อาการไอ

อาการไอ
อาการไอ อาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยก่อโรคจากภายนอกร่างกายหรือเกิดจากสาเหตุภายในร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจหรือการติดเชื้อเฉียบพลันที่หลอดลม หรือมีอาการปอดอักเสบ ปอดบวม ถุงลมโป่งพอง หลอดลมอักเสบเรื้อรัง เยื่อหุ้มปอดอักเสบ วัณโรคปอด หรือหลอดลมขยายตัวผิดปกติ เป็นต้น ซึ่งอาการไอในทรรศนะทางการแพทย์แผนจีนมักมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกมากระทำต่อปอด เช่น ความเย็น ความร้อน ลม ความชื้น ความแห้ง ส่วนสาเหตุจากภายใน อาจเกิดจากการบาดเจ็บของอวัยวะภายใน มีเสียชี่ไปปิดกั้นปอดหรือทำให้การทำงานควบคุมชี่ของปอดผิดปกติไป ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุที่มาจากภายนอกหรือภายในก็ส่งผลให้ชี่ปอดไม่แผ่กระจายหรือชี่ปอดไหลย้อนขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการไอ
สาเหตุและกลไกการเกิดโรค
- การรุกรานจากปัจจัยก่อโรคภายนอก ปอดควบคุมการไหลเวียนของชี่ และเป็นเสมือนหลังคาป้องกันอวัยวะตันทั้งห้า (ตับ ไต หัวใจ ม้าม ปอด) ส่วนบนของปอดเชื่อมติดกับหลอดลม ช่องคอ และเปิดทวารที่จมูก ทำหน้าที่ในการหายใจ เมื่อปอดถูกกระทบจากปัจจัยก่อโรคภายนอก ชี่ของปอดถูกปิดกั้นไหลเวียนลงล่างไม่ได้จึงทำให้การกระจายชี่ของปอดผิดปกติเป็นผลให้ชี่ปอดไหลย้อนขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการไอ
- การเปลี่ยนแปลงของอากาศในแต่ละฤดูกาล ก่อให้เกิดปัจจัยภายนอกที่เป็นสาเหตุของอาการไอ ได้แก่ ลมเย็น ลมร้อน และลมแห้ง
- ผลกระทบจากปัจจัยภายในร่างกาย
- เกิดจากการรับประทานอาหารหรือการตรากตรำทำงานหนัก สามารถทำให้กระทบกระเทือนถึงม้ามได้ โดยทำให้การลำเลียงสารอาหารของม้ามผิดปกติ ส่งผลให้เกิดความชื้นสะสมก่อตัวเป็นเสมหะไปคุกคามปอด หรือเสมหะทำให้ชี่ปอดไหลย้อนขึ้นทำให้เกิดอาการไอ
- เกิดจากความผิดปกติของอารมณ์ทั้ง7 (โกรธ ดีใจ เศร้าโศก วิตกกังวล ครุ่นคิด หวาดกลัว ตกใจ) ถ้ามากเกินไปจะทำให้เกิดไฟในตับ ซึ่งความร้อนและไฟในตับจะเผาผลาญของเหลวทำให้เกิดเสมหะ ซึ่งเสมหะและไฟนี้จะไปคุกคามปอดทำให้เกิดอาการไอ
- อาการเจ็บป่วยเรื้อรังหรือตรากตรำทำงานมากเกินไป หรือร่างกายมีความอ่อนแอผิดปกติทำให้ปอดหรือไตพร่อง ถ้าอินของปอดหรือไตพร่องจะทำให้เกิดไฟเผาผลาญของเหลวกลายเป็นเสมหะ ทั้ง 2 สาเหตุนี้จะทำให้เสียชี่ที่เป็นเสมหะไปคุกคามปอดทำให้ชี่ปอดไหลย้อนขึ้นทำให้เกิดอาการไอ ถ้าทั้งปอดและไตพร่องทั้งคู่จะทำให้การควบคุมชี่ของปอดเสียไป ทำให้ชี่ไหลย้อนขึ้นเกิดอาการไอ

