ตับแข็ง
%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%87

    โรคตับแข็ง (肝硬 Liver Cirrhosis) เป็นภาวะของโรคตับเรื้อรังขั้นสุดท้ายที่เกิดจากมีการอักเสบเรื้อรังของตับ หรือเกิดจากการที่ตับถูกทำลายจากสาเหตุต่างๆ ทำให้มีการสูญเสียเซลล์เนื้อตับรวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตับไปทำให้เกิดพังผืดในตับปริมาณมาก ทำให้เนื้อตับมีลักษณะแข็ง ตับแข็งจะส่งผลทำให้การทำงานของตับลดลง เลือดที่ไปเลี้ยงตับน้อยส่งผลต่อการสร้างสารอาหาร ฮอร์โมน การจัดการกับยาและสารพิษต่างๆทำได้ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ส่งผลให้ตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติและมีภาวะแทรกซ้อนตามมา

สาเหตุการเกิดโรคตับแข็ง

  • เกิดจากการดื่มสุราติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะแอลกอฮอล์ทำให้เกิดความผิดปกติของการใช้โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตในตับ ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบและเรื้อรังจนเป็นตับแข็ง 
  • เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ กล่าวคือมีการเป็นโรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ ชนิดบี ชนิดซี เรื้อรังเป็นเวลานาน โดยไวรัสทั้ง 3 ชนิดนี้มีผลทำให้ตับทำงานผิดปกติและมีผลทำให้ตับเกิดความเสียหาย จึงจัดเป็นสาเหตุที่ทำให้ตับเกิดอาการอักเสบเรื้อรังและกลายเป็นโรคตับแข็งได้ในที่สุด
  • เกิดจากการใช้ยาบางชนิดติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดการตกค้างของสารต่างๆจนก่อให้เกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรังได้
  • เกิดจากสารพิษหรือพยาธิบางชนิด เช่น สารหนู (arsenic) ที่อาจเกิดขึ้นในยาบางชนิด อาจก่อให้เกิดพังผืดในตับได้ รวมถึงพยาธิใบไม้ในเลือดก็กระตุ้นให้เกิดตับแข็งได้
  • เกิดจากภาวะดีซ่านเรื้อรัง โดยปกติน้ำดีจะถูกส่งขึ้นไปที่ตับและไหลลงมาสู่ลำไส้เล็กส่วนต้นตามท่อน้ำดี แต่การเป็นโรคดีซ่านจะทำให้การทำงานของระบบนี้เกิดความผิดปกติ อุดตัน เสียหาย หรือตีบตันเป็นเวลานาน น้ำดีที่ไหลย้อนกลับไปที่ตับก็จะสามารถทำลายเนื้อตับจนเป็นตับแข็งได้
  • เกิดจากภาวะหัวใจวายเรื้อรัง ทำให้เลือดไปคั่งที่ตับเป็นผลให้เลือดไหลเวียนในตับน้อยลง ทำให้เนื้อตับขาดออกซิเจนจนตายลงจนกลายเป็นภาวะตับแข็ง
  • เกิดจากภูมิต้านทานตนเองมาทำลายตับตนเองทำให้เกิดโรคตับอักเสบ ที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่หันมาทำลายตับตนเอง เมื่อนานวันเข้าจึงเกิดอาการตับอักเสบจนกลายเป็นโรคตับแข็งในที่สุด
  • เกิดจากโรคตับอักเสบจากไขมัน เกิดจากภาวะที่มีไขมันสะสมที่ตับเป็นจำนวนมากอาจจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นตับแข็งได้ นอกจากนี้อาจพบร่วมกับโรคบางชนิด เช่น เบาหวาน โรคอ้วน เป็นต้น 

แอลกอฮอล์สุรา3ไวรัส1ยาแผนปัจจุบัน1

อาการของโรคตับแข็ง

อาการของโรคตับแข็งในระยะเริ่มแรก

 จะไม่แสดงออกอย่างชัดเจนผู้ป่วยจึงไม่ค่อยรู้ตัว โดยอาการเริ่มแรกมี ดังนี้

  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ คล้ายอาหารไม่ย่อย รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักลด รู้สึกเจ็บบริเวณชายโครงขวาเล็กน้อย หรืออาจคลำเจอก้อนที่ชายโครงขวา ตัวเหลือง นัยน์ตาเหลือง เพราะตับไม่สามารถขับน้ำดีออกจากร่างกายได้
 
