อาเจียน

อาเจียน

อาการอาเจียน

    อาการอาเจียน ในทรรศนะทางการแพทย์แผนจีน หมายถึงภาวะที่ชี่ของกระเพาะอาหารขาดความสมดุล ซึ่งปกติชี่ของกระเพาะอาหารจะมีทิศทางลงล่าง แต่ภาวะนี้ชี่กลับมีทิศทางย้อนขึ้น ทำให้มีการผลักดันอาหารในกระเพาะอาหารทำให้อาเจียนออกมา

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค

  • ได้รับปัจจัยเสี่ยงจากภายนอก เช่น ความเย็น เชื้อโรค สารเคมี เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วทำให้ชี่ของกระเพาะอาหารมีทิศทางไหลย้อนกลับขึ้นข้างบนก่อให้เกิดอาการอาเจียน ซึ่งความเย็นถือว่าเป็นปัจจัยภายนอกอันดับต้นๆที่ก่อให้เกิดอาการอาเจียน
  • พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหารมากเกินไป เร็วเกินไป รับประทานอาหารที่เย็นเกินไป เผ็ดมากเกินไป หรือแม้แต่อาหารที่ปนเปื้อนสิ่งสกปรก ซึ่งสาเหตุเหล่านี้จะก่อให้เกิดการไหลย้อนขึ้นข้างบนของชี่กระเพาะอาหารแล้วก่อให้เกิดการอาเจียน
  • อารมณ์ เช่น อารมณ์โกรธก่อให้เกิดตับแกร่งแล้วส่งผลต่อกระเพาะอาหาร หรืออารมณ์ครุ่นคิดวิตกกังวลจะส่งผลต่อม้ามก่อให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของม้าม เมื่อม้ามผิดปกติก็จะส่งผลต่อการทำงานของกระเพาะอาหาร ทำให้ชี่ของกระเพาะอาหารมีทิศทางไหลย้อนกลับขึ้นข้างบนก่อให้เกิดอาการอาเจียน
  • ปัจจัยทางร่างกายของผู้ป่วยเอง เช่น การเจ็บป่วย ร่างกายอ่อนแอ ชี่ของม้ามและกระเพาะอาหารไม่ฟื้นตัวทำให้ระบบการย่อยอาหารไม่แข็งแรง เมื่อมีการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมจะเกิดอาหารตกค้าง ทำให้ชี่ของกระเพาะอาหารมีทิศทางไหลย้อนกลับขึ้นข้างบนก่อให้เกิดอาการอาเจียน

