ฝ้า
ฝ้า1

    ฝ้า (黄褐斑 Melasma) จะมีลักษณะเป็นรอยปื้นใหญ่ๆสีเข้มกว่าสีผิว โดยมีความเข้มหลายระดับตั้งแต่สีออกน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม มีหลายขนาดตั้งแต่ฝ้าขนาดเล็กไปจนถึงฝ้าขนาดใหญ่ ซึ่งหากไม่หาวิธีป้องกันจะทำให้ฝ้ามีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นเป็นวงกว้างจนฝังลึกลงไปในชั้นผิวมากขึ้น ฝ้าพบได้บ่อยในผู้หญิงโดยเฉพาะในสตรีที่ตั้งครรภ์ สตรีที่รับประทานยาหรือใช้ยาคุมกำเนิดและสตรีที่รับการรักษาด้วยฮอร์โมน หรือในคนที่สัมผัสแสงแดดบ่อยๆ สามารถพบได้ในผู้ชายเช่นเดียวกัน โดยมากพบมากในบริเวณหน้าผาก โหนกแก้มทั้งสองข้าง ขมับ เหนือริมฝีปาก และจมูก

สาเหตุการเกิดฝ้า

  • แสงแดด เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการเกิดฝ้าไม่ว่าจะเป็น UVA, UVB และ Visible light
   
  • ฮอร์โมน ซึ่งมีผลทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานมากขึ้น เช่น ในภาวะตั้งครรภ์ วัยหมดประจำเดือน การทานยาคุมกำเนิด หรือการใช้เครื่องสำอางที่มีฮอร์โมนเป็นส่วนผสม
   
  • พันธุกรรม เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องต่อการเกิดฝ้า มีรายงานว่าหากคนในครอบครัวเป็นฝ้าจะมีโอกาสที่จะเกิดฝ้าได้ถึง 50% เลยทีเดียว
 
  • ภาวะขาดโภชนาการ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเนื่องจากพบผื่นแบบฝ้าในผู้ที่มีการทำงานของตับผิดปกติ และผู้ที่ขาดวิตามินบี 12 เป็นต้น
 
  • เครื่องสำอาง ที่มีส่วนผสมของไฮโดรควินโนนอาจทำให้เกิดรอยดำคล้ายฝ้าได้

สาเหตุและกลไกการเกิดฝ้า

  • เกิดจากอารมณ์ไม่ปกติ จากอารมณ์ทั้ง 7 (โกรธ ดีใจ เสียใจ วิตกกังวล ครุ่นคิด กลัว ตกใจ) จากชี่ติดขัดนานวันทำให้เกิดเลือดคั่ง หากการคั่งเกิดที่บริเวณใบหน้าจะเกิดเป็นฝ้าขึ้น
  • เกิดจากความเหน็ดเหนื่อยเกินไปจนส่งผลต่อม้าม เมื่อม้ามอ่อนแอทำให้ไม่สามารถควบคุมน้ำให้ไหลลงล่างได้ น้ำจึงไหลย้อนขึ้นสู่ข้างบน เลือดลมไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงใบหน้าได้จึงเกิดเป็นฝ้า
  • เกิดจากจิงในไตเกิดสภาพเสียหาย มักเป็นผลจากทำงานเหนื่อยเกินไป เกิดไฟเผาผลาญอินในไต หรือจากการมีเพศสัมพันธ์มากเกินไปจนมีผลต่อจิงในไต ล้วนมีผลทำให้น้ำควบคุมไฟไม่พอ เกิดความร้อนพร่องขึ้นสู่เบื้องบน ไฟจะทำให้เกิดความแห้ง จึงเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า


%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A71

การเกิดฝ้าในทรรศนะแพทย์แผนจีน

    ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนมองว่า ฝ้าเกิดจากความเสียสมดุลของอวัยวะ 3 อวัยวะ ได้แก่ ตับ ม้ามและไต จึงส่งผลทำให้ชี่และเลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงใบหน้าได้เพียงพอ โดยสีและลักษณะของฝ้าที่แตกต่างกันสามารถบ่งบอกถึงความเสียสมดุลของอวัยวะภายในร่างกายได้

  • ฝ้าสีน้ำตาล ลักษณะของฝ้าสีน้ำตาล บ่งบอกถึงภาวะตับอั้นชี่ติดขัด ลักษณะของฝ้ามีสีน้ำตาลอาจมีสีเข้มหรืออ่อนก็ได้ ขอบเขตฝ้าชัดเจน มีลักษณะสมมาตรทั้งสองฝั่งของใบหน้า ลักษณะฝ้าคล้ายรูปแผนที่ มักพบบริเวณรอบๆโหนกแก้มทั้งสองข้าง ผู้ป่วยมักมีความเครียดสะสม วิตกกังวล นอนไม่หลับ ฝันบ่อย ปากขม ชอบถอนหายใจ ในผู้หญิงอาจพบภาวะประจำเดือนผิดปกติ ปวดท้องประจำเดือน มีลิ่มเลือด เจ็บคัดหน้าอกร่วมด้วย
  • ฝ้าสีเทา ลักษณะของฝ้าชนิดนี้มักเกิดจากชี่ติดขัดเลือดคั่ง โดยฝ้าจะมีสีเทาอ่อนไปจนถึงเทาเข้ม ผู้ป่วยมักมีอาการหงุดหงิดง่าย ขี้โมโห เจ็บเสียดชายโครง แน่นหน้าอก ปวดท้องประจำเดือน ประจำเดือนมีลิ่มเลือดร่วมด้วย
  • ฝ้าสีเหลือง ลักษณะของฝ้าชนิดนี้เกิดจากม้ามพร่องมีความชื้นสะสม โดยลักษณะของฝ้าที่เกิดขึ้นมักเป็นสีเหลืองอ่อน ในบางรายอาจเป็นสีเหลืองออกเทาคล้ายฝุ่นเกาะอยู่บริเวณใบหน้า ขอบเขตของฝ้าไม่ชัดเจน มักพบฝ้าบริเวณข้างจมูก หน้าผาก หรือรอบๆบริเวณปาก ผู้ป่วยมักมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย แน่นท้อง ไม่อยากอาหารหรือถ่ายเหลวเป็นประจำร่วมด้วย
  • ฝ้าสีน้ำตาลเข้มดำ ลักษณะของฝ้าชนิดนี้เกิดจากอินตับและไตพร่อง โดยฝ้าที่พบจะเป็นปื้นสีน้ำตาลเข้มออกดำ รูปร่างไม่แน่นอน ลักษณะคล้ายผีเสื้อ มีขอบเขตฝ้าชัดเจน มักพบบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง หน้าหู และบริเวณขมับทั้งสองข้าง สีหน้าหมองคล้ำ ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเข่าเมื่อยเอว เวียนศีรษะตาลาย มีเสียงในหู ประจำเดือนมาไม่ปกติ นอนไม่หลับ ฝันเยอะ มือเท้าร้อนร่วมด้วย


การแบ่งชนิดของฝ้า

สามารถแบ่งชนิดฝ้าตามสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้าต่างๆได้ดังนี้

  • ฝ้าเลือด ในทางการแพทย์เรียกว่า Vascular Melasma หรือ Telangiectetic Melasma เป็นฝ้าเกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดฝอยบนผิวหน้า ผลมาจากการใช้เครื่องสำอาง หรือยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแตกและมีเลือดกระจุกบริเวณพังผืดใต้ผิวหนังชั้นลึก โดยฝ้าจะมีสีน้ำตาลแดงจัดเป็นฝ้าที่รักษายาก ฝ้าเลือดพบในเพศหญิงได้มากกว่าเพศชายเนื่องจากเป็นฝ้าที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเป็นหลัก
   
  • ฝ้าแดด ฝ้าที่เกิดจากแสงแดด การโดนแสงแดดโดยตรงและโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้เกิดฝ้าแดดได้ง่าย ซึ่งแสงแดดเป็นอันตรายต่อผิวเพราะแสงแดดมีรังสี UVA และ UVB ที่ส่งตรงมายังผิวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งรังสี UVA ที่มีความยาวคลื่นมากกว่าจึงส่งผลไปถึงชั้นผิวที่ลึกกว่าทำให้เกิดฝ้าแดดได้
 
  • ฝ้าตื้น (Epidermal type) เกิดขึ้นบริเวณชั้นหนังกำพร้า มีสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงสีเทาดำ ฝ้าชนิดนี้จะเห็นขอบเขตของการเกิดฝ้าได้ชัดเจน
  • ฝ้าลึก (Dermal type) เกิดขึ้นบริเวณชั้นหนังแท้ใต้หนังกำพร้า มีสีน้ำตาลอ่อน สีเทา สีเทาอมฟ้า มีขอบเขตของฝ้าไม่ชัดเจน สังเกตได้ว่าฝ้าชนิดนี้จะกลืนไปกับผิวหน้าเป็นบริเวณกว้าง
 