  • อาจมีอาการคันตามเนื้อตัว อารมณ์ทางเพศลดลง บางคนอาจสังเกตเห็นฝ่ามือแดงผิดปกติ หรือมีจุดแดงที่หน้าอกและหน้าท้อง

อาการโรคตับแข็งระยะสุดท้าย 

    เมื่อเป็นโรคตับแข็งอยู่หลายปีหรือยังคงดื่มเหล้าหนักหรือทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ อาการของโรคตับแข็งระยะสุดท้ายจะสังเกตได้จากอาการอ่อนเพลียไม่มีแรงเป็นหนึ่งในอาการของโรคตับแข็งระยะสุดท้าย ซึ่งผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะสุดท้ายส่วนใหญ่จะมีอาการผิวหนังหยาบกร้าน หน้าตาหมองคล้ำร่วมด้วย มีไข้เรื้อรัง ขาบวม ท้องบวม สังเกตเห็นหลอดเลือดบริเวณหน้าท้องพองบวม จะมีอาการอาเจียนเป็นเลือด เนื่องจากเกิดภาวะหลอดเลือดขอดที่หลอดอาหารแตก ซึ่งอาจทำให้เสียเลือดมากจนเสียชีวิตได้ในระยะสุดท้ายที่ตับวายไปแล้ว ก็จะเกิดอาการทางสมอง เช่น ซึม เพ้อ ไม่รู้สึกตัว เป็นต้น

วิธีการตรวจวินิจฉัยทางแพทย์แผนตะวันตก

  • การตรวจโดยภาพถ่ายทางการแพทย์ การตรวจอัลตราซาวด์ตับ ถุงน้ำดีและม้าม ซึ่งการตรวจอัลตราซาวด์ตับคือการประเมินระดับของโรคตับแข็ง สามารถพิจารณาร่วมกับระดับค่า AFP ( alpha-fetoprotein ) ที่สูงขึ้น และยังเป็นวิธีที่สำคัญในการตรวจพบมะเร็งตับระยะแรกอีกด้วย
 
  • การตรวจสาเหตุของโรค รวมถึงการตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและ HBVDNA หากไวรัสตับอักเสบบีแสดงผลว่าเอนติเจนเป็นบวกก็บ่งชี้ว่าเป็นผู้ที่มีพาหะไวรัสตับอักเสบบี
 
  • การตรวจสมรรถภาพของตับ เพื่อทำความเข้าใจอาการป่วยของผู้ป่วยโรคตับแข็งว่าหนักเบาแค่ไหน
 
  • การตรวจค่าบ่งชี้ตับเป็นพังผืด การเป็นพังผืดของตับเป็นขั้นตอนของโรคตับเรื้อรังที่สามารถพัฒนาไปเป็นโรคตับแข็ง การตรวจค่าบ่งชี้ตับเป็นพังผืดหากสามารถตรวจพบเร็วและบรรเทาโรคตับเป็นพังผืดได้อย่างทันท่วงที ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้พังผืดในตับพัฒนาไปเป็นโรคตับแข็งได้
 
  • การตรวจชิ้นเนื้อตับ การเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับสามารถวินิจฉัยโรคตับแข็งได้

  • การตรวจโดยการส่องกล้องช่องท้อง สามารถตรวจอวัยวะและเนื้อเยื่อในช่องท้อง เช่น ตับ ม้ามได้โดยตรง ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับผู้ป่วยที่มีความลำบากในการวินิจฉัย

ตับตรวจ1

การจำแนกประเภทของโรคตับแข็งทางการแพทย์แผนจีน

กลุ่มอาการชี่ตับติดขัดม้ามพร่อง (肝郁脾虚证)