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอาการไอ
- ปัจจัยก่อโรคภายนอกทั้ง 6 ได้แก่ ลม ความเย็น ความร้อนอบอ้าว ความชื้น ความแห้ง และไฟ
- อาหารหรือการตรากตรำทำงานหนัก
- ความผิดปกติของอารมณ์
- การเจ็บป่วยเรื้อรัง
- ร่างกายพร่อง อ่อนแอ
ปัจจัยทั้ง 5 เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการไอ ทำให้ชี่ปอดไม่แผ่กระจาย ชี่ปอดไหลย้อนขึ้น เป็นพื้นฐานการก่อโรค
การจำแนกกลุ่มการรักษาทางการแพทย์แผนจีน
- ลมเย็นจู่โจมปอด (风寒袭肺)
- อาการทางคลินิก : ไอเสียงหนัก คันคอ เสมหะขาวใส กลัวหนาว ปวดศีรษะ คัดจมูก น้ำมูกใส ปวดเมื่อยตัว ตัวร้อน ไม่มีเหงื่อ
- ลักษณะลิ้น : ฝ้าขาวบาง
- ลักษณะชีพจร : ลอยแน่น
- หลักการรักษา : กระจายลม สลายความเย็น กระจายชี่ปอด ระงับอาการไอ
- ลมร้อนจู่โจมปอด (风热袭肺)
- อาการทางคลินิก : ไอเสียงหายใจหยาบใหญ่ เสมหะข้นสีเหลือง กระหายน้ำ เจ็บคอ มีไข้สูง กลัวลม เหงื่อออก
- ลักษณะลิ้น : ฝ้าเหลืองบาง
- ลักษณะชีพจร : ลอยเร็ว
- หลักการรักษา : สลายลม ขจัดความร้อน กระจายชี่ปอด ขจัดเสมหะ แก้ไอ
- ลมแห้งจู่โจมปอด (风燥伤肺)
- อาการทางคลินิก : ไอแห้ง เสมหะน้อย คอแห้ง เจ็บคอ ริมฝีปากแห้ง ลิ้นแห้ง ตัวร้อน กลัวเย็น
- ลักษณะลิ้น : ฝ้าบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรนุ่มลื่น
- หลักการรักษา : กระจายลม ขจัดความร้อนในปอด เพิ่มความชุ่มชื้นให้ปอด แก้ไอ
- มีเสมหะและความชื้นสะสมในปอด (痰湿蕴肺)
- อาการทางคลินิก : ไอเสียงหนัก เสมหะสีขาวเหนียว ปริมาณมาก มีอาการหายใจไม่อิ่ม อึดอัดแน่นหน้าอก เบื่ออาหาร ถ่ายเหลว เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ไม่มีแรง
- ลักษณะลิ้น : ฝ้าขาวเหนียว
- ลักษณะชีพจร : นุ่มลื่น
- หลักการรักษา : เสริมบำรุงม้าม ขจัดเสมหะความชื้น แก้ไอ
- เสมหะร้อนสะสมในปอด (痰热郁肺)
- อาการทางคลินิก : ไอเสียงหยาบใหญ่ มีปริมาณเสมหะมาก เสมหะสีเหลืองข้น ตัวร้อน หน้าแดง คอแห้ง
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว
- ลักษณะชีพจร : ลื่นเร็ว
- หลักการรักษา : ขจัดความร้อน ขับเสมหะ ปรับให้ชี่ปอดกระจาย แก้ไอ
- ไฟตับเผาผลาญปอด (肝火犯肺)
- อาการทางคลินิก : ไอ หายใจถี่ หน้าแดง คอแห้ง ปากขม ไอจนปวดทรวงอกและชายโครงสีข้าง หงุดหงิดโมโหง่าย ปวดเสียดชายโครง อาการไอหนักขึ้นเมื่อถูกทำให้โกรธหรือมีเรื่องเครียด
- ลักษณะลิ้น : ฝ้าบางเหลือง
- ลักษณะชีพจร : ตึงเร็ว
- หลักการรักษา : ขจัดความร้อน ระบายไฟในตับ ขับเสมหะ แก้ไอ
- อินปอดไม่พอ (肺阴亏耗)
- อาการทางคลินิก : ไอสั้นกระชั้น มักไอแห้ง เสมหะน้อยและเหนียว เสมหะอาจมีเลือดฝอยปะปนออกมา เหงื่อออกขณะนอนหลับ ร้อนเป็นเวลา อุ้งมืออุ้งเท้าและทรวงอกร้อน รูปร่างผอมไม่มีแรง
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าน้อย
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดเร็ว
- หลักการรักษา : เพิ่มอิน เพิ่มความชุ่มชื้น ขับเสมหะ แก้ไอ

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน
สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการไอ ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้
- ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
- กลุ่มอาการลมร้อนจู่โจมปอด ให้ยาที่มีสรรพคุณสลายลม ขจัดความร้อน กระจายชี่ปอด ขจัดเสมหะ รักษาอาการไอ
- กลุ่มอาการมีเสมหะและความชื้นสะสมในปอด ให้ยาที่มีสรรพคุณเสริมบำรุงม้าม ขจัดเสมหะความชื้น รักษาอาการไอ
- การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
- ไฟตับเผาผลาญปอด ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณขจัดความร้อน ระบายไฟในตับ ขับเสมหะ รักษาอาการไอ
- เสมหะร้อนสะสมในปอด ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณขจัดความร้อน ขับเสมหะ ปรับให้ชี่ปอดกระจาย รักษาอาการไอ