%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%991    โกรธ1    ไวรัส1

การจำแนกกลุ่มเพื่อรักษา

  • กลุ่มอาการปัจจัยภายนอกมากระทบกระเพาะอาหาร
    เป็นกลุ่มอาการที่พบได้มากที่สุด ปกติคนที่เป็นหวัดจะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ แต่มีหวัดชนิดหนึ่งมีผลกระทบต่อทางเดินอาหารเรียกว่าหวัดลงกระเพาะ
  • อาการทางคลินิก : อาเจียนอย่างฉับพลัน รู้สึกแน่นทรวงอกและกระเพาะอาหาร มีอาการตัวร้อน กลัวหนาว ปวดทั้งตัว 
  • ลักษณะลิ้น : ฝ้าขาวเหนียว 
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรนุ่มอ่อนโยน
  • หลักการรักษา : กระจายปัจจัยภายนอกที่มากระทบกระเพาะอาหาร ปรับสมดุลกระเพาะอาหาร ขจัดเสมหะความชื้น รักษาอาการอาเจียน
  • กลุ่มอาการอาหารตกค้างไม่ย่อย
    • อาการทางคลินิก : อาเจียนเป็นอาหารบูดเน่า อาหารตกค้าง มีอาการแน่นท้อง เรอ รับประทานอาหารไม่ลง อุจจาระค่อนข้างเหลว หรืออุจจาระเป็นกากอาหารที่ไม่ย่อยออกมา
    • ลักษณะลิ้น : ฝ้าขาวเหนียว
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นมีแรง
    • หลักการรักษา : ช่วยย่อยอาหาร ขจัดการตกค้างของอาหารที่ไม่ย่อย ปรับสมดุลกระเพาะอาหาร ปรับชี่ของกระเพาะอาหารให้ไหลลงล่าง รักษาอาการอาเจียน
  • กลุ่มอาการมีเสมหะและสารน้ำอุดกั้น
    • อาการทางคลินิก : อาเจียนเป็นน้ำใส เป็นเสมหะน้ำลาย มีอาการแน่นท้อง ไม่อยากรับประทานอาหาร มีอาการวิงเวียนศีรษะ ร่วมกับมีอาการใจสั่น
    • ลักษณะลิ้น : ฝ้าขาวเหนียว 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่น
    • หลักการรักษา : อบอุ่นม้ามกระเพาะอาหาร ขจัดเสมหะและสารน้ำที่อุดกั้น ปรับสมดุลกระเพาะอาหาร ปรับชี่ของกระเพาะอาหารให้ไหลลงล่าง รักษาอาการอาเจียน
  • กลุ่มอาการชี่ตับแกร่งข่มกระเพาะอาหาร
    เป็นกลุ่มอาการนี้มักพบในผู้ป่วยที่มีอาการกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังมานาน เป็นแผลในกระเพาะอาหารหรือเป็นกรดไหลย้อน
    • อาการทางคลินิก : อาเจียนและเรอเปรี้ยว เรอบ่อย ร่วมกับมีอาการอึดอัดทรวงอก ชายโครงสีข้าง 
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าบางเหนียว 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง
    • หลักการรักษา : ระบายตับ ปรับการไหลเวียนของชี่ ปรับสมดุลกระเพาะอาหาร ปรับชี่ของกระเพาะอาหารให้ไหลลงล่าง รักษาอาการอาเจียน
  • กลุ่มอาการชี่ของม้ามและกระเพาะอาหารอ่อนแอ
    • อาการทางคลินิก : มีอาการคลื่นไส้อาเจียน มีอาการม้ามพร่อง คือรู้สึกไม่อยากรับประทานอาหารหรือมีอาการย่อยยาก มีอาการท้องอืดแน่นท้อง ถ่ายไม่คล่อง อ่อนเพลียไม่มีแรง  
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าขาวลื่น
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงไม่มีแรง
    • หลักการรักษา : บำรุงม้าม บำรุงชี่ ปรับสมดุลกระเพาะอาหาร ปรับชี่ของกระเพาะอาหารให้ไหลลงล่าง รักษาอาการอาเจียน
  • กลุ่มอาการหยางของม้ามและกระเพาะอาหารพร่อง 
    • อาการทางคลินิก : รับประทานอาหารมากไม่ได้เพราะจะเกิดอาการอาเจียนได้ง่าย เดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหาย สีหน้าขาวซีด ไม่มีแรง กลัวหนาว ชอบความอบอุ่น มือเท้าเย็น ปากแห้งแต่ไม่อยากดื่มน้ำ ถ่ายเหลว  
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรนุ่มอ่อนแรง
    • หลักการรักษา : อบอุ่นม้ามกระเพาะอาหาร บำรุงม้าม ปรับสมดุลกระเพาะอาหาร ปรับชี่ของกระเพาะอาหารให้ไหลลงล่าง รักษาอาการอาเจียน
  • กลุ่มอาการอินของกระเพาะอาหารพร่อง
    • อาการทางคลินิก : มีอาการเดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหาย กำเริบบ่อย หรืออาเจียนเป็นลมเปล่า มีความรู้สึกหิวแต่ไม่อยากทานอาหาร  
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าน้อย ไม่ชุ่มชื้น
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็กเร็ว
    • หลักการรักษา : เสริมบำรุงอินของกระเพาะอาหาร ปรับชี่ของกระเพาะอาหารให้ไหลลงล่าง รักษาอาการอาเจียน