  • อาการทางคลินิก : แน่นท้อง ช่วงเช้าจะมีอาการอืดแน่นเล็กน้อย เมื่อตกบ่ายอาการอืดแน่นจะมากขึ้น และจะมีอาการแน่นท้องมากหลังรับประทานอาหาร อ่อนเพลียไม่มีแรง อารมณ์ซึมเศร้า สีหน้าเหลืองไม่มีชีวิตชีวา รับประทานอาหารได้น้อย  
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นอ้วน ฝ้าขาวเหนียว
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงเนิบช้าไม่มีแรง
    
  • หลักการรักษา : ระบายตับปรับการไหลเวียนของชี่ ช่วยการขับเคลื่อน การย่อย การดูดซึมและการลำเลียงสารอาหารของม้าม ขับความชื้น

กลุ่มอาการเลือดคั่งที่ตับและม้าม (肝脾血瘀证)

  • อาการทางคลินิก : เมื่อคลำจะพบก้อนที่ชายโครงด้านล่างขวา มีเส้นเลือดฝอยคล้ายใยแมงมุมขึ้นบริเวณแดง มีจ้ำแดงที่บริเวณเนินฝ่ามือตรงฝั่งนิ้วโป้ง มีจุดแดงเล็กเป็นจ้ำเลือดขึ้นบริเวณแขน สีหน้าดำคล้ำ ชายโครงสีข้างทั้งสองด้านรู้สึกเจ็บแบบเข็มแทง ปวดแน่น  
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นม่วงคล้ำ หรือมีจุดเลือดคั่ง
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมตึงและฝืด
    
  • หลักการรักษา : ปรับการไหลเวียนของชี่และเลือด สลายก้อน

กลุ่มอาการที่เกิดจากความร้อนความชื้นสะสมขึ้นภายใน (湿热蕴结证)

  • อาการทางคลินิก : หน้าท้องมีขนาดใหญ่และแน่น(ภาวะท้องมาน) ท้องแน่นไม่สามารถกดได้ สะดือนูนออกมา ตัวร้อน ตัวเหลืองตาเหลือง ปากขม มีกลิ่นปาก กระหายน้ำ ท้องผูกหรืออุจจาระเหลว 
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าเหลืองเหนียว 
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นเร็ว
    
  • หลักการรักษา : ระบายความร้อน สลายความชื้น ขจัดพิษ

กลุ่มอาการเลือดคั่งอุดกั้นเส้นลมปราณ (瘀血阻络证)

  • อาการทางคลินิก : หน้าท้องมีขนาดใหญ่และแน่น(ภาวะท้องมาน) เห็นเส้นเลือดสีเขียวที่ท้องชัดเจน ท้องและชายโครงสีข้างมีอาการปวดอย่างรุนแรง สีหน้าดำคล้ำ มีจุดสีแดงขึ้นบริเวณศีรษะ คอ หน้าอก และท้อง ริมฝีปากมีสีม่วงอมน้ำตาล อุจจาระสีดำ ปัสสาวะน้อยสีเหลืองเข้ม 
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นสีแดงคล้ำหรือมีจุดเลือดคั่ง เส้นเลือดใต้ลิ้นมีลักษณะคดเคี้ยวบิดเบี้ยว ลิ้นฝ้าเหลืองบางเหนียว
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็กและฝืด
    
  • หลักการรักษา : สลายเลือดคั่ง ทำให้ชี่และเลือดไหลเวียนสะดวก ขับน้ำลดบวม

กลุ่มอาการอินตับไตพร่อง (肝肾阴虚证)

  • อาการทางคลินิก : หน้าท้องมีขนาดใหญ่และแน่น(ภาวะท้องมาน) ท้องขยายจนผิวตึง แขนขาเล็กผอม สีหน้าดำคล้ำ มีอาการตัวร้อนช่วงบ่ายๆเย็นๆ หงุดหงิดกระวนกระวายใจ ริมฝีปากแห้ง ปากแห้ง นอนไม่หลับ ฝันเยอะ เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน 
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าน้อย 
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงเล็กเร็ว
    
  • หลักการรักษา : บำรุงอินบำรุงไต ทำให้เลือดเย็นลดร้อน

กลุ่มอาการหยางของม้ามและไตพร่อง (脾肾阳虚证)

