โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (阳痿, Erectile Dysfunction)
โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction) หมายถึงสภาวะที่องคชาติของผู้ชายไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวไม่นานพอที่จะสามารถทำกิจกรรมทางเพศ หรือไม่มีความรู้สึกอารมณ์ทางเพศเลย ในทางแพทย์แผนจีนเรียกโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศชายนี้ว่า หยางเหว่ย (阳痿) หมายถึงอวัยวะเพศชายไม่สามารถตั้งตรง หรือตั้งตรงแต่ไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวไม่นาน หรือระหว่างปฏิบัติกิจกรรมทางเพศจะเกิดการอ่อนตัวขององคชาติ ซึ่งภาวะนี้ไม่รวมถึงคนสูงอายุที่ร่างกายเสื่อมถอยและมีสมรรถภาพทางเพศน้อยลงเป็นธรรมชาติ
สาเหตุการเกิดโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
- ความผิดปกติทางจิตใจ ในทางการแพทย์มองว่าอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะจิตใจที่ไม่ปกติ เช่น ความเครียด ความเศร้า หรืออาจเกิดจากการทานยาด้านจิตเวช เป็นต้น เมื่อมีสภาพจิตใจดังกล่าวนานวันเข้า อาจมีผลให้ร่างกายเกิดความผิดปกติจนเป็นผลให้เกิดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้
- การเปลี่ยนแปลงระดับของฮอร์โมน เนื่องจากร่างกายมีฮอร์โมนมากมายหลายชนิด ฮอร์โมนบางชนิดมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศ การที่ฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้ไม่มีแรง อ่อนเพลีย ความรู้สึกทางเพศลดลง รวมถึงทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวลดลงโดยเฉพาะในตอนเช้า
- ความผิดปกติที่ระบบประสาท ผู้ป่วยอาจจะมีความผิดปกติได้ตั้งแต่ระดับสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาทในอุ้งเชิงกราน เส้นประสาทที่อวัยวะเพศ เป็นต้น ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง
- ความผิดปกติที่เส้นเลือดในอวัยวะเพศ พบได้ประมาณ ร้อยละ 70 ของผู้ป่วย และเป็นสาเหตุหลักในการเกิดโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ
- เส้นเลือดแดงที่เข้าไปเลี้ยงอวัยวะเพศอุดตัน ทำให้เลือดเข้าไปเลี้ยงอวัยวะเพศได้ไม่เพียงพอ
- ความผิดปกติของกลไกการกดทับเส้นเลือดดำ ทำให้เลือดไม่สามารถกักเก็บในอวัยวะเพศได้
- มีความผิดปกติร่วมกันระหว่างเส้นเลือดแดงอุดตัน และกลไกการกดทับเล้นเลือดดำผิดปกติ
- การเจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคตับ โรคไตวาย โรคหัวใจ เป็นต้น
- พฤติกรรมการใช้ชีวิตและอื่นๆ เช่น ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่เป็นประจำ การรับประทานอาหารบางอย่างมากเกินไป เช่น ถั่วเหลือง หอยนางรม กาแฟ น้ำอัดลม อาหารกระป๋อง อาหารขยะ ผงชูรส สารให้ความหวานเทียม เป็นต้น รวมถึงการรับประทานยาบางอย่าง เช่น ยานอนหลับ ยารักษาภาวะซึมเศร้า ความอ้วน ขาดการออกกำลังกายหรือออกกำลังหนักจนเกินไป กรรมพันธุ์
- การผ่าตัดต่อมลูกหมาก การผ่าตัดมีผลกระทบกระเทือนต่อระบบสืบพันธุ์ไม่มากก็น้อย ซึ่งในบางกรณีการผ่าตัดอาจกระทบเส้นประสาทหรือส่วนควบคุมอารมณ์ทางเพศ

สมรรถภาพทางเพศในทรรศนะแพทย์แผนจีน
