โรคด่างขาว

โรคด่างขาว (白癜风 Vitiligo)
โรคด่างขาว (Vitiligo) เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติกับเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดสีผิว (Melanocyte) ซึ่งเซลล์ดังกล่าวอาจถูกทำลายหรือหยุดการสร้างเม็ดสีผิว (Melanin) จึงทำให้เกิดเป็นด่างสีขาวคล้ายสีน้ำนมตามบริเวณผิวหนัง ซึ่งด่างขาวดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นบนร่างกายบริเวณใดก็ได้ แต่โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ใบหน้า คอ มือ หรือตามรอยพับ และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดมากหรือน้อยเพียงใด
ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะพบว่าเกิดโรคก่อนอายุ 40 ปี และประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยทั้งหมดจะเกิดโรคก่อนอายุ 20 ปี สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพผิว แต่ผู้ที่มีผิวสีเข้มก็จะทำให้เห็นได้เด่นชัด อย่างไรก็ตามโรคด่างขาวเป็นโรคที่ไม่เป็นอันตรายและไม่ใช่โรคติดต่อ แต่อาจส่งผลให้ผู้ที่เป็นโรคนี้ขาดความมั่นใจและการรักษาจะช่วยทำให้รอยด่างขาวลดน้อยลง
อาการทั่วไปของโรคด่างขาว
อาการของโรคด่างขาวมักจะเกิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากมีผิวซีดและค่อยๆเปลี่ยนไปจนเป็นด่างขาวโดยไม่จำเป็นต้องมีอาการผื่นคันนำมาก่อน อาจมีจุดกึ่งกลางของด่างขาวเป็นสีขาวและรายล้อมด้วยสีซีด แต่รอยด่างขาวอาจเป็นสีชมพูอ่อนหากเกิดขึ้นบริเวณผิวหนังที่มีหลอดเลือดอยู่มาก โดยลักษณะของผิวหนังอาจเรียบหรือไม่เรียบก็ได้และในบางรายอาจมีผิวแดง อักเสบ มีสีผิวที่เข้มขึ้น (Hyperpigmentation) หรืออาจมีอาการคันร่วมด้วย
อย่างไรก็ตามอาการของแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป รูปร่างรอยด่างอาจกลม รี หรือเป็นเส้นยาวก็ได้ มีขนาดต่างกันตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ อาจมีวงเดียวหรือหลายวงกระจายได้ทั่วตัว และมักจะเริ่มเกิดขึ้นบริเวณผิวที่สัมผัสกับแสงแดด เช่น มือ แขน เท้า ใบหน้าและริมฝีปาก และยังสามารถเกิดกับผิวบริเวณใต้ร่มผ้า เช่น รักแร้ ขาหนีบ อวัยวะเพศได้อีกด้วย นอกจากที่ผิวหนังแล้วยังพบรอยด่างได้ตามเยื่อเมือกบุในอวัยวะต่างๆ เช่น ในช่องปาก เหงือก หน้าอก รอยขาวที่หนังศีรษะ หรือตำแหน่งที่มีขนซึ่งจะทำให้ผมและขนบริเวณนั้นเป็นสีขาวไปด้วย
โรคด่างขาวสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้
โรคด่างขาวทั่วไป (Non-segmental Vitiligo) เป็นประเภทที่พบได้มากที่สุด มักจะมีอาการเกิดขึ้นในบริเวณเดียวกันทั้ง 2 จุดในร่างกาย หรือพบได้หลายตำแหน่งตามร่างกาย และพบได้ทั้งข้างซ้ายและข้างขวา เช่น หลังมือ แขน รอบดวงตา เข่า ข้อศอกและเท้า
โรคด่างขาวเฉพาะที่ (Segmental Vitiligo) เป็นด่างขาวที่พบเฉพาะบริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกาย มักเป็นจุดหรือกลุ่มเล็กๆโดยจะพบมากในเด็ก
นอกจากนั้น มีโรคด่างขาวประเภทที่ทำให้เกิดด่างขาวทั้งร่างกาย (Universal Vitiligo) แต่จะเป็นกรณีที่พบได้น้อยมาก
สาเหตุของโรคด่างขาว
สาเหตุการเกิดโรคด่างขาวนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่จากการสันนิษฐานพบว่ามีสาเหตุมาจากเซลล์ผิวหนังที่เรียกว่าเมลาโนไซต์ (Melanocyte) ซึ่งมีหน้าที่ผลิตเม็ดสีผิว (Melanin) อาจหยุดทำงานหรือถูกทำลาย ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยดังต่อไปนี้
- โรคแพ้ภูมิตัวเอง เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติ โดยปกติจะทำหน้าที่ทำลายเซลล์ที่แปลกปลอม เช่น ไวรัส หรือเชื้อโรคต่างๆ แต่กลายเป็นว่าภูมิคุ้มกันมาทำลายเซลล์หรือเนื้อเยื่อของร่างกายแทน ในกรณีนี้ระบบภูมิคุ้มกันได้ทำลายเซลล์ผิวหนังเมลาโนไซต์ (Melanocyte) ที่ทำหน้าที่ผลิตเม็ดสีผิวจึงทำให้สีผิวซีดจนกลายเป็นด่างขาว
- สำหรับบางรายอาจพบว่าเกิดโรคด่างขาวที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันตัวเอง เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน
- มีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคด่างขาว หรือมีประวัติภาวะแพ้ภูมิตัวเองอื่นๆ เช่น พ่อแม่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี 12 (Pernicious Anaemia)
- เป็นมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา (Melanoma) หรือเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
- มีการเปลี่ยนแปลงของยีนจำเพาะ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับโรคด่างขาวประเภททั่วไป
- สารเคมีที่ปล่อยจากปลายประสาทบริเวณผิวหนัง อาจเป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังที่เรียกว่าเมลาโนไซต์ (Melanocyte)
- มีเหตุกระตุ้น เช่น แดดเผา ความเครียด หรือสัมผัสกับสารเคมีอุตสาหกรรมที่เป็นอันตราย