สมุนไพรแก้ไอ
- มะนาว มีสารสำคัญคือ citric acid มีฤทธิ์ลดไข้ ระงับความกระหาย และมีวิตามินซีที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ซึ่งการใช้มะนาวสำหรับแก้ไออาจใช้โดยการฝานเป็นชิ้นบางๆอมทิ้งไว้สักครู่แล้วกลืน หรืออาจใช้มะนาวผสมน้ำผึ้งจิบไปเรื่อยๆก็ได้
- มะขามป้อม เป็นผลไม้ที่ทำให้ชุ่มคอและมีวิตามินซีสูง สามารถช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการไอ วิธีใช้นำผลสดคั้นเอาน้ำดื่มหรือจิบเพื่อบรรเทาอาการระคายคอ
- ขิง มีสรรพคุณสร้างความอบอุ่น บรรเทาอาการไอ ให้นำขิงสด 60 กรัม ต้มกับน้ำ 3 แก้วจนขิงออกรสอาจใส่น้ำตาลเพื่อเพิ่มรสชาติ นำน้ำขิงที่ได้มาจิบหรือดื่มหรือนำขิงไปประกอบอาหาร เช่น เห็ดหูหนูผัดขิง มันต้มขิง เป็นต้น สำหรับผู้ที่มีไข้สูงหรือความร้อนสูงให้จิบแต่น้อย
- มะแว้ง มีสรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ แก้น้ำลายเหนียว ทำให้ชุ่มคอ ให้นำมะแว้ง 4 - 10 ผล โขลกพอแหลกคั้นเอาน้ำใส่เกลือลงไปเล็กน้อยจิบบ่อยๆเพื่อให้ชุ่มคอ




การกดจุดแก้ไอ
- จุดเส้าซาง จุดนี้อยู่บริเวณโคนเล็บนิ้วโป้งฝั่งด้านนอกของทั้ง 2 มือ ใช้การนวดกดจุดบ่อย ๆ หรือใช้เข็มเย็บผ้าปลายแหลมทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์แทงไปยังบริเวณจุดเซ่าซางปล่อยเลือดออกมา 2 - 3 หยด จะช่วยลดอาการไอ
- จุดฉื่อเจ๋อ จุดนี้อยู่ตรงรอยพับข้อศอกแขนด้านนอก จุดนี้อยู่ตรงข้อพับฝั่งนิ้วโป้ง ให้นวดบ่อย ๆ จะทำให้อาการไอลดลง เพราะจุดนี้เป็นจุดของเส้นลมปราณปอด ทำให้เกิดการหมุนเวียน เป็นผลให้อาการไอลดลง
- จุดเฟ่ยซู จุดนี้อยู่บริเวณกระดูกไขสันหลังข้อที่ 3 (ตามรูป) ให้ทำการกดจุดเฟ่ยซู และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งจุดเฟ่ยซูเป็นจุดฝังเข็มของอวัยวะปอด การกดจุดนี้จะช่วยให้อาการไอลดลง
คำแนะนำของแพทย์แผนจีน
- ทานน้ำอุ่นให้มาก
- งดอาหาร มัน ทอด ปิ้ง ย่าง งดของเย็นทุกชนิด
- งดอาหารหวาน อาหารรสจัด อาหารเผ็ด และของเค็มทุกชนิด
- พักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนก่อน 22.00 น.
- เมื่อมีอาการไอควรงดทานส้มและแตงโม เพราะจะทำให้เกิดอาการคันคอ และทำให้เกิดอาการไอมากขึ้น

นวดกดจุดลดอาการไอ
จุดเหอกู่ 合谷穴
- ตำแหน่ง => อยู่บริเวณง่ามนิ้วโป้งและนิ้วชี้ทั้งสองข้าง ให้กางนิ้วโป้งออก ใช้ขอบของข้อบนสุดของนิ้วโป้งอีกข้างวางทาบบนง่ามระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ตรงปลายนิ้วโป้งจะตรงกับ
- จุดนี้พอดีรักษาอาการ => แก้ไอ เป็นไข้ หนาวๆ ร้อนๆ ปวดศีรษะ ไมเกรน ตาบวม ตาแดง หูอื้อ หูตึง เลือดกำเดาไหล หน้าเบี้ยวปากเบี้ยว ประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนมาน้อย ปวดมือ ปวดแขน ปวดนิ้ว นิ้วล็อก และเนื่องจากจุดนี้เป็นจุดที่อยู่บนเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ จึงสามารถปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ รักษาอาการท้องผูกหรือท้องเสียได้
- วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึง 1-2 นาที วันละ 2-3 ครั้ง ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตื้อๆ ตึงๆ (คนท้องห้ามกดหรือฝังเข็มที่จุดนี้)
หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