ความต้องการทางเพศและการสืบพันธุ์เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ สมรรถภาพทางเพศและความสามารถในการสืบพันธุ์ขึ้นอยู่กับอวัยวะภายใน การแพทย์แผนจีนสมัยโบราณเชื่อว่าเหตุแห่งการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศนั้นมีสาเหตุมาจากการตรากตรำทำงานหนัก ไตพร่อง และตับทำงานผิดปกติ เมื่อตับทำงานผิดปกติมีผลต่ออาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เพราะตับควบคุมเส้นเอ็นรวมถึงเส้นลมปราณของตับมีเส้นทางไหลเวียนผ่านบริเวณอวัยวะเพศ หากเส้นเอ็นผิดปกติย่อมส่งผลถึงอวัยวะเพศชาย และหากไม่สามารถส่งพลังชี่ไปบำรุงเลี้ยงอวัยวะสืบพันธุ์ตามที่เส้นลมปราณของตับพาดผ่าน อวัยวะเหล่านั้นย่อมอ่อนแรง และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในที่สุด
ส่วนไตมีหน้าที่สำคัญหลายประการแต่หน้าที่หนึ่งที่สำคัญมากก็คือ เป็นที่เก็บสะสมสารจำเป็นแห่งชีวิต คือสารจิง(精) และพลังชี่(气) ซึ่งสารจิงของระบบสืบพันธุ์ทำหน้าที่เกี่ยวกับความสามารถในการสืบพันธุ์ และทำหน้าที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของร่างกาย ส่วนสารจิงของอวัยวะภายในเป็นสารพื้นฐานที่ใช้หล่อเลี้ยงอวัยวะภายในระบบต่างๆให้สามารถทำงานได้ ส่วนพลังชี่ของไตทำให้อวัยวะภายในระบบต่างๆทำงาน เมื่อใดที่พลังชี่ของไตพร่องจะทำให้อวัยวะภายในทำงานผิดปกติเกิดเป็นความเจ็บป่วยในลักษณะต่างๆ ความสมบูรณ์ของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กจึงอยู่ที่ความสมบูรณ์ของจิง-ชี่ การแก้ไขความผิดปกติของพัฒนาการจึงแก้ไขด้วยการบำรุงไตเป็นสำคัญ
ตามหลักการแพทย์แผนจีน "เทียนกุ่ย" (天癸) จะเป็นตัวกำหนดความสามารถและพัฒนาการเกี่ยวกับเพศทั้งในชายและหญิงทั้งในด้านสรีระที่เกี่ยวข้องกับเพศความสามารถในการสืบพันธุ์และสมรรถภาพทางเพศ เมื่อเด็กชายอายุประมาณ 16 ปี และหญิงอายุ 14ปี พลังชี่ของไตจะเต็มเปี่ยมและด้วยพลังชี่ของไตที่สมบูรณ์ ทำให้เกิดเทียนกุ่ยขึ้นในเพศชาย อิทธิพลจากเทียนกุ่ยทำให้มีลูกอัณฑะโตขึ้น มีลูกกระเดือก เสียงห้าว และมีอสุจิ ส่วนในเพศหญิงเทียนกุ่ยทำให้เต้านมขยาย รูปร่างอวบ แคมเล็กและช่องคลอดโตขึ้น มีประจำเดือนและสามารถตั้งครรภ์ได้ เทียนกุ่ยจึงเทียบได้กับฮอร์โมนเพศนี่เอง เมื่อมีเทียนกุ่ยจึงมีสรีระที่พร้อม มีสมรรถภาพทางเพศและมีความสามารถในการสืบพันธุ์ต่อไป เมื่อเทียนกุ่ยหมดสิ้นลงความสามารถในการสืบพันธุ์ก็หมดลง และเมื่อสารจิงหมด ชีวิตก็สิ้นสุดลงเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามการแพทย์แผนจีนในสมัยใหม่ค้นพบเพิ่มเติมว่ายังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศพบว่าม้าม หัวใจ อารมณ์ และยังมีทุนที่มีมาแต่กำเนิด (สารจิง) การมีเพศสัมพันธ์ที่มากเกินไป ในขณะที่เป็นวัยรุ่นมีการสำเร็จความใคร่มากเกินไป ความเครียดเรื้อรังยาวนาน คิดวิตกกังวลเกินไปเป็นเวลายาวนาน อารมณ์หงุดหงิดเก็บกดยาวนาน ทานอาหารมัน ทอด ปิ้ง ย่าง อาหารรสจัด รวมถึงดื่มเหล้า ทำให้เกิดความร้อนชื้นสะสมอุดกั้นส่วนล่างซึ่งล้วนมีผลต่อโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศทั้งสิ้น

ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ในทรรศนะแพทย์จีน
- เพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ขาดมิได้แต่มากเกินก็ไม่ดี การไม่มีเพศสัมพันธ์เลยจะทำให้เกิดความเก็บกดหรืออารมณ์ซึมเศร้าได้ แต่เมื่อบ่อยเกินไปก็ทำลายไต ทำให้พลังของไตเสื่อมถอยเร็ว เมื่อพลังของไตเสื่อมถอยเร็วก็จะทำให้กระดูกเสื่อมไว แก่ไว ผมขาวไว หรือความจำไม่ค่อยดี
