งูสวัด
งูสวัด

โรคงูสวัด ( Herpes zoster , 带状疱疹 )

    โรคงูสวัด (Herpes zoster) เป็นโรคทางระบบผิวหนังแบบหนึ่ง ผู้ที่เป็นโรคนี้ร่างกายจะเกิดผื่นแดงหรือตุ่มตามส่วนต่างๆของร่างกาย นอกจากนี้แล้วยังมีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่เป็นผื่นด้วย ทำให้ผู้ป่วยโรคนี้ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการของโรคทำให้การทำงาน การเรียน การใช้ชีวิตประจำวัน ไม่สะดวก เพราะต้องกังวลกับอาการเจ็บปวด และความเจ็บปวดยังทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายไม่สะดวกอีกด้วย

กลไกการเกิดโรคงูสวัด

    โรคงูสวัด (Herpes zoster) จัดเป็นโรคทางระบบผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชื่อว่า "ไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella-zoster Virus)" ซึ่งเป็นไวรัสตระกูลเดียวกับไวรัสโรคอีสุกอีใส (Chickenpox, Varicella) 

โดยปกติแล้วส่วนมากการที่จะเป็นโรคงูสวัดมักจะเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน หลักการเกิดโรคเป็นดังนี้

  • ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสดังกล่าว และภูมิต้านทานอ่อนแอ จนทำให้ร่างกายเกิดโรคอีสุกอีใส
  • ภูมิต้านทานของร่างกายแข็งแรงขึ้นสามารถต้านทานไวรัสได้ทำให้หายจากการเป็นโรคอีสุกอีใส
  • เชื้อไวรัสบางส่วนจะฝังตัวและซ่อนตัวอยู่ในปมของระบบประสาทของร่างกายอย่างเงียบๆ โดยไม่สร้างอาการผิดปกติใดๆต่อร่างกาย
  • เมื่อร่างกายเกิดความผิดปกติภูมิคุ้มกันอ่อนแอทำให้ไวรัสสามารถเจริญเติบโต และสร้างความผิดปกติต่อร่างกายทำให้เกิดอาการของโรคงูสวัด

    กล่าวคือการเกิดโรคงูสวัดเกิดจากไวรัสจากการเป็นโรคอีสุกอีใสแฝงตัวอยู่ในระบบประสาท เมื่อใดที่ร่างกายอ่อนแอภูมิต้านทานตก ไวรัสนี้ก็จะทำลายร่างกายจนเกิดอาการงูสวัด

ไวรัส1

อาการของโรคงูสวัด

    โรคงูสวัด จะมีอาการเป็นตุ่มหรือผื่นแดงบนผิวหนังคล้ายโรคอีสุกอีใส มีอาการปวดร้อนบริเวณผื่น บางรายอาจมีอาการปวดมากจนมีอาการคล้ายไฟฟ้ากระตุก ในบางรายอาจเจ็บมากจนแม้แต่สัมผัสเบาๆ หรือสัมผัสกับเสื้อผ้าก็มีอาการเจ็บ อาการเหล่านี้สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้มีอาการงูสวัดเป็นอย่างยิ่ง
    โดยลักษณะการกระจายตัวของผื่นจะไปในทิศทางแนวเส้นกล้ามเนื้อ หรือแนวเส้นประสาทกล้ามเนื้อ หากปล่อยไว้สักระยะหนึ่งผื่นจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสหากทิ้งไว้จะแตกออกและกลายเป็นสะเก็ดแผลได้

ภาวะแทรกซ้อนของโรคงูสวัด

    ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย ได้แก่ อาการปวดตามแนวเส้นประสาทหลังการติดเชื้อ (postherpetic neuralgia) ซึ่งพบได้มากขึ้นในผู้ป่วยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยระยะเวลาในการปวดจะขึ้นกับแต่ละบุคคล บางรายอาจปวดเป็นเดือน บางรายอาจปวดเป็นปี หรือบางรายอาจปวดตลอดชีวิตก็ได้ นับว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้สูงวัยอย่างมาก สำหรับภาวะแทรกซ้อนอื่นๆที่อาจพบได้ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดการอักเสบ ตาอักเสบ เป็นต้น

90

โรคงูสวัดในทรรศนะแพทย์แผนจีน

    แพทย์แผนจีนมองว่างูสวัดนั้นเกิดจากสภาวะที่ไม่ปกติ เช่น อารมณ์ขุ่นมัว ภาวะเครียดสะสมนานๆ อารมณ์โมโหโกรธที่เป็นบ่อยและมากเกินไป ส่งผลให้ชี่ตับอุดกั้น เมื่อนานวันเข้าจากชี่ที่อุดกั้นอยู่จะค่อยๆเกิดความร้อนสะสมเป็นพิษร้อนขึ้น ถ้าประกอบกับมีลมภายนอก (风邪เฟิงเสีย)มากระทบ ซึ่งคุณสมบัติของลมคือมักจะกระทบช่วงบน จึงทำให้เกิดอาการที่ใบหน้า หรือถ้าความชื้นมากระทบ ความชื้น (湿邪 ซือเสีย) มีคุณสมบัติไหลลงล่าง จึงจะทำให้เกิดอาการที่ขา หากความร้อนอุดกั้นมากจะเกิดอาการที่ลำตัว ผู้สูงอายุมักเกิดจากเลือดน้อยมีไฟตับกำเริบ(ตับเก็บกักเลือด เลือดเป็นอิน เมื่ออินน้อยหยางจึงมากเกิดเป็นความร้อน) ความร้อนชื้นเป็นพิษทำให้เกิดอาการปวดมาก เนื่องจากเลือดลมเดินติดขัด เมื่อทางเดินของเส้นลมปราณยังไม่สะดวกจึงมีอาการปวดแบบเรื้อรัง

