริเวณใต้ฐานกระโหลกศีรษะ 
  • ข้อบ่งใช้ => เหมาะกับผู้ที่มีอาการโรคทางจิตประสาท ลมชัก ไข้หวัด โรคเส้นเลือดสมอง ปวดเกร็งท้ายทอยและบ่าไหล่ (ปวดคอบ่าไหล่จากออฟฟิศซินโดรม หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นที่คอร้าวลงแขน) ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ตาแดง ไซนัสอักเสบ เลือดกำเดาไหล หูมีเสียงดัง โรคจากความร้อน คอหอยพอก
  • วิธีนวดกดจุด => เวลานวดใช้นิ้วหัวแม่มือ กดคลึงลงไปโดยหมุนเป็นวงกลม ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง หรือนวดขณะที่มีอาการดังกล่าว ลองทำตามได้เลยนะค้าบบบ

จุดไป๋ฮุ่ย (百会)

  • ตำแหน่ง => อยู่กึ่งกลางระหว่างเส้นเชื่อมจากยอดใบหูทั้ง 2 ข้าง บรรจบกับเส้นที่ลากจากปลายจมูกขึ้นมาตรงกลางศีรษะ
  • รักษาอาการ => รักษาอาการซึมเศร้า รักษาอาการทางจิตประสาท ภาวะสมองเสื่อม แขนขากระตุก อัมพาตใบหน้า นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ปวดไมเกรน อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดในสมองตีบ เส้นเลือดในสมองแตก หูมีเสียง ลมบ้าหมู ลมชัก 
  • วิธีนวดกดจุด => ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลาง หรือทั้ง 2 นิ้ว กดนวดคลึงไปมา 100 ครั้ง วันละ 2-3 ครั้ง    

จุดเสินเหมิน (神门)

  • ตำแหน่ง => อยู่ตรงรอยพับข้อมือฝั่งนิ้วก้อย ตรงระหว่างเส้นเอ็นกับปุ่มกระดูกจะมีแอ่งเล็กๆ แอ่งนั้นจะเรียกว่า จุดเสินเหมิน
  • รักษาอาการ => กลุ่มอาการโรคซึมเศร้า โรคทางจิตประสาท สมองเสื่อม ความจำเสื่อม ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ บำรุงหัวใจ ปวดหัวใจ ใจสั่น ตกใจง่าย หงุดหงิด ปวดชายโครง สงบจิตใจ แก้อาการเมารถ เมาเรือ
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดสิงเจียน 行间

  • ตำแหน่ง => อยู่บริเวณหลังเท้า ตรงร่องระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ห่างจากขอบง่ามเท้า 0.5 ชุ่น
  • รักษาอาการ => โรคทางจิตประสาท ซึมเศร้า ไบโพล่าร์ ลมชัก โรคหลอดเลือดสมอง ปวดศีรษะ ตาลาย ตาแดง นอนไม่หลับ ปากเบี้ยว ปวดสีข้าง ไส้เลื่อน ปัสสาวะขัด เลือดออกทางช่องคลอด ประจำเดือนผิดปกติ ปวดประจำเดือน ตกขาว ระบายความร้อน
  • วิธีนวดกดจุด =>ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดไท่ชง (太冲)

  • ตำแหน่ง => อยู่บนบริเวณหลังเท้าแอ่งกระดูกระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ 
  • รักษาอาการ => โรคเครียด โรคซึมเศร้า โรคชักในเด็ก ความดันโลหิตสูง ลดอาการกรดไหลย้อนที่เกิดจากอารมณ์แปรปรวน ที่ส่งผลทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องอืดแน่น ท้องร้องโครกคราก ท้องเสีย ท้องผูก ดีซ่าน แสบร้อนกลางอก แน่นหน้าอก ระบายความร้อนในระบบตับ  และจุดไท่ชงนี้ยังสามารถรักษาอาการขาชาและอ่อนแรง ปวดชายโครง ปวดศีรษะ ไมเกรน เวียนศีรษะ ปากแห้ง เจ็บคอ ตาปวดบวมและแดง ประสาทตาเสื่อม ไอ แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะลำบาก ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ โรคขาดประจำเดือน ตกขาว ปวดประจำเดือน ปวดบริเวณฝีเย็บ ไส้เลื่อน
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง