อาการรองช้ำ

โรครองช้ำ, ปวดฝ่าเท้า, ปวดส้นเท้า ( Plantar fasciitis)
โรครองช้ำ คือ การอักเสบที่เกิดขึ้นกับพังผืดใต้ฝ่าเท้า โดยผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดบริเวณส้นเท้าด้านในหรือตามแนวแถบของพังผืด ในตอนเช้าอาการปวดจะมีลักษณะแปล๊บๆเหมือนมีอะไรมาแทงบริเวณส้นเท้า หรือปวดแบบแสบร้อน ทำให้เวลาที่วางส้นเท้าลงกับพื้นอาจมีอาการสะดุ้ง อาการปวดจะค่อยๆเบาลงเมื่อเดินไปได้ 2-3 ก้าว และสามารถกลับมาปวดมากเหมือนเดิมได้ใหม่ หากยืนเป็นระยะเวลานานหรือลุกขึ้นจากการนั่งพักนานๆ
กลไกการเกิดรองช้ำ
เกิดจากฝ่าเท้าได้รับแรงกระแทกมากเกินไป อาจมาจากการใช้ความเร็วในการวิ่งมากไป น้ำหนักตัว การยืนบนพื้นผิวที่แข็ง หรือใส่รองเท้าที่บีบรัดมากเกินไปไม่เหมาะกับรูปเท้า
มุมมองการเกิดโรครองช้ำตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน
อาการปวดส้นเท้าตามมุมมองของแพทย์จีนโดยทั่วไปนั้นเกิดจากความบกพร่องของอินตับและไต อินในที่นี้หมายถึงสารที่หล่อเลี้ยงเส้นเอ็นและกระดูกทั่วร่างกาย โดยเฉพาะตับและไตที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุดเนื่องจากตับควบคุมเส้นเอ็น ไตควบคุมกระดูก เมื่ออินของตับและไตไม่เพียงพอ เส้นเอ็นจึงไม่ยืดหยุ่น ทำให้กระดูกเปราะบาง ทำให้มีอาการปวดส้นเท้าหรือรองช้ำ และอาการบาดเจ็บมักเกิดขึ้นในช่วงตื่นเช้าหรือจากการนั่งพักนานๆพอจะลงน้ำหนักจะเจ็บปวด เนื่องจาการไหลเวียนของเลือดลมไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆลดลง เมื่อการหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอก็จะมีอาการปวด
หลักในการรักษารองช้ำ, ปวดฝ่าเท้า, ปวดส้นเท้า
ตามศาสตร์แพทย์แผนจีนจะรักษาด้วยการฝังเข็ม รับประทานยาสมุนไพรจีน นวดกดจุด เดินแก้วไฟ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด บำรุงชี่และเลือด บำรุงตับและไต บำรุงและเพิ่มสารจำเป็นไปหล่อเลี้ยงกระดูกและเส้นเอ็น เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูกและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเส้นเอ็น ขับลมทะลวงเส้นลมปราณ คลายเส้นเอ็น สลายเลือดคั่ง ลดบวม ระงับปวด
การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน
- ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) สรรพคุณสลายเลือดคั่ง ลดบวม ระงับปวด เพื่อรักษาอาการปวดรองช้ำ, ปวดฝ่าเท้า, ปวดส้นเท้า
- ทำการฝังเข็มรักษาอาการปวดรองช้ำ, ปวดฝ่าเท้า, ปวดส้นเท้า
- นวดกดจุดฝ่าเท้า
- เดินแก้วไฟ
คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน
- ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-3 ลิตร จิบเรื่อยๆทั้งวัน
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 6-8 ชม.
- ไม่นอนดึก นอนไม่ควรเกิน 22.00 น.