- การมีเพศสัมพันธ์หรือการแต่งงานไม่ควรเร็วเกินไป เนื่องจากการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกายเกี่ยวกับฮอร์โมนหรือพลังไตจะสมบูรณ์ถึงขีดสูงสุด ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในขณะที่การพัฒนาของไตไม่ถึงขีดสุด หรือมีครอบครัวมีลูกเร็วกว่าวัยอันควร จะมีผลระยะยาวต่อการเสื่อมถอยเมื่อช่วงบั้นปลายทำให้แก่เร็ว
- ควรงดการมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุมาก เรื่องเพศเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเติบโต พัฒนาการ การเสื่อมถอยเป็นกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ การแต่งงานเร็ว การมีบุตรเร็วเป็นสิ่งไม่สมควร ขณะเดียวกันเมื่ออายุแก่ชรา "อิน" ของร่างกายหดแห้ง สมรรถภาพทางเพศเริ่มถดถอย บางครั้งการฝืนร่างกายมีเพศสัมพันธ์ ทำให้ไม่สามารถหลั่งขณะร่วมเพศ จะมีการกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรง ทำให้ปัสสาวะขัด ปัสสาวะลำบาก และปวดบริเวณอวัยวะเพศ
สาเหตุที่ทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในทรรศนะแพทย์แผนจีน
- ไฟมิ่งเหมินอ่อนแอ
- อาการทางคลินิก : ไฟมิ่งเหมิน คือหยางของไต ความอ่อนแรงของไฟมิ่งเหมินก็คือสภาพผิดปกติที่เกิดจากหยางของไตพร่องอย่างรุนแรง ทำให้ไตไม่สามารถสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย เพื่อให้การเริ่มทำกิจกรรมของแต่ละอวัยวะ ส่งผลให้ระดับกิจกรรมของอวัยวะต่างๆทั่วร่างกายอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ รวมไปถึงกิจกรรมทางเพศด้วย การมีเพศสัมพันธ์มากเกินไป ช่วยตัวเองบ่อยเกินไปล้วนเป็นเหตุให้สารจิงและเลือดสูญเสียซึ่งก็คือการสูญเสียหยางของไต ซึ่งนำไปสู่การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมีอาการรุนแรง อวัยวะเพศไม่สามารถตั้งตรง น้ำอสุจิบางใสเย็น ร่วมกับอาการเวียนศีรษะ เสียงดังในหู กลัวหนาวมือเท้าเย็น เมื่อยเอวเข่าอ่อน ใบหน้าซีดขาว เหนื่อยล้าอ่อนแรง ปัสสาวะใสปริมาณมาก ปัสสาวะบ่อยครั้งในช่วงกลางคืน
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดอ้วนฝ้าขาวบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมเล็กละเอียด
- หัวใจและม้ามพร่อง
- อาการทางคลินิก : มีอวัยวะเพศไม่แข็งตัวร่วมกับใจสั่น นอนไม่หลับฝันเยอะ อ่อนเพลียไม่มีแรง ตกใจง่าย สีหน้าเหลืองและห่อเหี่ยว เบื่ออาหารทานอาหารได้น้อย ท้องอืดแน่นท้อง อุจจาระเหลว
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดฝ้าเหลืองขาว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็กละเอียดอ่อนแอ
- พลังตับอุดกั้น
- อาการทางคลินิก : มีอวัยวะเพศไม่แข็งแรงร่วมกับไม่สบายในทรวงอก อารมณ์ไม่เบิกบาน ชอบเรอ ปวดแน่นตรงชายโครงและทรวงอก คอขม คอแห้ง ในคอมีความรู้สึกเหมือนมีวัตถุแปลกปลอมจุกที่คอ (กลืนไม่เข้าคายไม่ออก) เบื่ออาหารทานอาหารได้น้อย ถ่ายเหลว
- ลักษณะลิ้น : ฝ้าบางขาว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง
- ตกใจกลัวทำให้ไตถูกกระทบ
