ไหล่ติด ปวดไหล่
หากเริ่มมีอาการปวดไหล่ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ในผู้ที่มีอาการปวดไหล่เรื้อรัง หรือมีอาการไหล่ติด และไม่สามารถใช้งานไหล่ได้อย่างปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเกิดจากมีเส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด หรือโรคเอ็นกล้ามเนื้อไหล่อักเสบหากไม่รีบรักษาอาจมีภาวะข้อไหล่ติดได้
ตามหลักกายวิภาคศาสตร์ ข้อไหล่ประกอบขึ้นจากกระดูก 3 ส่วน คือ
- กระดูกท่อนแขนด้านบน (Humerus)
- กระดูกสะบัก (Scapular)
- กระดูกไหปลาร้า (Clavicle)
ข้อไหล่ (ห้วกระดูกและเบ้า) จะอยู่ด้วยกันได้ด้วยตัวเยื่อหุ้มข้อ (Capsule) และเส้นเอ็นไหล่ (Rotator Cuff) ตัวเส้นเอ็น Rotator Cuff ประกอบขึ้นจากกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น 4 มัดมาประกอบกันเป็นแผงโอบหุ้มข้อไหล่ ทำหน้าที่ให้ความมั่นคงกับข้อไหล่และเป็นแกนหมุนและยกหัวไหล่ นอกจากนี้ยังมีถุง (Bursa) ซึ่งให้ความหล่อลื่นและป้องกันการเสียดสีของเส้นเอ็น Rotator Cuff กับกระดูกส่วนบนของไหล่ (Acromion) เมื่อมีการอักเสบของเส้นเอ็นหรือมีการฉีกขาดของเส้นเอ็น Rotator Cuff ตัวถุง (Bursa) นี้ก็จะมีภาวะอักเสบและมีอาการเจ็บเกิดขึ้นด้วย ข้อไหล่ของเราจะมีสิ่งที่เรียกว่าเส้นเอ็นกล้ามเนื้อไหล่พาดผ่านข้อไหล่อยู่ ทำหน้าที่ในการขยับแขน เช่น ยก กาง บิด หมุนแขน ซึ่งถ้าเอ็นกล้ามเนื้อเหล่านี้เกิดการอักเสบขึ้น จะทำให้เกิดอาการปวดไหล่ ปวดด้านหน้า ด้านข้างหรือด้านหลัง โดยจะปวดมากขณะขยับแขน ยกแขน กางแขน หรือหมุนแขนสุด บางครั้งอาจปวดร้าวไปยังต้นแขนได้ รวมทั้งอาจจะมีลักษณะการอักเสบ เช่น ปวด บวม แดง ร้อนร่วมด้วย บางครั้งอาจปวดมากในเวลากลางคืน แต่ยังสามารถขยับแขนได้สุดการเคลื่อนไหว แต่จะมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย

โรคที่เกี่ยวกับข้อไหล่ที่พบได้บ่อย
โรคเกี่ยวกับข้อไหล่ที่พบมากและควรรู้ไว้เพื่อจะได้ทำการรักษาได้ทัน ได้แก่
โรคเอ็นกล้ามเนื้อไหล่อักเสบ
สาเหตุของการเกิดเอ็นกล้ามเนื้อไหล่อักเสบ เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เกิดจากการใช้งานหรือขยับแขนในลักษณะเดิมซ้ำๆ เช่น กิจกรรมที่ต้องยกแขนสูงซ้ำๆ กิจกรรมหนักที่ต้องใช้แรงในการยกแขนซ้ำๆ กิจกรรมที่มีการบิดหมุนแขนซ้ำๆ หรืออาจเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบของเอ็นกล้ามเนื้อไหล่ และอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญคือการนอนตะแคงด้านใดด้านหนึ่งซ้ำๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการกดเบียดเสียดสีระหว่างเอ็นกล้ามเนื้อ กับกระดูกข้อไหล่และเกิดอาการอักเสบตามมา
โรคเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด
เมื่อเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาดแล้วจะไม่สมานกันเองตามธรรมชาติ ขนาดของรอยขาดจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไปหากปล่อยทิ้งไว้ เส้นเอ็นที่ขาดจะหดตัวและไม่สามารถเย็บซ่อมได้อีก ซึ่งอาจทำให้มีข้อไหล่เสื่อมตามมาในอนาคต สาเหตุอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่
- เอ็นไหล่ขาดเกิดจากความเสื่อมของเส้นเอ็นตามอายุที่มากขึ้น ส่วนใหญ่พบในคนไข้อายุ 50 ปีขึ้นไป
- เอ็นไหล่ขาดเกิดจากอุบัติเหตุ เช่นการหกล้ม หรือการเหวี่ยงสะบัดแขนแรงๆ
- เอ็นไหล่ขาดจากการกดทับของกระดูกอะโครเมียน ทำให้เกิดการเสียดสีกันระหว่างกระดูกและเส้นเอ็นไหล่
โรคข้อไหล่ติด
สาเหตุของข้อไหล่ติดเกิดจากการที่ถุงหุ้มข้อไหล่ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่อยู่รอบข้อไหล่เกิดการอักเสบการยึดติด และการสร้างแถบเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ ทำให้ข้อไหล่ขยับได้น้อยลงและมีอาการปวดอาการข้อไหล่ติดมักจะมีอาการปวดเจ็บตื้อๆ โดยอาการปวดจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวอาการที่เด่นชัดคือไม่สามารถขยับข้อไหล่ได้มีอาการปวดเวลานอนทับ หรือในเวลากลางคืนอาการของโรคข้อไหล่ติดมี 3 ระยะ ได้แก่
- ระยะที่ 1 ระยะเจ็บปวด อาการเจ็บปวดจะค่อยๆเพิ่มขึ้น อาจมีอาการปวดแม้ไม่ได้ทำกิจกรรมระยะนี้มักปวดนาน 6 สัปดาห์ ถึง 9 เดือนมุมการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ลดลง
- ระยะที่ 2 ระยะข้อยึด อาการปวดระยะแรกยังคงอยู่ แต่จะอาการปวดลดลง การเคลื่อนไหวของข้อไหล่ลดลงอย่างชัดเจน โดยทั่วไประยะนี้อาจนาน 4-9 เดือน หรืออาจนานกว่านี้ก็ได้
- ระยะที่ 3 ระยะฟื้นตัว อาการปวดจะลดลง และการเคลื่อนไหวของข้อไหล่จะค่อยๆดีขึ้นในช่วง 5 เดือน ถึง 2 ปี

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค
- ลมเย็นชื้นพัดมากระทบหัวไหล่ เส้นลมปราณหดเกร็งทำให้ปวด
- ได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ ลมปราณและเลือดติดขัดคั่งทำให้ปวด
- ลมปราณและเลือดพร่อง เส้นเอ็นและกระดูกอ่อนแอ ใช้งานมากๆ มีผลกระทบทำให้ลมปราณและเลือดติดขัดคั่ง
การจำแนกกลุ่มการรักษาทางการแพทย์แผนจีน
กลุ่มอาการลมเย็นชื้นมากระทบ
- ลักษณะอาการ : ปวดร้าวในหัวไหล่ ถูกลมเย็นยิ่งปวด ถูกความอบอุ่นจะดีขึ้น กลัวลม กลัวหนาว หรือรู้สึกหนักในหัวไหล่
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าขาวบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงลื่นหรือตึงแน่น
- หลักการรักษา : ขับลม ขับไล่ความเย็น ระบายความชื้น ทะลวงเส้นลมปราณ
กลุ่มอาการลมปราณติดขัดเลือดคั่ง
- ลักษณะอาการ : ไหล่บวมตึง กดเจ็บ ปวดมากตอนกลางคืน
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นคล้ำหรือมีจุดเลือดคั่ง ฝ้าขาวหรือเหลือง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงหรือละเอียดฝืด
- หลักการรักษา : ไหลเวียนเลือด ยุบบวม ระงับปวด
กลุ่มอาการลมปราณและเลือดพร่อง
