อาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS)

กลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
กลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ PCOS (Polycystic Ovary Syndrome , 多囊卵巢综合征) คือ ความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ ทำให้ผู้ป่วยมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน แอนโดรเจน และอินซูลินอยู่ในภาวะที่ไม่สมดุล เกิดถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนหลายใบอยู่ในรังไข่ ซึ่งอาจเกิดเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง รังไข่จึงมีขนาดโตขึ้น และอาจส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ สิวขึ้น ขนดก หรือมีบุตรยาก โดยมักพบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์เป็นหลัก
อาการของกลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
- การตกไข่ผิดปกติ ส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติและมีบุตรยาก
- ประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่น ประจำเดือนไม่มาติดต่อกันนานหลายเดือน ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนมานานและอาจมามากหรือน้อยผิดปกติ
- มีบุตรยาก เนื่องจากการตั้งครรภ์ต้องอาศัยการตกไข่ ซึ่งผู้ป่วย PCOS บางราย อาจมีภาวะไม่ตกไข่ในบางเดือน หรือบางรายอาจไม่ตกไข่เลยจึงส่งผลให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ยาก
- ระดับฮอร์โมนเพศชายสูงขึ้น ฮอร์โมนแอนโดรเจนที่สูงขึ้น ส่งผลต่อลักษณะทางกายภาพของผู้ป่วย เช่น มีขนขึ้นตามหน้าและส่วนต่างๆของร่างกาย มีสิวขึ้นมากผิดปกติ เสียงเปลี่ยน หรือเป็นโรคศีรษะล้านทางพันธุกรรม (Male-Pattern Baldness) ซึ่งทำให้ผมร่วงและผมบาง
- อาการอื่นๆ ผู้ป่วย PCOS อาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือเกิดความรู้สึกหดหู่จากอาการผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้น

สาเหตุของกลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
- เกิดจากภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ทางการแพทย์ยังไม่สามารถยืนยันถึงสาเหตุที่ส่งผลให้ฮอร์โมนอยู่ในภาวะไม่สมดุล แต่เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากความผิดปกติของรังไข่เอง ต่อมผลิตฮอร์โมนชนิดต่างๆในร่างกายหรือสมองซึ่งมีหน้าที่ควบคุมฮอร์โมน รวมถึงภาวะดื้ออินซูลินที่ทำให้ฮอร์โมนมีปริมาณเปลี่ยนไป ความผิดปกติของฮอร์โมนที่มักพบในผู้ป่วย PCOS คือ
- เกิดจากฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมีปริมาณสูงกว่าปกติ เทสโทสเทอโรนคือฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่ง โดยปกติจะถูกผลิตขึ้นในร่างกายของเพศหญิงปริมาณเล็กน้อย ระดับเทสโทสเทอโรนที่สูงมากกว่าระดับทั่วไปส่งผลให้ร่างกายเกิดความผิดปกติได้
- เกิดจากฮอร์โมนลูทิไนซิงหรือแอลเอชมีปริมาณสูงกว่าปกติ ลูทิไนซิงคือฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นการตกไข่ ซึ่งหากมีปริมาณมากเกินไปอาจส่งผลให้รังไข่ทำงานไม่ปกติ
- Sex Hormone Binding Globulin หรือ SHBG มีปริมาณต่ำกว่าปกติ SHBG คือโปรตีนในเลือดชนิดหนึ่ง มีหน้าที่ช่วยควบคุมปฏิกิริยาของฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนที่มีต่อร่างกาย ปริมาณ SHBG ที่ต่ำลงจึงส่งผลให้ร่างกายผิดปกติจากฮอร์โมนเพศชายที่สูงขึ้น
- เกิดจากฮอร์โมนโพรแลกตินมีปริมาณสูงกว่าปกติ โพรแลกตินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นให้ต่อมน้ำนมหลั่งน้ำนมในหญิงตั้งครรภ์ หากมีปริมาณมากเกินไปอาจส่งผลให้ร่างกายเกิดความผิดปกติและพบในเฉพาะหญิงสาวบางรายเท่านั้น
- เกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน อินซูลินคือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นภายในตับอ่อน นอกจากมีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อินซูลินยังทำหน้าที่กระตุ้นให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เทสโทสเทอโรน ผู้หญิงที่มีภาวะดื้ออินซูลินหรือภาวะที่เซลล์ในร่างกายไม่ตอบสนองกับปริมาณอินซูลินปกติ ทำให้ตับอ่อนต้องผลิตอินซูลินเพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมากขึ้นไปด้วย โดยปริมาณอินซูลินและเทสโทสเทอโรนที่มากผิดปกติจะกระทบต่อการสร้างถุงน้ำในรังไข่ การตกไข่ ลักษณะทางกายภาพและน้ำหนักตัวของผู้ป่วย ดังนั้นภาวะดื้ออินซูลิน จึงอาจเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิด PCOS
- เกิดจากพันธุกรรม บุคคลที่มีคนใกล้ชิดทางสายเลือดเป็น PCOS จะมีความเสี่ยงต่อการเป็น PCOS มากกว่าบุคคลอื่น ในปัจจุบันนักวิจัยกำลังศึกษาถึงยีนส์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของ PCOS แต่ยังไม่มีผลลัพธ์ออกมาเป็นที่ชัดเจน

การวินิจฉัยกลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
ทางการแพทย์ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็น PCOS ต้องวินิจฉัยแยกโรคอื่นที่อาจทำให้เกิดความผิดปกติเช่นเดียวกับ PCOS ร่วมกับมีปัจจัยเข้าข่ายอย่างน้อย 2 ใน 3 ข้อดังต่อไปนี้
- รอบระดูห่างหรือขาดไป
- มีลักษณะทางกายภาพจากฤทธิ์ของฮอร์โมนแอนโดรเจนมากกว่าปกติ ได้แก่ หน้ามัน มีสิวมาก ขนดกมากกว่าปกติ หรือตรวจสารชีวเคมีในเลือดพบระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงกว่าปกติ
โดยการวินิจฉัยไม่มีวิธีการหรือการใช้เครื่องมือเฉพาะ แต่จะใช้การสอบถามถึงอาการ ร่วมกับการตรวจสอบอื่นๆ ซึ่งวิธีการวินิจฉัย PCOS มีรายละเอียดดังนี้
- สอบถามประวัติทางการแพทย์ ขั้นแรกแพทย์จะสอบถามถึงอาการทั่วไปกับผู้ป่วย เช่น ระยะเวลาการมีประจำเดือน รอบประจำเดือน น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงไป หรืออาการอื่นๆที่อาจเกี่ยวข้อง
- การตรวจร่างกาย แพทย์จะตรวจร่างกายเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน เช่น ส่วนสูง น้ำหนักและความดันโลหิต
- การตรวจภายใน แพทย์มักตรวจสอบอวัยวะของระบบสืบพันธุ์อย่างละเอียดเพื่อหาสัญญาณความผิดปกติ
- การตรวจเลือด แพทย์จะนำเลือดมาตรวจสอบระดับฮอร์โมนชนิดต่างๆเนื่องจากระดับฮอร์โมนแต่ละชนิดจะบ่งชี้ถึงโรคต่างๆได้
- อัลตราซาวด์ คือการใช้เครื่องมือส่งคลื่นเสียงเพื่อจำลองภาพอวัยวะภายในร่างกายที่ต้องการตรวจสอบลงบนจอคอมพิวเตอร์ วิธีการนี้ช่วยให้แพทย์ทราบถึงลักษณะของรังไข่ และความหนาของผนังมดลูก เช่น ตรวจดูว่ารังไข่มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือไม่ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

การรักษากลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
การรักษา PCOS มักแตกต่างกันไปตามอาการที่เกิดขึ้นในแต่ละบุคคล เช่น โรคอ้วน ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือภาวะมีบุตรยาก ซึ่งวิธีหลักๆมีดังนี้
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) แล้วผลลัพธ์มีค่ามากกว่า 24.9 ซึ่งบ่งชี้ว่ามีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ควรหันมาออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกไขมันและแป้ง เนื่องจากการลดน้ำหนักลงได้แม้เพียงเล็กน้อย จะช่วยบรรเทาอาการป่วยและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้
- รับประทานยา ชนิดของยาที่ต้องรับประทานจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอาการที่ปรากฏในผู้ป่วยแต่ละราย
- ผู้ป่วยที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ แพทย์จะแนะนำให้รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม (มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเป็นส่วนประกอบ) หรือยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนตัวเดียว (มีเพียงฮอร์โมนโปรเจสโตเจนเป็นส่วนประกอบ) โดยตัวยาจะช่วยทำให้ประจำเดือนกลับมาเป็นปกติ และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
- ผู้ป่วยที่มีการตกไข่ผิดปกติ การตกไข่ที่ผิดปกติ เช่น ตกไข่ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ตกไข่ ส่งผลให้มีบุตรยาก แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานโคลมีฟีน ซึ่งเป็นตัวยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งฮอร์โมนเอสโตรเจนและช่วยให้การตกไข่เป็นไปตามปกติ ทั้งนี้แพทย์จะให้ยาเมทฟอร์มินเสริมหากผู้ป่วยรับประทานยาโคลมีฟีนแล้วการตกไข่ยังไม่กลับมาเป็นปกติ ผู้ป่วยที่ใช้โคลมีฟีนและเมทมอร์ฟินแล้วไม่ได้ผล อาจต้องเปลี่ยนวิธีการรักษามาเป็นการฉีดโกนาโดโทรปินซึ่งเป็นยาที่มีฤทธิ์ของฮอร์โมนฟอลลิเคิลสติมิวเลติง (FSH) และฮอร์โมนลูทิไนซิง (LH) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยตกไข่ปกติ ทั้งนี้การฉีดโกนาโดโทรปินเพิ่มความเสี่ยงในการตั้งครรภ์แฝด
- ผู้ป่วยที่มีอาการขนดกหรือผมร่วง แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ยาสไปโรโนแลคโตน (Spironolactone) ยาฟลูตามิไดน์ (Flutamidine) และยาฟิแนสเทอไรน์ (Finasteride) ที่มีฤทธิ์ช่วยควบคุมการทำงานของฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจน เพื่อบรรเทาอาการผมร่วง อย่างไรก็ตามยาสไปโรโนแลคโตน (Spironolactone) ยาฟลูตามิไดน์ (Flutamidine) และยาฟิแนสเทอไรน์ (Finasteride) ไม่เหมาะกับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังวางแผนมีบุตร ดังนั้นผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องแจ้งแพทย์ก่อนรับการรรักษาทุกครั้ง ส่วนผู้ป่วยที่มีขนดกแพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ใช้ยาอีฟลอร์นิทีนซึ่งมีลักษณะเป็นเนื้อครีมใช้สำหรับทาผิวหนังเพื่อชะลอการเกิดขนบนใบหน้า
- ผ่าตัด แพทย์จะใช้การผ่าตัดจี้รังไข่ (Ovarian Drilling) ซึ่งเป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง โดยใช้ความร้อนหรือเลเซอร์ทำลายเนื้อเยื่อรังไข่ส่วนที่ใช้ผลิตฮอร์โมนเพศชาย เพื่อลดระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน และช่วยให้การตกไข่กลับมาเป็นปกติ ทั้งนี้การผ่าตัดจี้รังไข่เป็นการรักษาที่ส่งผลเพียงระยะสั้นๆเท่านั้น
- เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ได้แก่ เด็กหลอดแก้ว (Invitro Fertilization with Single Ovum Transfer: IVF) แพทย์อาจพิจารณาถึงวิธีนี้ในกรณีที่ใช้วิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล หรือมีพยาธิสภาพในอุ้งเชิงกราน หรือมีความผิดปกติของฝ่ายชายร่วมด้วย
- วิธีอื่นๆ เช่น การใช้ห่วงอนามัยช่วยป้องกันภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติ การกำจัดขนด้วยวิธีต่างๆไม่ว่าจะเป็น การโกน การถอน การแวกซ์ ซึ่งวิธีเหล่านี้ได้ผลเพียงระยะสั้น หากต้องการกำจัดขนอย่างถาวร อาจใช้ไฟฟ้าหรือการจี้ทำลายรูขุมขน แต่อาจเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นและรอยคล้ำ

ภาวะแทรกซ้อนของกลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
ผู้ป่วย PCOS ที่เกิดอาการอื่นร่วม ส่วนใหญ่อาจเป็นผลมาจากอาการหลักที่ปรากฏอยู่ เช่น โรคอ้วน โดยภาวะแทรกซ้อนที่มักพบมีดังนี้
- โรคเบาหวานชนิดที่ 2 หรือโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
- ความดันโลหิตสูง หรือภาวะความดันโลหิตสูงเนื่องจากตั้งครรภ์
- มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงอย่างต่อเนื่อง
- ภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก
- กลุ่มอาการอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
- โรคตับอักเสบ ซึ่งเกิดจากการสะสมของไขมันในตับ
- ภาวะมีบุตรยาก คลอดก่อนกำหนด หรือแท้งบุตร
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)
- โรควิตกกังวล และโรคซึมเศร้า
การป้องกันกลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
การป้องกัน PCOS ยังไม่มีวิธีที่แน่นอน เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยใดออกมายืนยันถึงสาเหตุที่แน่ชัดได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วย PCOS ควรปรับพฤติกรรมและเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ออกกำลังเป็นประจำและงดสูบบุหรี่ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน
การจำแนกกลุ่มการรักษาทางการแพทย์แผนจีน
- กลุ่มอาการไตพร่อง
- อาการทางคลินิก : ประจำเดือนมาช้ามาก ปริมาณน้อย สีซีดลักษณะบาง ค่อยๆมีภาวะขาดประจำเดือน หรือประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนปริมาณมากหรือประจำเดือนไหลออกมาเป็นหยดๆ หรือแต่งงานมาเป็นเวลานานแต่ไม่มีการตั้งครรภ์(มีบุตรยาก) ปวดเมื่อยขาเอว มึนศีรษะหูอื้อ สีหน้าไม่มีชีวิตชีวา ร่างกายอ่อนเพลียไม่มีแรง กลัวหนาว ถ่ายเหลว
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดฝ้าบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมเล็ก
- หลักการรักษา : บำรุงไต ปรับสมดุลเส้นลมปราณชง สลายถุงน้ำ
- กลุ่มอาการเสมหะความชื้นอุดกั้นติดขัด
- อาการทางคลินิก : ประจำเดือนมาช้า ปริมาณน้อย สีซีดลักษณะเหนียว ค่อยๆมีภาวะขาดประจำเดือน หรือแต่งงานมาเป็นเวลานานแต่ไม่มีการตั้งครรภ์(มีบุตรยาก) ตกขาวปริมาณมาก แน่นหน้าอกพะอืดพะอมอยากจะอาเจียน รูปร่างอุดมสมบูรณ์หรืออ้วน บริเวณลำคอมีเสมหะมาก ขนและผมดก ร่างกายแขนขารู้สึกหนักๆ
- ลักษณะลิ้น : ฝ้าขาวหนา
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นหรือจมลื่น
- หลักการรักษา : สลายเสมหะ ขับความร้อนชื้น ทำให้เลือดหมุนเวียน ปรับประจำเดือน สลายถุงน้ำ
- กลุ่มอาการลมปราณติดขัดเลือดคั่ง
- อาการทางคลินิก : ประจำเดือนมาช้า ปริมาณมากหรือน้อย ประจำเดือนไหลเป็นหยดๆ สีแดงคล้ำ ลักษณะเหนียวหรือมีลิ่มเลือด ค่อยๆมีภาวะขาดประจำเดือน หรือแต่งงานมาเป็นเวลานานแต่ไม่มีการตั้งครรภ์(มีบุตรยาก) ปวดแน่นเต้านม ปวดแน่นท้องน้อยไม่ชอบให้กด ปวดแน่นหน้าอกชายโครงสีข้าง
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงดำหรือมีจุดลิ่มเลือด
- ลักษณะชีพจร : ฝ้าบาง ชีพจรจมฝืด
- หลักการรักษา : ปรับการไหลเวียนชี่ ทำให้เลือดหมุนเวียน สลายความคั่ง ปรับประจำเดือน สลายถุงน้ำ
- กลุ่มอาการเส้นลมปราณตับร้อนชื้น
- อาการทางคลินิก : ปริมาณน้อยหรือขาดประจำเดือน หรือประจำเดือนไม่ปกติ แต่งงานมาเป็นเวลานานแต่ไม่มีการตั้งครรภ์(มีบุตรยาก) ร่างกายแข็งแรง ผมและขนดก บริเวณหน้ามีสิวขึ้น ช่วงก่อนมีประจำเดือนปวดแน่นเต้านม ท้องผูกอุจจาระแห้งแข็ง
- ลักษณะลิ้น : ฝ้าบางเหลือง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงหรือตึงเร็ว
- หลักการรักษา : ระบายตับ ระบายร้อน สลายความชื้น ปรับประจำเดือน สลายถุงน้ำ

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน
สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบด้วยวิธีการดังนี้
- ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี)
- อาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบตามกลุ่มอาการไตพร่อง ทำการรักษาโดยทานยาที่มีสรรพคุณบำรุงไต ปรับสมดุลเส้นลมปราณชง สลายถุงน้ำ
- อาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบตามกลุ่มอาการเสมหะความชื้นอุดกั้นติดขัด ทำการรักษาโดยทานยาที่มีสรรพคุณสลายเสมหะ ขับความร้อนชื้น ทำให้เลือดหมุนเวียน ปรับประจำเดือน สลายถุงน้ำ
- ฝังเข็มตามกลุ่มอาการ ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามแต่ละกลุ่มอาการ
- อาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบตามกลุ่มอาการลมปราณติดขัดเลือดคั่ง ทำการรักษาโดยฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณระบายตับ ระบายร้อน สลายความชื้น ปรับประจำเดือน สลายถุงน้ำ
- อาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบตามกลุ่มอาการเส้นลมปราณตับร้อนชื้น ทำการรักษาโดยฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณระบายตับ ขับร้อน สลายชื้น สลายถุงน้ำ

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน
- ทำจิตใจให้สบาย งดเครียด งดกังวล
- ไม่ควรนอนดึก ควรนอนก่อน 22.00 น.
- ดื่มน้ำอุณหภูมิปกติหรือน้ำอุ่นให้ได้วันละ 2-3 ลิตร โดยใช้การจิบเรื่อยๆทั้งวัน
- ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอ
- ควรตรวจภายในเป็นระยะเพื่อประเมินผลการรักษา
- ควรงดอาหารประเภทมัน ทอด ปิ้ง ย่าง
- ควบคุมน้ำหนักหรือลดน้ำหนัก โดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ
กลุ่มอาหารที่ผู้ป่วยกลุ่มอาการ PCOS ควรรับประทาน
- ข้าวไม่ขัดสี ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวไรซ์เบอร์รี
- ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วแดง
- ถั่วเปลือกแข็ง อัลมอนด์ เฮเซลนัท พีแคน พิสตาชิโอ วอลนัท
- ธัญพืช เมล็ดฟักทอง, เมล็ดงา, เมล็ดทานตะวัน และเมล็ดแฟลกซ์
- ผักต่างๆ เช่น ผักโขม บรอกโคลี ผักคะน้า มะเขือเทศ
- ผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น สตรอว์เบอร์รี ราสป์เบอร์รี แครนเบอร์รี เชอร์รี อโวคาโด ส้ม สับปะรด มะละกอ ทับทิม




5 จุดนวดช่วยบรรเทาอาการ PCOS
จุดชี่ไห่ (气海穴)
ตำแหน่ง : อยู่ที่กึ่งกลางท้องใต้สะดือ 1.5 ชุ่น หรือประมาณ 2 นิ้วมือ
จุดกวนหยวน (关元穴)
ตำแหน่ง : อยู่ที่กึ่งกลางท้องน้อยใต้สะดือ 3 ชุ่น หรือประมาณ 4 นิ้วมือ (นิ้วชี้ กลาง นาง ก้อย)
จุดจงจี๋ (中极穴)
ตำแหน่ง : อยู่ที่กึ่งกลางท้องน้อยใต้สะดือ 4 ชุ่น หรือประมาณ 5 นิ้วมือ (นิ้วชี้ กลาง นาง ก้อยและนิ้วโป้ง)
จุดจื่อกง (子宫穴)
ตำแหน่ง : ห่างจากจุดจงจี๋ออกมาทางด้านข้าง 3 ชุ่น ประมาณ 4 นิ้วมือ (นิ้วชี้ กลาง นาง ก้อย) โดยจะอยู่ทั้งสองฝั่ง
จุดซานอินเจียว (三阴交)
ตำแหน่ง : อยู่ด้านในของขา เหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมา 3 ชุ่น หรือใช้นิ้วทั้ง 4 นิ้ว (นิ้วชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป จุดจะอยู่หลังกระดูกหน้าแข้ง
วิธีนวด : ใช้นิ้วกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดหน่วงตึงๆ ค้างไว้ 2–3 นาที ทำเป็นประจำทุกวัน หรือช่วงที่มีอาการจะช่วยให้อาการดีขึ้น
สามารถดูวิธีการนวดกดจุดได้จากคลิปนี้เลยครับ
https://www.tiktok.com/@siamtcmclinic/video/7552758205013576980