- อาการทางคลินิก : เนื่องจากอารมณ์กลัว ตกใจ จะมีผลกระทบต่อพลังไต ผู้ป่วยที่มีอาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัว ภายหลังเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ตกใจกลัว เป็นคนหวาดระแวง บางครั้งได้ยินเสียงดังแล้วตกใจ มักจะฝันร้ายจนตกใจตื่นกลัว
- ลักษณะลิ้น : ฝ้าขาวบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงเล็กละเอียด
- เส้นลมปราณตับร้อนชื้นอุดกั้นส่วนล่าง
- อาการทางคลินิก : มีอวัยวะเพศไม่แข็งแรง คันบริเวณหนังหุ้มอัณฑะ ปัสสาวะมีสีเหลือง ปวดอวัยวะเพศเวลาปัสสาวะ หงุดหงิด โมโหง่าย คอแห้ง ปากขม ปวดชายโครงท้องน้อย ลูกอัณฑะปวดบวม
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าสีเหลืองเหนียว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นเร็ว

หลักการรักษาทางแพทย์แผนจีน
สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศโดย
- ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี)ตามแต่ละอาการ
- อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศตามกลุ่มอาการไฟมิ่งเหมินอ่อนแอ ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ อุ่นบำรุงไฟมิ่งเหมิน อบอุ่นไตทำให้หยางแข็งแรง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
- อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศตามกลุ่มอาการหัวใจและม้ามพร่อง ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ บำรุงหัวใจ ม้าม บำรุงเลือด บำรุงพลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
- อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศตามกลุ่มอาการพลังตับอุดกั้น ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ระบายตับ คลายความอุดกั้น เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
- ฝังเข็มตามกลุ่มอาการ ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามแต่ละกลุ่มอาการ
- อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศตามกลุ่มอาการไตถูกกระทบ ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ บำรุงไต สงบอารมณ์ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
- อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศตามกลุ่มอาการเส้นลมปราณตับร้อนชื้นอุดกั้นส่วนล่าง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ ระบายตับ ขับร้อนชื้น บำรุงตับ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

สมุนไพรบำรุงสมรรถภาพทางเพศ
- กระชายหรือกระชายดำ ในกระชายมีสรรพคุณช่วยบำรุงไต บำรุงตับ ซึ่งในทางแพทย์แผนจีนมองว่าไตตับ เป็นอวัยวะในร่างกายที่เกี่ยวกับเพศ ช่วยให้ความต้องการทางเพศเกิดความสมดุล นอกจากนี้กระชายยังมีสรรพคุณทำให้เลือดลมไหลเวียนดี จึงช่วยให้อวัยวะเพศชายสามารถแข็งตัวได้ง่ายขึ้น วิธีการใช้ ล้างให้สะอาดทานสดหรือทานเป็นกับข้าวก็ได้
- กระเทียม สมุนไพรเครื่องเทศสามัญประจำบ้าน โดยทั่วไปผู้คนมักจะรู้จักกระเทียมที่มีสรรพคุณในการต่อต้านเชื้อโรคเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย นอกจากนี้กระเทียมมีสรรพคุณช่วยการไหลเวียนของเลือดช่วยลดไขมันที่เกาะตามผนังหลอดเลือด จึงมีส่วนช่วยให้อวัยวะเพศชายเกิดความสมดุล วิธีการใช้ ล้างให้สะอาดทานสด หรือเป็นส่วนประกอบอาหารทานเป็นกับข้าวก็ได้