ภาวะแทรกซ้อนของโรคด่างขาว
ผู้ป่วยโรคด่างขาวอาจเพิ่มความเสี่ยง ดังต่อไปนี้
- เนื่องจากผู้ป่วยโรคด่างขาวจะขาดเม็ดสีผิว (Melanin) จึงทำให้ผิวมีความไวต่อแสงแดด หรือถูกแดดเผาได้ง่าย รวมไปถึงมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้น
- เกิดมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา เช่น ม่านตาอักเสบ
- อาจทำให้สูญเสียการได้ยินบางส่วนหรือหูตึง
- ผลข้างเคียงจากการรักษา เช่น ผิวแห้งและคัน
- เกิดความทุกข์ใจหรือเสียความมั่นใจ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคด่างขาวที่เกิดรอยด่างขาวบริเวณผิวหนังที่มองเห็นได้ง่าย เช่น บริเวณใบหน้า
การวินิจฉัยโรคด่างขาว
แพทย์จะวินิจฉัยเบื้องต้นด้วยการซักประวัติอาการต่างๆ และทำการตรวจบริเวณผิวหนังที่มีอาการ หรือวินิจฉัยแยกโรค โดยแพทย์อาจตรวจด้วยวิธีต่อไปนี้
- การส่องตรวจด้วย Wood's Lamp เป็นการใช้โคมไฟที่ฉายแสงรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไปที่ผิวหนังของผู้ป่วย โดยจะช่วยให้แพทย์เห็นรอยด่างขาวได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงช่วยให้แยกแยะโรคด่างขาวออกจากภาวะผิวหนังอื่นๆได้ เช่น โรคเกลื้อน ซึ่งเป็นโรคที่มีการสูญเสียเม็ดสีผิวจากการติดเชื้อรา
- การตัดเนื้อเยื้อส่วนที่เกิดอาการไปตรวจ (Biopsy)
- ตรวจเลือดเพื่อนำไปตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ หรือเพื่อตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ เพราะโรคด่างขาวมีความเกี่ยวข้องกับโรคแพ้ภูมิตนเอง
การจำแนกกลุ่มเพื่อทำการรักษา
- กลุ่มอาการชี่ตับติดขัด (肝郁气滞证)
- อาการทางคลินิก : ค่อยๆเกิดจุดขาวทีละน้อยและกระจายจำนวนไม่แน่นอน มักมีอาการกระวนกระวายใจ หงุดหงิดง่าย ปวดแน่นทรวงอกและชายโครง นอนไม่หลับ ประจำเดือนมาไม่ปกติ
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นสีปกติหรือซีดแดง ฝ้าบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง
- หลักการรักษา : ระบายตับทำให้ชี่เดินคล่อง ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก ขับลม รักษาอาการด่างขาว
- กลุ่มอาการตับไตพร่อง (肝肾不足证)
- อาการทางคลินิก : มักพบในคนที่ร่างกายอ่อนแอ หรือคนในครอบครัวมีประวัติการเป็นโรคด่างขาว ผู้ป่วยมีประวัติในการรักษามาอย่างยาวนาน มีจุดด่างขาวเฉพาะบริเวณหรือกระจัดกระจาย มักมีอาการเวียนศีรษะ หูมีเสียง นอนไม่หลับ ขี้หลงขี้ลืม เมื่อยเอวเข่าอ่อน
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าน้อย
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็กอ่อนแอ
- หลักการรักษา : บำรุงตับไต บำรุงเลือดขับลม รักษาอาการด่างขาว
- กลุ่มอาการชี่ติดขัดเลือดคั่ง (气血瘀滞证)
- อาการทางคลินิก : ผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บภายนอกเป็นจำนวนมาก และผู้ป่วยมีประวัติในการรักษามาอย่างยาวนาน มีจุดด่างขาวเฉพาะบริเวณหรือกระจัดกระจาย มีขอบเขตชัดเจน บริเวณที่เป็นด่างขาวมีอาการปวดแบบเข็มแทง
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นสีม่วงคล้ำหรือมีจุดเลือดคั่ง ลิ้นฝ้าขาวบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรฝืด

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน
- ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละอาการ เช่น
- กลุ่มอาการตับและไตพร่อง ทานยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการบำรุงตับไต บำรุงเลือด ขับปัจจัยก่อโรค รักษาอาการด่างขาว
- กลุ่มอาการสภาวะชี่ตับติดขับ โดยรับประทานยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการสมานตับ กระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือด ขับลม รักษาอาการด่างขาว
- ฝังเข็มตามกลุ่มอาการ ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
- กลุ่มอาการชี่ติดขัดเลือดคั่ง โดยทำการฝังเข็มบริเวณรอบด่างขาวและบนจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณในการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและชี่ สลายเลือดคั่ง สลายชี่คั่ง ทะลวงเส้นลมปราณ รักษาอาการด่างขาว

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน
- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนไม่เกิน 22.00 น.
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ทาครีมกันแดดบริเวณรอยของโรค เพื่อป้องกันแสง UV
- ควรดื่มน้ำวันละ 2-3 ลิตร โดยใช้การจิบเรื่อยๆ ทั้งวัน
- ควรงดอาหาร มัน ทอด ปิ้ง ย่าง
- ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ไม่ควรเครียด