ปวดข้อศอก

ปวดข้อศอก (Tennis Elbow, 网球肘)
โรคปวดข้อศอก โรคสุดฮิตของคนใช้ข้อมือและข้อศอกบ่อยๆ โรคปวดข้อศอกเป็นกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นทางด้านนอกข้อศอก ซึ่งเกิดจากการอักเสบตรงบริเวณที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกระดูกข้อมือ การงอข้อศอก (Extensor muscles group of forearm) มักเรียกว่าTennis Elbow ศัพท์ทางการแพทย์ปัจจุบันเรียกว่า lateral epicondylitis ทางแพทย์แผนจีนจัดอยู่ในกลุ่มโรคปี้เจิ้ง 痹症
สาเหตุของโรคมักเกิดจากการใช้งานเกินกําลังทําให้เกิดอาการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อเส้นเอ็นในบริเวณข้อศอก มักพบในนักกีฬาเทนนิส พนักงานพิมพ์ดีด คนใช้แรงงานยกหิ้วของหนัก การปัดกวาด การทาสี เป็นต้น อัตราส่วนหญิงต่อชาย 1:3 และมักเป็นที่ข้อศอกขวา
ทางการแพทย์จีนแบ่งสาเหตุของโรคนี้ได้แก่
- การใช้งานแขนไม่เหมาะสม
- การที่แขนถูกลมเย็นเข้ากระทบต่อเส้นลมปราณบริเวณข้อศอก
- บริเวณข้อศอกมีการไหลเวียนของเลือด และลมปราณไม่เพียงพอ
- สาเหตุเหล่านี้ทําให้เกิดการไหลเวียนของเลือดลมติดขัด อันนําไปสู่อาการปวดข้อศอก

อาการทางคลินิก
ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บบริเวณข้อศอกเมื่อมีการทำงานของกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านนอกของแขน หากเมื่อทำการยืดหรือกดกล้ามเนื้อก็จะมีอาการเจ็บเช่นกัน อาการเจ็บจะเป็นการเจ็บเหมือนเข็มแทงอยู่กับที่หรือการเจ็บร้าวไปบริเวณอื่นซึ่งอาการเจ็บร้าวนี้จะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีปัญหาแบบเรื้อรัง หรือเกิดการบีบรัดเส้นประสาท อาการเจ็บอาจเป็นลักษณะเป็นๆหายๆหรือเจ็บตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับระยะการเป็นของโรคและลักษณะการเกิดของโรค ถ้าลักษณะที่เกิดขึ้นมีสาเหตุเนื่องจากการใช้งานกล้ามเนื้อข้อศอกมากๆหรือทันทีทันใดจะทำให้มีการฉีกขาดของเอ็นหรือกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้มีการอักเสบแบบเฉียบพลัน ซึ่งจะมีอาการเจ็บ บวม และร้อนบริเวณด้านนอกของข้อศอก ขณะที่ถ้าเป็นการเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไป ความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยในระยะเริ่มแรกอาการจะไม่มากนัก ผู้ป่วยสามารถทำงานได้ตามปกติแต่ถ้าทำงานต่อเนื่องนานๆอาการจะมากขึ้น และถ้าไม่มีการรักษาหรือการจัดการที่ดีอาการจะมากขึ้นจนกระทั่งไม่สามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้

การจำแนกกลุ่มการรักษาทางการแพทย์แผนจีน
- เกิดจากจากการใช้งานมากเกินไป
- อาการทางคลินิก : มีประวัติการใช้งานมากไป ปวดบริเวณข้อศอกมาก อาจจะปวดบริเวณต้นแขนด้านข้างด้วย เวลาหมุนแขน แขนจะเจ็บ กดจะเจ็บมาก
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงคล้ำ ฝ้าขาวบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจร จมฝืด หรือจมเล็ก
- เกิดจากกระทบลมเย็น
- อาการทางคลินิก : มีประวัติกระทบกับลมเย็น ปวดบริเวณข้อศอกด้านนอก เวลาหมุนแขน แขนจะเจ็บ กดจะเจ็บมาก
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดแดง ฝ้าขาวบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจร เล็ก

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน
สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการปวดข้อศอก ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้
- ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละอาการ
- กลุ่มอาการที่เกิดจากการไม่หมุนเวียนของเลือด โดยใช้ยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณในการทะลวงหลอดเลือด สลายเลือดคั่ง เพื่อรักษาอาการปวดข้อศอก
- กลุ่มที่เกิดจากลมเย็นมากระทบ โดยใช้ยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณในการขับลมเย็น อุ่นเส้นลมปราณ เพื่อรักษาอาการปวดข้อศอก
- การฝังเข็ม ฝังเข็มตามบริเวณที่มีอาการเจ็บปวด และจุดฝังเข็มอื่นๆเพื่อปรับสมดุลร่างกายและลดอาการปวด เพื่อรักษาอาการปวดข้อศอก
- การนวดกดจุด เพื่อปรับสมดุลให้เลือดลมไหลเวียนสะดวกขึ้น คลายกล้ามเนื้อบริเวณแขน เพื่อรักษาอาการปวดข้อศอก
- การครอบแก้ว ใช้เข็มสะกิดผิวหนังบริเวณข้อศอกที่มีการปวด แล้วครอบแก้วประมาณ5นาที เพื่อรักษาอาการปวดข้อศอก
- การรมยา เพื่อเพิ่มความอุ่น ขับลมเย็น เพิ่มการหมุนเวียนบริเวณที่ปวด เพื่อรักษาอาการปวดข้อศอก




คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน
- หลีกเลี่ยงการทำงานหนักเป็นเวลานาน หรือทำอะไรที่ต้องขยับข้อมือขึ้นลงซ้ำๆ กระดกข้อมือแรงๆและกำมือแน่นๆ เช่น การบิดผ้าแรงเกินไป
- กรณีที่เป็นนักกีฬาเทนนิส ควรฝึกตีเทนนิสอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้น ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อที่ใช้ในการตีเทนนิส ให้ทำการอบอุ่นร่างกายและยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายและออกกำลังอย่างไม่หักโหม ออกกำลังกายอย่างเพียงพอไม่หนักเกินไป ถ้ามีการบาดเจ็บให้หยุดพัก อุปกรณ์เทนนิสควรเลือกขนาดด้ามจับที่เหมาะสม ใช้หน้าไม้ Tennis ขนาดใหญ่ ใช้เอ็นที่ขึงไม่ตึงเกินไป
- ในคนทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ใช้แขนมากๆ ควรพักบ่อยๆเพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบาดเจ็บ บริหารด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นประจำ
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง ควรนอนก่อน 22.00 น.
- ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-3 ลิตร โดยใช้การจิบเรื่อยๆทั้งวัน
อาหารที่ช่วยบำรุงกระดูกและเส้นเอ็น
คลายกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด อีกทั้งยังช่วยบำรุงตับ ไต กระเพาะ ม้ามด้วย
ส่วนประกอบ
- ถั่วเขียว ประมาณ 100 กรัม
- ลูกเดือย ประมาณ 100 กรัม
- ขิงแก่ 3-4 แผ่นบางๆ
- น้ำสะอาด 2 ลิตร
วิธีทำ
- นำลูกเดือยมาล้างให้สะอาด โดยใส่เกลือลงไปและขัดๆถูๆ หลังจากนั้นล้างน้ำจนสะอาด แช่น้ำทิ้งไว้ 4-5 ชั่วโมง หรือแช่ค้างคืนก็ได้เพื่อให้ลูกเดือยนิ่มและต้มสุกได้เร็วขึ้น
- นำถั่วเขียวมาล้างให้สะอาด แช่น้ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง
- เทน้ำใส่หม้อ ใส่ลูกเดือย ใส่ขิง ตั้งไฟปานกลาง ต้มจนเดือด หลังจากนั้นใส่ถั่วเขียวลงไป ต้มต่ออีกประมาณ 30 นาที หรือจนลูกเดือยและถั่วเขียวนิ่ม ถ้าบางคนชอบหวานก็สามารถใส่หล่อฮั้งก้วยหรือหญ้าหวาน เพื่อเพิ่มความหวานจากธรรมชาติ