- กล้วยหอม ผลไม้หาทานง่ายแต่สรรพคุณมากมาย กล้วยหอมเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารมากมายโดยเฉพาะโพแทสเซียม และวิตามินบี ซึ่งมีผลช่วยบำรุงระบบประสาท และช่วยทำให้สมรรถภาพทางเพศเกิดความสมดุล
- ถั่งเช่า สมุนไพรจีนสรรพคุณมากมาย บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย มีสารอาหารช่วยบำรุงสารสื่อประสาท ช่วยเลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ช่วยให้กระชุ่มกระชวย บำรุงฮอร์โมนเพศ
- เก๋ากี้ รสหวาน ฤทธิ์กลาง เข้าเส้นลมปราณตับ ไต สรรพคุณบำรุงอินของตับไต บำรุงสารจิง บำรุงสายตา ใช้ในการรักษากลุ่มอาการอินของตับไตพร่อง สารจิงและเลือดไม่พอ ทำให้การมองเห็นถดถ้อย ต้อกระจก เวียนศีรษะ ตาลาย ปวดเมื่อยเอวเข่าอ่อน น้ำกามเคลื่อน หูอื้อหูมีเสียง ฟันโยกคลอน ผมหงอกก่อนวัย นอนไม่หลับ ฝันเยอะ ร้อนบริเวณใบหน้า คอและอก เหงื่อออกขณะนอนหลับ เบาหวาน วิธีการรับประทานเก๋ากี้เพื่อช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศ ให้รับประทานสด ประมาณ 1 กำมือหรือประมาณ 30-50 เม็ด ก่อนนอน 1 ชั่วโมง




คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน
- ดื่มน้ำอุณหภูมิปกติวันละ 2-3 ลิตร โดยใช้การจิบตลอดทั้งวัน
- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนไม่เกิน 22.00 น.
- ทานอาหารให้หลากหลาย และควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
- ทำอารมณ์ให้แจ่มใส งดอารมณ์ด้านลบ เช่น โกรธ เศร้า และอื่น ๆ
- ไม่ควรมีกิจกรรมทางเพศมากเกินไป
กดจุดแก้อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
จุดจู๋ซานหลี่ (足三里)
- ตำแหน่ง => จุดจู๋ซานหลี่อยู่ใต้จุดตู๋ปี๋ 3 ชุ่นหรือใช้ 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป และห่างจากกระดูกหน้าแข้งด้านนอก 1 นิ้วมือ
- รักษาอาการ => บำรุงสุขภาพ บำรุงม้ามกระเพาะ กรดไหลย้อน เสริมภูมิคุ้มกัน ปวดเข่า ปวดขาและเท้า อ่อนเพลียไม่มีแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพาตใบหน้า หูอื้อ หวัด ไอ หอบหืด เสมหะมาก วัณโรคปอด ท้องอืดแน่น อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ใจสั่น แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะติดขัด ตกขาว ไส้เลื่อน
- วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
จุดซานอินเจียว (三阴交)
- ตำแหน่ง => อยู่ด้านในของขา เหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมา 3 ชุ่น หรือใช้นิ้วทั้ง 4 นิ้ว ( ชี้ กลาง นาง ก้อย ) ทาบลงไป จุดจะอยู่หลังกระดูกหน้าแข้ง
- รักษาอาการ => จุดนี้ช่วยบำรุงดูแลทั้ง 3 อวัยวะ ได้แก่ ตับ ม้าม ไต บรรเทาอาการนอนไม่หลับ อีกทั้งยังสามารถรักษาอาการปวดต้นขาด้านใน อัมพาตครึ่งซีก คออักเสบ ลิ้นแข็ง เลือดกำเดาไหล ไอ เจ็บลิ้นปี่ อาเจียน สะอึก อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ปวดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ
- วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
จุดหยางหลิงเฉวียน (阳陵泉穴)
- ตำแหน่ง => อยู่ใต้หัวเข่า บริเวณด้านนอกหน้าแข้ง ตรงรอยบุ๋มหน้าและใต้หัวกระดูกเฉียงลงด้านหน้าที่มีรอยบุ๋ม
- รักษาอาการ => ปวดเข่า เข่าบวม ปวดขา ขาลีบ ขาชา ขาอ่อนแรง ปวดสีข้าง ปากขม คลื่นไส้ อาเจียน ดีซ่าน ลมชักในเด็ก
- วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง