แมะตรวจชีพจร

แมะ

การแมะ 脉诊

ตำแหน่งของการแมะหรือตรวจชีพจรจะอยู่บริเวณข้อมือด้านในทั้ง 2 ข้าง โดยวางทั้ง 3 นิ้วเรียงติดกันที่ตำแหน่ง ชุ่น กวน ฉื่อ ตำแหน่งของชีพจรจะมี 3 ตำแหน่งในแต่ละข้าง สามารถตรวจสอบบ่งชี้ประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายได้ดังนี้

จุดข้อมือซ้าย

ตำแหน่งชุ่น

=

หัวใจและลำไส้เล็ก

ตำแหน่งกวน

=

ตับและถุงน้ำดี

ตำแหน่งฉื่อ

=

ไตอินและกระเพาะปัสสาวะ

จุดข้อมือขวา

ตำแหน่งชุ่น

=

ปอดและลำไส้ใหญ่

ตำแหน่งกวน

=

ม้ามและกระเพาะอาหาร

ตำแหน่งฉื่อ

=

ไตหยาง (มิ่งเหมิน)

ชีพจรแบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ

ชีพจรของคนปกติ

โดยทั่วไปการเต้นของชีพจรจะไม่ใหญ่ ไม่เกิน ไม่เล็ก ไม่ผิว ไม่ลึก ไม่เร็ว ไม่ช้า ขณะที่หายใจเข้าออกเต้น 4 หรือ 5 จังหวะสม่ำเสมอ แต่ชีพจรของคนปกติอาจเปลี่ยนไปตามอายุ เพศ เวลา ร่างกาย และสภาวะทางจิตใจได้ เช่น ชีพจรของเด็กจะเต้นไวกว่าผู้ใหญ่ ชีพจรของผู้หญิงเต้นเร็วกว่าผู้ชาย คนแข็งแรงคนที่ทำงานหนักชีพจรจะใหญ่และเต้นเร็ว คนที่ทำงานเบาใช้สมองชีพจรจะเล็กและไม่มีแรง หลังจากออกกำลังกายใหม่ๆ ชีพจรจะเต้นเร็ว คนที่นอนหลับเพิ่งตื่นหรือพักผ่อนมากชีพจรจะเต้นช้า เป็นต้น

ชีพจรของคนป่วย

แพทย์จีนโบราณได้ค้นพบว่าการเต้นของชีพจรคนที่ป่วยมีลักษณะการเต้นที่แตกต่างกันมากมายหลายแบบและซับซ้อน โดยได้แบ่งลักษณะการเต้นของชีพจรแบบต่างๆ มีทั้งหมด 28 แบบ ซึ่งการเต้นในแต่ละแบบแต่ละชนิดได้บ่งบอกถึงอาการ และชนิดของโรคที่เกิดขึ้นกับอวัยวะภายในของคนนั้นแตกต่างกันด้วย

เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยแยกสภาพคนไข้ตามกลุ่มอาการของโรค โดยจะแยกเป็น 4 กลุ่มอาการดังนี้

  • กลุ่ม 1 : อาการภายใน - ภายนอก
  • กลุ่ม 2 : อาการร้อน - เย็น
  • กลุ่ม 3 : อาการแกร่ง - พร่อง
  • กลุ่ม 4 : อาการอิน - หยาง

โดยการแยกสภาพคนไข้ตามกลุ่มอาการโรคนี้ เพื่อที่จะทำการวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องในการรักษาโรคได้ตรงจุด

1แมะตรวจชีพจร