- ลักษณะอาการ : ปวดเมื่อยไหล่ ออกแรงใช้หัวไหล่แล้วยิ่งปวด อาจมีอาการวิงเวียน ตาลาย หายใจขัด อ่อนเพลีย ใจสั่น นอนไม่หลับ แขนขาไม่มีแรง ร่วมด้วย
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าน้อยหรือขาว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดไม่มีแรงหรือจม
- หลักการรักษา : บำรุงลมปราณและเลือด ไหลเวียนลมปราณและเลือด ระงับปวด
การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน
สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการไหล่ติดปวดหัวไหล่ ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้
ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100%
ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
- กลุ่มอาการลมเย็นชื้นมากระทบ ให้ยาที่มีสรรพคุณขับลม ขับไล่ความเย็น ระบายความชื้น ทะลวงเส้นลมปราณ รักษาอาการไหล่ติดปวดหัวไหล่
- กลุ่มอาการลมปราณและเลือดพร่อง ให้ยาที่มีสรรพคุณบำรุงลมปราณและเลือด ไหลเวียนลมปราณและเลือด ระงับปวด รักษาอาการไหล่ติดปวดหัวไหล่
การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย
ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
- กลุ่มอาการลมปราณติดขัดเลือดคั่ง ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณไหลเวียนเลือด ยุบบวม ระงับปวด รักษาอาการไหล่ติดปวดหัวไหล่
- กลุ่มอาการลมเย็นชื้นมากระทบ ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณขับลม ขับไล่ความเย็น ระบายความชื้น ทะลวงเส้นลมปราณ รักษาอาการไหล่ติดปวดหัวไหล่

การบริหารข้อไหล่
ก่อนการบริหารควรประคบไหล่ด้วยความร้อน เช่น ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนประคบนาน ประมาณ 15 นาทีแล้วค่อยเริ่มบริหารด้วยท่าต่างๆดังต่อไปนี้
- แกว่งแขน โดยเอาแขนดีเท้าบนโต๊ะ ก้มตัวลงให้แขนข้างเจ็บห้อยลง ค่อยๆแกว่งแขนไปข้างหน้า ข้างหลัง ข้างใน ออกข้างนอก แกว่งเป็นวงกลมตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกา ทำครั้งละ 5 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
- ใช้นิ้วไต่ฝาผนัง ท่ายืนตรง แขนเหยียด เอานิ้วแตะข้างฝา ไต่ฝาผนังขึ้น – ลง ทั้งในท่ายืนหันหน้าเข้าฝาและยืนหันข้างเข้าฝา ค่อยๆเพิ่มความสูงของนิ้วมือขึ้นเรื่อยๆ ทำครั้งละ 5 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
- ท่าดึงแขนด้านหลังโดยใช้ผ้าขนหนู ท่ายืนตรงใช้ผ้าเช็ดตัวพาดบ่า มือจับปลายผ้าทั้ง 2 ข้าง แขนดีอยู่ข้างหน้าแขนปวดอยู่ข้างหลัง ค่อยๆใช้แขนดีดึงผ้าขึ้นลง สลับใช้แขนดีอยู่ข้างหลังแขนปวดอยู่ข้างหน้า ทำท่าละ 10 ครั้ง วันละ 2-3 รอบ
คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน
- ควรงดอาหารมัน ทอด ปิ้ง ย่าง
- ไม่ควรนอนดึก ไม่ควรนอนเกิน 22.00 และควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
- ควรงดน้ำเย็น