  • อาการทางคลินิก : หน้าท้องมีขนาดใหญ่และแน่น(ภาวะท้องมาน) มีน้ำสะสมอยู่ภายในเหมือนถุงน้ำ นอนหงายแล้วเหมือนท้องของกบ ขาบวม มือเท้าเย็น สีหน้าไม่มีชีวิตชีวา แน่นท้องไม่อยากอาหาร  
   
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด
    
  • ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็ก
    
  • หลักการรักษา : บำรุงม้ามและไต เพิ่มความอบอุ่น สลายความชื้น ขับน้ำลดบวม

ตับตรวจ4

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน   

ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% 

ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี ตามแต่ละอาการ เช่น

  • โรคตับแข็งจากกลุ่มอาการชี่ตับติดขัดม้ามพร่อง ให้ยาที่มีสรรพคุณระบายตับและม้าม เพิ่มการไหลเวียนของชี่ แก้ชี่ตับติดขัด รักษาอาการตับแข็ง

  • โรคตับแข็งจากกลุ่มอาการเลือดคั่งที่ตับและม้าม ให้ยาที่มีสรรพคุณระบายร้อนขับชื้น เพิ่มการไหลเวียนของเลือดลมภายในตับและม้าม สลายก้อน รักษาอาการตับแข็ง
 
  • โรคตับแข็งจากกลุ่มอาการความร้อนความชื้นสะสมขึ้นภายใน ให้ยาที่มีสรรพคุณระบายความร้อน สลายความชื้น ขจัดพิษรักษาอาการตับแข็ง

การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย

ตามเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้องตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น

  • โรคตับแข็งจากกลุ่มอาการเลือดคั่งอุดกั้นเส้นลมปราณ ฝังเข็มตามเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณบำรุงสลายเลือดคั่ง ทำให้ชี่และเลือดไหลเวียนสะดวก ขับน้ำลดบวม รักษาอาการตับแข็ง

  • โรคตับแข็งจากกลุ่มอาการอินตับไตพร่อง ฝังเข็มตามเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณบำรุงอินบำรุงไต ทำให้เลือดเย็นลดร้อน รักษาอาการตับแข็ง
  • โรคตับแข็งจากกลุ่มอาการหยางของม้ามและไตพร่อง ฝังเข็มตามเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณบำรุงม้ามและไต เพิ่มความอบอุ่น สลายความชื้น ขับน้ำลดบวม รักษาอาการตับแข็ง

สมุนไพร และการนวดบรรเทาอาการตับแข็ง

  • นวดบริเวณใต้ชายโครงขวา บริเวณนี้เป็นที่อยู่ของตับ เราสามารถใช้ฝ่ามือกดนวดบริเวณนี้ไปมา 10 ครั้ง ทุกวัน
  • กดจุดปรับสมดุลของตับที่จุดไท่ชง อยู่บริเวณง่ามนิ้วโป้งเท้ากับนิ้วชี้เท้าขึ้นมาทางข้อเท้าประมาณ1นิ้ว กดบ่อยๆเป็นประจำจะช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพตับ
  • กดจุดปรับสมดุลของตับที่จุดสิงเจียน อยู่ง่ามเท้าระหว่างหัวแม่โป้งกับนิ้วชี้ กดให้รู้สึกตึงๆ หน่วงๆ ทำบ่อยๆจะช่วยระบายความร้อนที่ตับ
  • ใช้กำปั้นทุบ ด้านในของขาตั้งแต่ตาตุ่มขึ้นถึงเข่า 36 ครั้ง และทุบขาด้านนอกจากตาตุ่มนอกจนถึงเข่า 36 ครั้ง สามารถทำกับขาได้ทั้ง 2 ข้าง
  • เห็ดสามอย่าง เห็ดสามอย่างมีสรรพคุณในการล้างสารพิษในร่างกาย การที่ร่างกายเกิดตับแข็งทำให้ไม่สามารถขับสารพิษออกจากร่างกายได้ การทานเห็ดสามอย่างจึงสามารถช่วยแบ่งเบาภาระตับในการขจัดพิษทำให้ตับไม่จำเป็นต้องทำงานหนักมากขึ้น วิธีการรับประทาน ต้มเห็ดสามอย่างทำเป็นน้ำแกง 
  • ชาเก๋ากี้เก๊กฮวย นำเก๋ากี้ 10 กรัม เก๊กฮวย 3-4 ดอก ชงเป็นชาดื่มช่วยบำรุงตับและตา 
  • เม็ดบัว ในเม็ดบัวจัดว่ามีสารอาหารค่อนข้างสูงมีวิตามินเอ วิตามินซี และอื่นๆ มีสรรพคุณช่วยบำรุงถุงน้ำดี บำรุงหัวใจ ป้องกันมะเร็งตับ

