เกาต์
เกาต์

โรคเกาต์ (Gout, 痛风)

    โรคเกาต์ เป็นอาการอักเสบชนิดหนึ่งแต่เป็นประเภทไม่ติดเชื้อ เกิดจากการที่ร่างกายมีกรดยูริกอยู่ในร่างกายและมีกรดยูริกในระบบเลือดมากเกินไป เป็นระยะเวลานาน จนทำให้ยูริกดังกล่าวเกิดการจับตัวเป็นก้อนผลึก ทำให้ผลึกดังกล่าวไปเกาะตามกระดูกและข้อต่างๆทำให้เกิดการปวดระคายเคือง
    ผู้ที่เป็นโรคเกาต์มักจะมีอาการปวดตามข้อโดยมากมักเป็นนิ้วหัวแม่เท้า ในบางรายอาจเป็นข้อมือ ข้อเข่าหรือจุดอื่นๆ นอกจากนี้พบว่าโรคเกาต์มักจะเกิดในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงอีกด้วย           

กรดยูริกคืออะไร

   กรดยูริก (Uric Acid) เกิดจากการที่ร่างกายทำการสลาย “สารพิวรีน (purine)” ในร่างกาย ซึ่งสารพิวรีนเกิดจากการสลายตัวของเซลล์ในร่างกาย และเกิดจากการสังเคราะห์จากการทานอาหารประเภทต่างๆ โดยเฉพาะอาหารประเภทโปรตีน เพื่อนำไปให้เซลล์ต่างๆ ใช้ในการทำกิจกรรมระหว่างวัน ผลจากการที่นำสารพิวรีนไปใช้ ทำให้เกิดสารที่เหลือเรียกว่า "กรดยูริก"
    โดยทั่วไปร่างกายจะสามารถขับกรดยูริกได้เองผ่านทางระบบทางเดินอาหารส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งขับออกทางไต ดังนั้นหากสภาพร่างกายเป็นปกติจะสามารถขับกรดยูริกได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ แต่โดยมากผู้ป่วยที่เป็นโรคเกาต์มักจะมีอาการขับกรดยูริกได้ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะทางไตซึ่งเป็นทางออกส่วนใหญ่ของกรดยูริก

กรดยูริค1

อาหารที่มีสารพิวรีน (purine)

    จากที่กล่าวมาโรคเกาต์มีความสัมพันธ์กับสารพิวรีน ซึ่งสารพิวรีนนอกจากร่างกายจะสามารถสังเคราะห์ได้เองแล้วยังสามารถได้จากการทานอาหารดังนี้

  • อาหารประเภทเครื่องในสัตว์ เช่น ตับไก่ ตับหมู ไต ไส้
  • อาหารประเภทสัตว์ปีก เช่น ไก่ เป็ด นก
  • อาหารประเภทยอดผักต่างๆ เช่น ยอดกระถิน ยอดชะอม ยอดสะเดา 
  • อาหารประเภทสัตว์มีเปลือก เช่น กุ้ง ปู หอยต่างๆ
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ เบียร์

อาการของโรคเกาต์

  • มีอาการปวดอย่างรุนแรงตามข้อโดยสามารถเป็นได้กับทุกข้อ เช่น ข้อศอก หัวเข่า ข้อมือ ข้อเท้า โดยมากจะเป็นที่นิ้วหัวแม่เท้าและบริเวณเท้า
  • มีอาการไขข้ออักเสบคือ มีอาการข้อต่อแดง มีอาการแสบร้อน บวม
  • มักมีอาการปวดข้อในเวลากลางคืน โดยเฉพาะเวลาอากาศเย็น
  • มีอาการเจ็บข้อทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวก
  • ในบางรายอาจมีไข้
  • มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

สาเหตุการเกิดโรคเกาต์

  • การดื่มแอลกอฮอล์มากเพราะการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากทำให้ตับและไตทำงานประสิทธิภาพลดลง ซึ่งมีผลต่อการขับยูริกในร่างกายทำให้ระยะยาวเกิดยูริกสะสมในร่างกายมากจนเป็นโรคเกาต์ได้
  • การทานอาหารที่มีสารพิวรีน (สารตั้งต้นที่ทำให้เกิดกรดยูริก) มากเกินไปเพราะเนื่องจากคนที่เป็นโรคเกาต์จะมีภาวะขจัดกรดยูริกได้ยากหากทานอาหารที่มีสารพิวรีนมาก ย่อมทำให้เกิดการสะสมของกรดยูริกมากทำให้อาการเกาต์กำเริบได้
  • การทานยาที่ส่งผลต่อกรดยูริกในร่างกาย เช่น เคมีบำบัดบางชนิด ยาขับปัสสาวะและอื่นๆ เป็นผลให้ยูริกเกิดการเกินหรือขจัดออกยาก 
  • อาการผิดปกติต่างๆของร่างกาย เช่น โรคสะเก็ดเงิน ความดัน เบาหวาน เป็นต้น ซึ่งโรคต่างๆเหล่านี้ทำให้การสร้างและขจัดกรดยูริกในร่างกายเกิดความผิดปกติ