- ควรดื่มน้ำอุณหภูมิห้องวันละ 3 ลิตรโดยใช้การจิบทุกๆ 10 นาที
- ควรทานอาหารประเภทแคลเซียมจากธรรมชาติ เช่น งาดำ ลูกเดือย
- ควรทานอาหารประเภทแมกนีเซียมจากธรรมชาติ เช่น เมล็ดฟักทอง กล้วย
อาหารที่ช่วยบำรุงกระดูกและเส้นเอ็น
คลายกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด อีกทั้งยังช่วยบำรุงตับ ไต กระเพาะ ม้ามด้วย
ส่วนประกอบ
- ถั่วเขียว ประมาณ 100 กรัม
- ลูกเดือย ประมาณ 100 กรัม
- ขิงแก่ 3-4 แผ่นบางๆ
- น้ำสะอาด 2 ลิตร
วิธีทำ
- นำลูกเดือยมาล้างให้สะอาด โดยใส่เกลือลงไปและขัดๆถูๆ หลังจากนั้นล้างน้ำจนสะอาด แช่น้ำทิ้งไว้ 4-5 ชั่วโมง หรือแช่ค้างคืนก็ได้เพื่อให้ลูกเดือยนิ่มและต้มสุกได้เร็วขึ้น
- นำถั่วเขียวมาล้างให้สะอาด แช่น้ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง
- เทน้ำใส่หม้อ ใส่ลูกเดือย ใส่ขิง ตั้งไฟปานกลาง ต้มจนเดือด หลังจากนั้นใส่ถั่วเขียวลงไป ต้มต่ออีกประมาณ 30 นาที หรือจนลูกเดือยและถั่วเขียวนิ่ม ถ้าบางคนชอบหวานก็สามารถใส่หล่อฮั้งก้วยหรือหญ้าหวาน เพื่อเพิ่มความหวานจากธรรมชาติ
ท่าบริหารแก้อาการไหล่ติด
- ท่าดึงผ้าขนหนู
- วิธีบริหาร => ใช้ผ้าขนหนูถือไว้ด้านหลัง มือข้างล่างคือแขนข้างที่เจ็บ จับปลายผ้าขนหนูไว้ มือข้างบนจับผ้าขนหนูพร้อมดึงขึ้น ค้างไว้ 10 วินาที ทำ 15-20 ครั้
- ท่าไต่กำแพง
- วิธีบริหาร =>> ยืนหันหน้าเข้ากำแพง เหยียดแขนให้ตึง ศอกไม่งอ ค่อยๆ ใช้นิ้วไต่ขึ้นเท่าที่ไหว ถ้ารู้สึกยังไม่ตึง สามารถขยับเข้าไปชิดกำแพงอีกได้ เมื่อตึงแล้วให้ค้างไว้ 20 วินาที แล้วค่อยๆ ไต่ลงจากกำแพง จังหวะไต่ลงสามารถงอศอกได้ ทำซ้ำ 15 ครั้ง จากนั้นให้ทำด้านข้างแบบเดียวกัน ทำ 15 ครั้ง
- ท่ายืดสไลด์แขนบนโต๊ะ
- วิธีบริหาร =>นั่งหันข้างเข้าโต๊ะ กางแขนและวางแขนบนโต๊ะ เอนตัวค่อยๆ สไลด์แขนบนโต๊ะ ยืดค้างไว้ 20 วินาที ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง
- ท่านอนยืดแขนเหนือศีรษะ
- วิธีบริหาร => นอนหงาย เหยียดแขนข้างที่เจ็บให้ตรง ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ โดยใช้มืออีกข้างช่วยดันศอกขึ้นจนสุด ยืดค้างไว้ 20 วินาที ทำ 3-5 ครั้ง
- วิธีบริหาร => นอนหงาย เหยียดแขนข้างที่เจ็บให้ตรง ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ โดยใช้มืออีกข้างช่วยดันศอกขึ้นจนสุด ยืดค้างไว้ 20 วินาที ทำ 3-5 ครั้ง
นวดกดจุดแก้อาการไหล่ติด
- จุดเจียนเฉียน (肩前穴)
- ตำแหน่ง : อยู่เหนือปลายรอยพับด้านหน้ารักแร้ 1 ชุ่น (1 ข้อนิ้วโป้งวางทาบ)
- จุดเจียนอวี๋ (肩髃穴)
- ตำแหน่ง : เมื่อยกแขนขึ้น ที่ข้อไหล่ระหว่างกระดูกต้นแขนกับยอดไหล่ จะปรากฏรอยบุ๋ม 2 รอย รอยบุ๋มด้านหน้าคือ จุดเจียนอวี๋
- จุดเจียนเหลียว (肩髎穴)
- ตำแหน่ง : ยกแขนขึ้นมา จะปรากฏรอยบุ๋มบนหัวไหล่ด้านหลัง
- วิธีนวดกดจุด : ใช้นิ้วนวดกดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 2-3 นาที