  • ฝ้าผสม (Mixed type) เป็นการผสมของฝ้าทั้งสองแบบ ลักษณะจะเป็นสีเข้มแต่ขอบจาง ต้องรักษาด้วยวิธีหลายแบบรวมกันทั้งฝ้าลึกและฝ้าตื้น

การจำแนกกลุ่มเพื่อการรักษา

กลุ่มตับติดขัด

  • อาการทางคลินิก : มักจะเกิดในสตรีที่มีประวัติมีบุตรยากหรือประจำเดือนไม่ปกติ ในผู้ชายมักมีประวัติป่วยจากโรคตับ ขนาดของฝ้าไม่แน่นอนและขอบจะชัดเจน มีรูปร่างเหมือนแผนที่หรือเป็นรูปผีเสื้อ อารมณ์หงุดหงิดจะยิ่งเกิดฝ้ามากขึ้น คัดหน้าอก โกรธง่าย ปากขม เบื่ออาหาร ก่อนประจำเดือนมาสีของฝ้าจะเข้มขึ้น 
    
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นมีฝ้าขาวบางๆเคลือบ
    
  • หลักการรักษา : ปรับการกระจายชี่ของตับ เพิ่มการไหลเวียน สลายการคั่ง ขจัดฝ้า

กลุ่มม้ามชื้น

  • อาการทางคลินิก : ฝ้าดูเป็นแผ่นปื้นใหญ่ อาจลามไปถึงหน้าผาก ปีกจมูก รอบปาก หากเกิดอาการร้อนชื้นใบหน้าจะค่อนข้างมันเหมือนหน้าไม่สะอาดตลอดเวลา รู้สึกเหมือนมีคราบหนาจับอยู่ หากค่อนไปทางชี่พร่องจะมีอาการอิดโรย ไม่มีแรง มีอาการตกขาวมากหรือเป็นสีเหลือง ท้องอืด เบื่ออาหาร รูปร่างบวมท้วม
   
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นสีซีด
    
  • หลักการรักษา : เสริมม้าม บำรุงชี่ ระบายชื้น ขจัดฝ้า

กลุ่มไตอินพร่อง

  • อาการทางคลินิก : สีของฝ้าจะเข้มจนดำ สีหน้าดูหมองคล้ำ ผิวแห้ง รูปร่างผอม เมื่อยเอว เมื่อยเข่า ฝันมาก วิงเวียน
   
  • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง
   
  • หลักการรักษา : เสริมอินของไต ลดไฟ ช่วยให้เลือดเย็น สลายการคั่ง ขจัดฝ้า

DALL·E2024-03-0911

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาฝ้า ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้

ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100%

    ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น

  • กลุ่มตับติดขัด ให้ยาที่มีสรรพคุณปรับการกระจายชี่ของตับ เพิ่มการไหลเวียน สลายการคั่ง ขจัดฝ้า
 
  • กลุ่มไตพร่อง ให้ยาที่มีสรรพคุณเสริมอินของไต ลดไฟ ช่วยให้เลือดเย็น สลายการคั่ง ขจัดฝ้า

การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย

    ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น

  • กลุ่มม้ามชื้น ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณเสริมม้าม บำรุงชี่ ระบายชื้น ขจัดฝ้า
 
  • กลุ่มตับติดขัด ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณปรับการกระจายชี่ของตับ เพิ่มการไหลเวียน สลายการคั่ง ขจัดฝ้า

ฝังเข็มหน้า2

ข้อแนะนำ

  • หลีกเลี่ยงแดดจัด โดยเฉพาะแดดในฤดูร้อน ควรใช้หมวก ร่ม และทาครีมกันแดดคุณภาพดีที่เหมาะสมกับสภาพผิว
 
  • รับประทานผักผลไม้ที่มีส่วนประกอบของวิตามินซีสูง เช่น มะเขือเทศ หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส ช่วยลดเลือนรอยฝ้าบนใบหน้าได้
  
  • งดทานอาหารรสจัด เช่น อาหารเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด และควรงดอาหารมัน ทอด ปิ้ง ย่าง
   
  • หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีสารเคมี และสารสเตียรอยด์
    
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนก่อน 22:00 น.
   
  • ไม่ควรวิตกกังวลหรือเครียดมากจนเกินไป
 
  • ทานน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ วันละ 2 - 3 ลิตร โดยใช้การจิบเรื่อยๆทั้งวัน

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่นๆ

%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A21