การตรวจวินิจฉัยโรคงูสวัดทางแพทย์จีน

  • งูสวัดเกิดจากความร้อนอุดกั้นเส้นลมปราณตับ (肝经郁热证)
    • อาการทางคลินิก : แผลแดงแสบร้อนแบบเข็มแทง ตุ่มแน่นตึง ปากขมคอแห้ง หงุดหงิดโมโหง่าย อุจจาระแห้งแข็ง ปัสสาวะเหลือง
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าเหลือง หรือเหลืองหนา 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงลื่นเร็ว

  • งูสวัดเกิดจากม้ามพร่องมีความชื้นสะสมอยู่ภายใน (脾虚湿蕴证)
    • อาการทางคลินิก : บริเวณแผลเป็นสีซีด อาการปวดไม่ชัดเจน มีตุ่มน้ำขึ้นแต่ไม่ตึงแน่นไม่แสบแดงเหมือนอาการแรก ไม่กระหายน้ำ แน่นท้องรับประทานอาหารได้น้อย อุจจาระเหลว
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าขาวหรือขาวหนา 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมช้าหรือลื่น

  • งูสวัดเกิดจากลมปราณติดขัดทำให้เลือดคั่ง (气滞血瘀证)
    • อาการทางคลินิก : หลังจากผื่นลดลงหรือหลังจากผื่นกระจายตัวความเจ็บปวดก็ไม่ได้ลดลง แผ่กระจายไปบริเวณใกล้เคียง ปวดไม่สามารถทนได้ จะนอนจะนั่งก็ไม่ได้ เป็นหนักติดต่อกันเป็นเดือน หรือเป็นนาน
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นดำฝ้าขาว 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรฝืดเล็ก

หมอตรวจ8

การบำบัดรักษาโรคงูสวัดทางแพทย์จีน

สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการงูสวัดด้วยวิธีการดังนี้

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละอาการ เช่น 
    • อาการโรคงูสวัดตามกลุ่มอาการความร้อนอุดกั้นเส้นลมปราณตับ ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณระบายไฟตับ ดับพิษระงับปวด รักษาอาการงูสวัด
    • อาการโรคงูสวัดตามกลุ่มอาการม้ามพร่องมีความชื้นสะสมอยู่ภายใน ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณบำรุงม้ามให้แข็งแรง ขับความชื้น ขับพิษ ลดอาการปวด รักษาอาการงูสวัด
  • ฝังเข็มตามกลุ่มอาการ ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามกลุ่มอาการ เช่น
    • อาการโรคงูสวัดตามกลุ่มอาการลมปราณติดขัดทำให้เลือดคั่ง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ ทำให้เลือดและลมปราณไหลเวียนสะดวก สลายเลือดคั่ง ระงับปวด รักษาอาการงูสวัด

ยาสมุนไพรจีนแคปซูล1    เข็มฝังเข็ม4

สมุนไพรบรรเทาอาการโรคงูสวัด

  • ตำลึง ใช้ใบสดๆ ประมาณ 2 กำมือ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำมาผสมกับพิมเสน หรือดินสอพอง 1 ใน 4 ส่วน ใช้เป็นยาพอกบริเวณที่เป็นงูสวัด
  • เสลดพังพอนตัวเมีย ใช้ใบตำให้ละเอียด ผสมเหล้าพอเหลวข้นๆ พอก ควรใส่เหล้าเมื่อยา เริ่มแห้ง พอกไว้ตลอดเวลา เปลี่ยนยา วันละ 2-4 ครั้ง 
  • ฟ้าทะลายโจร ใช้ใบตำให้ละเอียด ผสมเหล้าพอเหลวข้นๆ พอก ควรใส่เหล้าเมื่อยา เริ่มแห้ง พอกไว้ตลอดเวลา เปลี่ยนยา วันละ 2-4 ครั้ง

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • ควรดื่มน้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิห้อง วันละ 2-3 ลิตร โดยใช้การจิบทุก ๆ 10-15 นาที
  • นอนพักผ่อนวันละ 8 ชั่วโมง ควรนอนก่อน 22.00 น.
  • ควรงดทานอาหาร มัน ทอด ปิ้ง ย่าง
  • ควรงดอาหารแสลงที่ทำให้อาการงูสวัดกำเริบ
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือทานยากดภูมิ
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของหมักดอง เน้นทานผัก ผลไม้
  • ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดจนเกินไป
  • รักษาความสะอาดบริเวณที่มีตุ่มน้ำหรือที่ผื่นขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาทาที่มีความรุนแรงหรือไม่เหมาะสมอาจทำให้อาการหนักขึ้นได้

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