กรดไหลย้อน1
กรดไหลย้อน1

    อาการกรดไหลย้อน เนื่องจากยุคปัจจุบันนี้มนุษย์เราใช้ชีวิตในภาวะเร่งด่วน การทานอาหารก็ต้องเร่งรีบ มีปัจจัยความเครียด การนอนดึก การทานอาหารยามดึก หรือทานอาหารมากเกินไป ย่อมส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารและกระเพาะอาหารเกิดความผิดปกติ จนเป็นผลให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนได้ กลไกการเกิดโรคกรดไหลย้อนคือ การที่น้ำย่อยที่อยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นออกมาทางลำคอ โดยปกติกระเพาะอาหารจะมีหูรูดเปิดปิด ซึ่งหูรูดนี้จะให้อาหารและน้ำที่มาจากทางลำคอ และหลอดอาหารผ่านหูรูดเข้าสู่กระเพาะอาหารได้ แต่ไม่ยอมให้สิ่งต่างๆ ที่อยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนออกจากกระเพาะอาหารขึ้นมาทางลำคอได้ แต่คนที่เป็นกรดไหลย้อน หูรูดจะทำงานผิดปกติ ทำให้สิ่งต่างๆ ที่อยู่ในกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะน้ำย่อยที่มีสภาวะเป็นกรดเกิดการไหลย้อนออกมาทางลำคอ ทำให้เกิดอาการจุกเสียดแสบร้อนบริเวณทรวงอกและลำคอ จากภาพจะเห็นได้ว่า หูรูดจะปิดทำให้น้ำย่อยไม่สามารถไหลย้อนออกไปทางหลอดอาหารได้ ส่วนคนที่เป็นกรดไหลย้อนหูรูดดังกล่าวจะไม่สามารถปิดได้สนิท จึงทำให้น้ำย่อยสามารถไหลย้อนขึ้นออกไปทางหลอดอาหารได้

สาเหตุของอาการกรดไหลย้อน

    สาเหตุของอาการกรดไหลย้อนนอกจากเกิดจากหูรูดกระเพาะอาหารผิดปกติแล้ว ยังเกิดมาจากสาเหตุอื่นๆ ดังนี้

  • การทานอาหารแล้วนอน การทานอาหารแล้วนอนจะทำให้อาหารยังไม่ย่อยและยังไม่ได้เคลื่อนผ่านกระเพาะอาหาร ดังนั้นเมื่อนอนขณะอาหารยังไม่ย่อยอาจทำให้อาหารที่ทานผลักดันหูรูดจนทำให้อาหารไหลออกมาทางหูรูดนี้ได้ โดยการที่ผลักจนอาหารออกมาจากข้างในบ่อยเข้าจะทำให้หูรูดนี้ผิดปกติได้

   
  • การสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารนิโคตินปริมาณมาก ซึ่งสารนิโคตินจะทำให้เกิดความเป็นกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้นและทำให้หูรูดกระเพาะอาหารอ่อนแอลง หากเป็นต่อเนื่องระยะยาวจะทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนได้

 
  • การดื่มสุรา ในสุรามีแอลกอฮอล์จำนวนมาก ซึ่งจะทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น และทำให้หูรูดผิดปกติได้ง่ายขึ้นจนเป็นผลให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้
  • การทานอาหาร มัน ทอด หรือมีรสจัด ซึ่งอาหารดังกล่าวนอกจากทำให้กรดในกระเพาะอาหารเกิดขึ้นมากกว่าปกติ และอาหารดังกล่าวจัดเป็นอาหารย่อยยาก ในระยะยาวอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้

บุหรี่2  แอลกอฮอล์สุรา4  อาหารไขมันสูงกิน1

สาเหตุของอาการกรดไหลย้อนในทรรศนะแพทย์แผนจีน

    เกิดจากการที่ชี่หรือพลังงานของกระเพาะอาหารเสียสมดุล โดยปกติแล้วทิศทางการไหลเวียนพลังชี่ของอวัยวะภายในร่างกายมีทั้งขึ้น-ลง เข้า-ออก จะต้องสมดุลกันร่างกายจึงทำงานได้ปกติ เช่น ม้ามและกระเพาะอาหาร ต่างเป็นอวัยวะสำคัญในระบบย่อยอาหาร แต่ทิศทางการไหลเวียนของพลังชี่กลับตรงข้ามกัน กล่าวคือพลังชี่ของม้ามจะต้องไหลเวียนขึ้นสู่ด้านบน เพื่อลำเลียงสารอาหารที่ย่อยแล้วขึ้นไปที่ปอดและหัวใจ ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีตำแหน่งอยู่เหนือกว่าม้ามเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย ส่วนพลังชี่ของกระเพาะอาหารจะต้องไหลเวียนลงสู่ด้านล่าง ช่วยผลักดันอาหารจากกระเพาะอาหารลงสู่ลำไส้เล็กเพื่อย่อยและดูดซึม หลังจากนั้นจึงขับกากอาหารลงสู่ลำไส้ใหญ่เพื่อขับถ่ายออกจากร่างกาย กระเพาะอาหารจะได้มีที่ว่างรองรับอาหารใหม่ ฉะนั้นหากพลังชี่ของกระเพาะอาหารไหลเวียนลงสู่ด้านล่างไม่ดีเท่าที่ควรก็จะทำให้การบีบตัวของกระเพาะอาหารลดลง ส่งผลให้อาหารคั่งค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานเกินไป ทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อคล้ายอาหารไม่ย่อย ปวดท้อง เบื่ออาหารและท้องผูก หากปล่อยไว้เรื้อรังพลังชี่ของกระเพาะอาหารก็จะไหลเวียนย้อนขึ้นสู่ด้านบน ทำให้การบีบตัวของหลอดอาหารและกระเพาะอาหารผิดปกติ พร้อมทั้งเพิ่มแรงดันในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้หูรูดหลอดอาหารหย่อนตัวและเปิดออกบ่อยขึ้นจนเกิดภาวะกรดไหลย้อน

อาการโรคกรดไหลย้อน

  • อาการเจ็บหน้าอก จุกแสบร้อนบริเวณกลางอก
 
  • เรอบ่อย มีอาการคลื่นไส้ 
   
  • ท้องอืดแน่น อาหารไม่ค่อยย่อย
   
  • มีอาการขมปาก หรือเหมือนมีรสเปรี้ยวในปาก
   
  • มีอาการแสบในลำคอ รู้สึกเหมือนมีก้อนในลำคอ

การจำแนกกลุ่มการรักษาทางการแพทย์แผนจีน

เกิดจากไฟตับลุกโชน

  • อาการทางคลินิก : มีภาวะกรดไหลย้อน อาเจียนเป็นน้ำกรดในกระเพาะอาหาร มีอาการแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ กระวนกระวาย ปากแห้ง ขมในปาก มีกลิ่นปาก
    
  • ลักษณะลิ้น : ปลายลิ้นแดง มีฝ้าเหลือง-บาง
    

เกิดจากเย็นพร่องของม้ามและกระเพาะอาหาร

  • อาการทางคลินิก : มีภาวะกรดไหลย้อน อาเจียนเป็นน้ำกรดในกระเพาะอาหาร รู้สึกอืดแน่นบริเวณลิ้นปี่ อาจมีอาการเรอ อาเจียน
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด มีฝ้าขาว 
    

เกิดจากความร้อนชื้นอุดกั้น

  • อาการทางคลินิก : มีอาการแสบร้อน แน่นหน้าอก เรอเปรี้ยว มีกลิ่นปาก
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นมีลักษณะเหนียว

เกิดจากชี่และเลือดไหลเวียนติดขัด

  • อาการทางคลินิก : รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น เหนื่อยง่าย
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นมีสีม่วงคล้ำ

ดูแลกระเพาะอาหาร

การบำบัดรักษาอาการกรดไหลย้อนทางแพทย์แผนจีน

สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการกรดไหลย้อน ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้

ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% 

ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี ตามแต่ละกลุ่มอาการและสาเหตุ เช่น

  • อาการกรดไหลย้อนที่เกิดจากไฟตับลุกโชน ให้ยาที่มีสรรพคุณระบายตับ ลดไฟที่ลุกโชน รักษาอาการกรดไหลย้อน 

  • อาการกรดไหลย้อนที่เกิดจากการเย็นพร่องของม้ามและกระเพาะอาหาร ให้ยาที่มีสรรพคุณบำรุงม้ามกระเพาะอาหาร เพิ่มความอบอุ่น ช่วยย่อยอาหาร รักษาอาการกรดไหลย้อน

การฝังเข็มตามแต่ละกลุ่มอาการเพื่อปรับสมดุลร่างกายตามกลุ่มอาการ

  • อาการกรดไหลย้อนที่เกิดจากความร้อนชื้นอุดกั้น ทำการฝังเข็มที่มีสรรพคุณระบายความร้อน สลายความชื้น ขจัดการอุดกั้น รักษาอาการกรดไหลย้อน
    
  • อาการกรดไหลย้อนที่เกิดจากชี่และเลือดไหลเวียนติดขัด ทำการฝังเข็มที่มีสรรพคุณเพิ่มการหมุนเวียนของชี่และการไหลเวียนของเลือด รักษาอาการกรดไหลย้อน

สมุนไพรบรรเทาอาการกรดไหลย้อน

  • กระเจี๊ยบเขียว เนื่องจากใยและเมือกที่อยู่ในกระเจี๊ยบเขียวช่วยยับยั้งแผลและอาการอักเสบในกระเพาะอาหาร อีกทั้งยังช่วยยับยั้งแบคทีเรียในกระเพาะอาหารจึงทำให้การอักเสบในกระเพาะอาหารลดลง
  • กะเพรา สารที่อยู่ในใบกะเพรามีสรรพคุณช่วยขับลมลดกรด ลดแก๊สในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นสรรพคุณที่ช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อนและช่วยทำให้สบายท้อง
  • ขมิ้นชัน ช่วยลดอาการท้องอืด ขับลม ช่วยย่อยอาหารจึงทำให้กรดที่อยู่ในกระเพาะอาหารลดลง อีกทั้งทำให้อาหารไม่ตกค้างในกระเพาะอาหารซึ่งจะทำให้อาการกรดไหลย้อนบรรเทาลง