ตรวจจับชีพจร

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการอาเจียนด้วยวิธีการดังนี้

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • กลุ่มอาการปัจจัยภายนอกมากระทบกระเพาะอาหาร ให้ยาที่มีสรรพคุณกระจายปัจจัยภายนอกที่มากระทบกระเพาะอาหาร ปรับสมดุลกระเพาะอาหาร ขจัดเสมหะความชื้น รักษาอาการอาเจียน
    • กลุ่มอาการอาหารตกค้างไม่ย่อย ให้ยาที่มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร ขจัดการตกค้างของอาหารที่ไม่ย่อย ปรับสมดุลกระเพาะอาหาร ปรับชี่ของกระเพาะอาหารให้ไหลลงล่าง รักษาอาการอาเจียน
  • การฝังเข็มปรับสมดุล ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น 
    • กลุ่มอาการชี่ตับแกร่งข่มกระเพาะอาหาร ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณระบายตับ ปรับการไหลเวียนของชี่ ปรับสมดุลกระเพาะอาหาร ปรับชี่ของกระเพาะอาหารให้ไหลลงล่าง รักษาอาการอาเจียน
    • กลุ่มอาการชี่ของม้ามและกระเพาะอ่อนแอ ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณบำรุงม้าม บำรุงชี่ ปรับสมดุลกระเพาะอาหาร ปรับชี่ของกระเพาะอาหารให้ไหลลงล่าง รักษาอาการอาเจียน

ยาสมุนไพรแคปซูล7    เข็มฝังเข็ม4

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยอาเจียน

  • รับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไม่ควรรับประทานให้อิ่มจนเกินไป
  • งดอาหารประเภทของมัน ทอด ปิ้ง ย่าง อาหารรสจัด (เผ็ดจัด หวานจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด)
  • งดอาหารที่มีฤทธิ์เย็น เช่น ผักสด ผักสลัด แตงกวา หัวไชเท้า ผักกาดขาว ผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น แตงโม สาลี่ แคนตาลูป เมล่อน น้ำเย็น น้ำแข็ง ไอศกรีม เป็นต้น
  • รับประทานอาหารมีฤทธิ์อุ่นร้อน เช่น น้ำขิง หรืออาหารที่มีขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ขมิ้น เป็นต้น
  • พยายามผ่อนคลายความเครียด ทำจิตใจให้แจ่มใสและพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ควรดื่มน้ำวันละ 2-3 ลิตร โดยใช้การจิบทั้งวัน และควรดื่มเป็นน้ำอุ่น
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนก่อน 22.00 น.

กดจุดลดอาการอาเจียน

จุดจงหว่าน (中脘穴)

  • ตำแหน่ง => อยู่ที่กึ่งกลางท้องเหนือสะดือ 4 ชุ่น
  • รักษาอาการ => ปรับสมดุลชี่ส่วนกลางร่างกาย รักษาอาการปวดกระเพาะอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เรอเปรี้ยว กรดไหลย้อน ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร สะอึก เรอบ่อย ลำไส้อักเสบ ดีซ่าน นอนไม่หลับ ซึมเศร้า หวาดระแวง หอบหืด เสมหะมาก อาเจียนเป็นเลือด
  • วิธีนวดกดจุด => ใช้นิ้วมือกดที่จุดจงหว่าน หมุนวนช้าๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดจู๋ซานหลี่ (足三里)

  • ตำแหน่ง => จุดจู๋ซานหลี่อยู่ใต้จุดตู๋ปี๋ 3 ชุ่นหรือใช้ 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป และห่างจากกระดูกหน้าแข้งด้านนอก 1 นิ้วมือ
  • รักษาอาการ => บำรุงสุขภาพ บำรุงม้ามกระเพาะ กรดไหลย้อน เสริมภูมิคุ้มกัน ปวดเข่า ปวดขาและเท้า อ่อนเพลียไม่มีแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพาตใบหน้า หูอื้อ หวัด ไอ หอบหืด เสมหะมาก วัณโรคปอด ท้องอืดแน่น อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ใจสั่น แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะติดขัด ตกขาว ไส้เลื่อน 
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดซานอินเจียว (三阴交) 


  • ตำแหน่ง => อยู่ด้านในของขา เหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมา 3 ชุ่น หรือใช้นิ้วทั้ง 4 นิ้ว ( ชี้ กลาง นาง ก้อย ) ทาบลงไป จุดจะอยู่หลังกระดูกหน้าแข้ง 
  • รักษาอาการ => จุดนี้ช่วยบำรุงดูแลทั้ง 3 อวัยวะ ได้แก่ ตับ ม้าม ไต บรรเทาอาการนอนไม่หลับ อีกทั้งยังสามารถรักษาอาการปวดต้นขาด้านใน อัมพาตครึ่งซีก คออักเสบ ลิ้นแข็ง เลือดกำเดาไหล ไอ เจ็บลิ้นปี่ อาเจียน สะอึก อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ปวดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ 
  • วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็นและปัจจัยอื่นๆ