- ไม่ตรากตรำทำงานหนักมากจนเกินไป โดยเฉพาะการยืน เดิน วิ่ง ที่มากเกินไป

การป้องกันและการรักษารองช้ำ
- การหยุดกิจกรรมที่ต้องใช้เท้าเป็นเวลานานๆ เช่น การยืนเป็นเวลานาน เล่นออกกำลังกายที่ไม่ต้องลงน้ำหนักที่เท้ามาก เช่น การว่ายน้ำ ขี่จักรยาน
- ควรเลือกสวมรองเท้าส้นนิ่มขณะออกกำลังกาย โดยอาจใช้แผ่นรองเสริมอุ้งเท้า เพื่อลดแรงกระแทกที่ฝ่าเท้าและช่วยกระจายน้ำหนักให้มีความสมดุลสม่ำเสมอของฝ่าเท้า
- ก่อนออกกำลังกายควรยืดกล้ามเนื้อน่องและยืดพังผืดใต้ฝ่าเท้าเป็นประจำเพื่อให้ผังผืดใต้ฝ่าเท้าไม่เกิดการตึงตัว
- ควรควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป เพราะถ้าน้ำหนักตัวมากจะทำให้ข้อต่อต่างๆต้องรับน้ำหนักมากยิ่งขึ้น
ท่ายืดและกายบริหารสำหรับโรครองช้ำ
- ท่าที่ 1 ยืนดันกำแพง
- วิธีทำ : ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง ใช้มือยันกำแพงไว้ วางเท้าที่ต้องการยืดเอ็นร้อยหวายไว้ข้างหลัง งอข้อศอกพร้อมกับย่อเข่าด้านหน้าลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยขาด้านหลังเหยียดตึง และส้นเท้าติดพื้นตลอดเวลา ให้ย่อลงจนรู้สึกว่าน่องด้านหลังตึง แล้วค้างไว้นับ 1 – 10 ถือเป็น 1 ครั้ง ทำวันละ 3-5 ครั้ง
- ท่าที่ 2 นั่งกระดกข้อเท้า
- วิธีทำ : นั่งห้อยขากระดกข้อเท้าขึ้นลง 20 ครั้ง/รอบ ทำทั้งหมด 3 รอบ
- ท่าที่ 3 ยืนกระดกปลายเท้า-ส้นเท้า
- วิธีทำ : ยืนหาที่จับให้มั่นคง กระดกปลายเท้าขึ้น (ส้นเท้าติดพื้น) จากนั้นยกส้นเท้าขึ้น (ปลายเท้าติดพื้น) นับเป็น 1 ครั้ง ให้ทำ 20 ครั้ง/รอบ ทำทั้งหมด 3 รอบ
การนวดกดจุดแก้อาการรองช้ำ
นวดกดจุด 4 จุดสำคัญตามศาสตร์แพทย์จีน ช่วยบรรเทาอาการรองช้ำ ปวดส้นเท้า ฝ่าเท้า
- จุดหย่งเฉวียน (涌泉)
ตำแหน่ง – แบ่งฝ่าเท้าเป็น 3 ส่วน จุดจะอยู่ระหว่างรอยต่อส่วนที่ 1 กับส่วนที่ 2 ของแนวยาวของฝ่าเท้า ระหว่างกระดูกนิ้วชี้เท้าและนิ้วกลางเท้า
- จุดคุนหลุน (昆仑)
ตำแหน่ง – อยู่ในร่องระหว่างด้านหลังของตาตุ่มนอกกับเอ็นร้อยหวาย
- จุดเฉิงซาน (承山)
ตำแหน่ง – อยู่ใต้กึ่งกลางของรอยพับหลังเข่าลงมา 8 ชุ่น (หรือกึ่งกลางของขา 4 นิ้วทาบ โดยใช้ 2 มือ และอีก 3 นิ้ว)
- จุดไท่ซี (太溪)
ตำแหน่ง – จุดอยู่ด้านในข้อเท้าในร่องระหว่างขอบหลังของตาตุ่มด้านในกับขอบด้านหน้าของเอ็นร้อยหวาย
- วิธีนวดกดจุด : นวดกดคลึงแต่ละจุด 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ
คลิปการนวดกดจุด ตอกเส้น และครอบแก้วไฟ
ช่วยสลายพังผืด ทำให้เลือดที่ติดขัด ไหลเวียนได้ดีขึ้น
เมื่อทำควบคู่กับการฝังเข็ม จะยิ่งช่วยเชื่อมเส้นประสาท ลดความหนืดข้นของเลือด สลายพังผืดได้ลึกมากขึ้น จึงสามารถลดอาการปวดรองช้ำ ปวดส้นเท้า-ฝ่าเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากลดอาการปวดแล้ว ยังช่วยปรับสมดุลร่างกาย บำรุงตับ ไต เส้นเอ็น และกระดูก อีกทั้งยังช่วยบำรุงฟื้นฟูอวัยวะที่บกพร่องได้ด้วย