กระเจี๊ยบเขียว1  กะเพรา2  ขมิ้น2

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • ทานอาหารตรงตามเวลา ไม่ทานอิ่มเกินหรือทานอาหารดึกเกินไปและหลังรับประทานอาหารไม่ควรนอนทันที
   
  • สร้างอารมณ์ให้เบิกบาน แจ่มใส ไม่เครียด
   
  • งดอาหารมัน ทอด ปิ้ง ย่าง เผ็ด
 
  • งดบุหรี่ แอลกอฮอล์ กาแฟและน้ำอัดลม
 
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
 
  • จิบน้ำอุ่นเรื่อยๆ วันละ 2 - 3 ลิตร

    อาการกรดไหลย้อนจัดเป็นโรคที่สร้างความลำบากและทรมานให้กับผู้ป่วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาการกรดไหลย้อนจะสร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้ป่วยเมื่อยามโรคกำเริบ อีกทั้งยังทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะต้องคอยระมัดระวังอาการของโรค ยิ่งถ้าอาการของโรคเกิดกำเริบจะทำให้ร่างกายเจ็บปวดจนทำงานไม่ได้

อาหารผู้เป็นเป็นกรดไหลย้อนควรรับประทาน

  • กะหล่ำปลี - ซ่อมแซมเยื่อบุกระเพาะ ป้องกันมะเร็งลำไส้ 
  • กวางตุ้งฮ่องเต้ - ช่วยให้แผลในกระเพาะอาหารหายเร็วขึ้น
  • หัวไชเท้า - ช่วยย่อย และลดแก๊สในกระเพาะ 
  • ว่านหางจระเข้ - เคลือบกระเพาะ และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
  • มะม่วง - บรรเทาและช่วยรักษาแผลในกระเพาะ
  • แอปเปิ้ล - ช่วยย่อย บำรุงกระเพาะอาหาร ลดอาการลำไส้อักเสบ ช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น
  • ลูกเดือย - ช่วยบำรุงม้าม กระเพาะ ไต ขับน้ำ ลดบวม ป้องกันมะเร็งลำไส้
  • ขิง - ลดอาการจุก เสียด แน่นท้อง ท้องอืด ลมเยอะ และลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • ขมิ้นชัน - ช่วยย่อย แก้อาการท้องอืด แน่นท้อง ลมเยอะ ช่วยต้านการอักเสบของกระเพาะอาหาร และลดกรดไหลย้อน 

กดจุดลดอาการกรดไหลย้อน

จุดจงหว่าน (中脘穴)

  • ตำแหน่ง => อยู่ที่กึ่งกลางท้องเหนือสะดือ 4 ชุ่น
  • รักษาอาการ => ปรับสมดุลชี่ส่วนกลางร่างกาย รักษาอาการปวดกระเพาะอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เรอเปรี้ยว กรดไหลย้อน ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร สะอึก เรอบ่อย ลำไส้อักเสบ ดีซ่าน นอนไม่หลับ ซึมเศร้า หวาดระแวง หอบหืด เสมหะมาก อาเจียนเป็นเลือด
  • วิธีนวดกดจุด => ใช้นิ้วมือกดที่จุดจงหว่าน หมุนวนช้าๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดจู๋ซานหลี่ (足三里)

  • ตำแหน่ง => จุดจู๋ซานหลี่อยู่ใต้จุดตู๋ปี๋ 3 ชุ่นหรือใช้ 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป และห่างจากกระดูกหน้าแข้งด้านนอก 1 นิ้วมือ
  • รักษาอาการ => บำรุงสุขภาพ บำรุงม้ามกระเพาะ กรดไหลย้อน เสริมภูมิคุ้มกัน ปวดเข่า ปวดขาและเท้า อ่อนเพลียไม่มีแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพาตใบหน้า หูอื้อ หวัด ไอ หอบหืด เสมหะมาก วัณโรคปอด ท้องอืดแน่น อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ใจสั่น แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะติดขัด ตกขาว ไส้เลื่อน 
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดซานอินเจียว (三阴交) 


  • ตำแหน่ง => อยู่ด้านในของขา เหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมา 3 ชุ่น หรือใช้นิ้วทั้ง 4 นิ้ว ( ชี้ กลาง นาง ก้อย ) ทาบลงไป จุดจะอยู่หลังกระดูกหน้าแข้ง 
  • รักษาอาการ => จุดนี้ช่วยบำรุงดูแลทั้ง 3 อวัยวะ ได้แก่ ตับ ม้าม ไต บรรเทาอาการนอนไม่หลับ อีกทั้งยังสามารถรักษาอาการปวดต้นขาด้านใน อัมพาตครึ่งซีก คออักเสบ ลิ้นแข็ง เลือดกำเดาไหล ไอ เจ็บลิ้นปี่ อาเจียน สะอึก อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ปวดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ 
  • วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่นๆ