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • ระมัดระวังอาหารจำพวกไขมัน ควรรับประทานให้น้อยลงกว่าปกติเนื่องจากตับย่อยไขมันได้น้อยลง หลีกเลี่ยงไขมันจากสัตว์ให้ใช้ไขมันพืชแทน
 
  • ทานอาหารให้ครบหมู่และหลากหลาย ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย
  
  • ลดการรับประทานอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก หมูยอ และอาหารแปรรูป เป็นต้น เพราะอาหารจำพวกนี้จะมีการเติมสารโซเดียม
 
  • งดอาหารมัน ทอด ปิ้ง ย่าง อาหารรสจัด ขนมหวานและเบเกอรี
  • เลิกดื่มเหล้า เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมโดยเด็ดขาด

  • หลีกเลี่ยงการซื้อยามาทานเองหรือทานยาเกินขนาด

  • ต้องไม่ดื่มน้ำมากเกินไป คือไม่เกิน 6 แก้วต่อวัน หรือหากมีอาการบวมมากควรลดปริมาณน้ำลงอีก
  
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ให้เดินวิ่งเบาๆ แทน และพยายามทำจิตใจให้เบิกบาน
  
  • ควรนอนหลับให้เพียงพอ ไม่ควรนอนดึกควรนอนก่อน 22.00 น.
 
  • ควรดื่มชาใบหม่อนระหว่างวัน

กดจุดบรรเทาอาการตับแข็ง

จุดไท่ชง (太冲)

  • ตำแหน่ง => อยู่บนบริเวณหลังเท้าแอ่งกระดูกระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ 
  • รักษาอาการ => บำรุงตับ ระบายความร้อนในระบบตับ ลดอาการกรดไหลย้อนที่เกิดจากอารมณ์แปรปรวน ที่ส่งผลทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องอืดแน่น ท้องร้องโครกคราก ท้องเสีย ท้องผูก ดีซ่าน แสบร้อนกลางอก แน่นหน้าอก และจุดไท่ชงนี้ยังสามารถรักษาอาการขาชาและอ่อนแรง ปวดชายโครง ปวดศีรษะ ไมเกรน เวียนศีรษะ ปากแห้ง เจ็บคอ ตาปวดบวมและแดง ประสาทตาเสื่อม ไอ แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะลำบาก ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ โรคขาดประจำเดือน ตกขาว ปวดประจำเดือน ปวดบริเวณฝีเย็บ โรคเครียด โรคซึมเศร้า โรคชักในเด็ก ความดันโลหิตสูง ไส้เลื่อน
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง 

จุดซานอินเจียว (三阴交) 


  • ตำแหน่ง => อยู่ด้านในของขา เหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมา 3 ชุ่น หรือใช้นิ้วทั้ง 4 นิ้ว ( ชี้ กลาง นาง ก้อย ) ทาบลงไป จุดจะอยู่หลังกระดูกหน้าแข้ง 
  • รักษาอาการ => จุดนี้ช่วยบำรุงดูแลทั้ง 3 อวัยวะ ได้แก่ ตับ ม้าม ไต บรรเทาอาการนอนไม่หลับ อีกทั้งยังสามารถรักษาอาการปวดต้นขาด้านใน อัมพาตครึ่งซีก คออักเสบ ลิ้นแข็ง เลือดกำเดาไหล ไอ เจ็บลิ้นปี่ อาเจียน สะอึก อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ปวดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ 
  • วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่นๆ