แอลกอฮอล์สุรา4

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคทางการแพทย์แผนจีน

  • เกิดจากลมร้อนชื้น (风湿热)  
    • ลักษณะอาการ : มักมีอาการอักเสบเฉียบพลันมักเกิดเวลากลางคืน มีไข้ร่วม กระหายน้ำ แน่นหน้าอก ปวดหัว เหงื่อออก ปัสสาวะเข้ม ท้องผูก
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นมีฝ้าเหลืองหนา
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นและเร็ว
  • เกิดจากลมเย็นชื้น (风寒湿)  
    • ลักษณะอาการ : ข้อบวม อักเสบ เคลื่อนไหวข้อลำบาก บวมตามข้อ ถ้าเกิดจากลมเป็นหลักตำแหน่งของข้อที่อักเสบจะเปลี่ยน ถ้าเกิดจากความเย็นเป็นหลักจะปวดอักเสบมากและเป็นเฉพาะที่ ถ้าเกิดจากความชื้นมากข้อจะหนักไม่เปลี่ยนตำแหน่ง มีอาการชาร่วมด้วย
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นมีฝ้าขาว
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็กตึง
  • เกิดจากเสมหะอุดตัน (痰阻)   เป็นระยะข้ออักเสบเร้อรัง 
    • ลักษณะอาการ : ข้อผิดรูป มีอาการบวมตามข้อมากจนทะลุออกมา ผิวหนังเปลี่ยนสี
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดและใหญ่หรือเป็นสีม่วงคล้ำ ฝ้าขาวบางหรือหนา
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงหรือลึกและหยาบ

สมุนไพรบรรเทาอาการเกาต์

  • เห็ดหลินจือ มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูการทำงานของไต และลดการอักเสบของไต เมื่อไตทำงานดีขึ้นทำให้ไตสามารถขับกรดยูริกออกจากร่างกายได้มากขึ้น ยิ่งควบคุมอาหารที่มีสารพิวรีนด้วยแล้วยิ่งทำให้บรรเทาอาการได้ดียิ่งขึ้น วิธีใช้ทานเป็นอาหาร หรือชงเป็นชา
  • ขมิ้นชัน จัดเป็นสมุนไพรประจำบ้านสรรพคุณครอบจักรวาล ซึ่งขมิ้นชันช่วยลดอาการอักเสบ ลดอาการปวดข้อ ทำให้อาการปวดข้อลดลงจึงเป็นผลดีต่อคนเป็นเกาต์ วิธีใช้ ทานเป็นอาหาร หรือทานสด
  • ชาตะไคร้ใบเตย นำตะไคร้ 4-5 ต้น ใบเตย 2-3 ใบ ล้างน้ำให้สะอาด นำไปต้มในน้ำปิดฝาประมาณ 30 นาที ดื่มแทนน้ำประมาณ 1 สัปดาห์ ช่วยล้างกรดยูริกในกระแสเลือด แต่การทานสมุนไพรนี้มีผลให้ปัสสาวะบ่อย 

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละอาการ เช่น 
    • อาการโรคเกาต์ตามกลุ่มอาการลมร้อนชื้น ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ แก้ปวด ขับร้อน ขับชื้น ขจัดลม รักษาโรคเกาต์
    • อาการตามกลุ่มลมเย็นชื้น และม้ามพร่อง ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ แก้ปวด ขจัดลม เพิ่มความอบอุ่น ขจัดความเย็น ขับชื้น อบอุ่นเส้นลมปราณ บำรุงม้าม รักษาโรคเกาต์
  • ฝังเข็มตามกลุ่มอาการ ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามกลุ่มอาการ เช่น
    • อาการโรคเกาต์ตามกลุ่มอาการเสมหะอุดตัน ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ แก้ปวด สลายเสมหะ เพิ่มการหมุนเวียนของเลือดและชี่ รักษาโรคเกาต์

ยาสมุนไพรแคปซูล8    เข็มฝังเข็ม1

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • ดื่มน้ำให้มาก โดยเฉพาะน้ำอุ่น โดยใช้การจิบเรื่อยๆทั้งวันให้ได้วันละ 2-3 ลิตร 
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีพิวรีนในปริมาณสูง เช่น สัตว์ปีก เครื่องในสัตว์
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนไม่เกิน 22.00 น.
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ

อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์

  • ข้าวโอ๊ต มีวิตามินเอที่ช่วยสลายสารยูเรต ในอวัยวะต่างๆและบรรเทาอาการข้อบวม ลดการสะสมของกรดยูริกในเลือด
  • กะหล่ำปลี อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการของโรคเกาต์ ลดการสะสมของกรดยูริกในเลือด
  • มะระ มีโพแทสเซียมช่วยลดการสะสมของกรดยูริกในเลือด ช่วยบรรเทาอาการของโรคเกาต์
  • หัวไชเท้า อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ลดการสะสมของกรดยูริกในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์
  • เผือก มีโพแทสเซียมที่มีคุณสมบัติช่วยลดการสะสมของกรดยูริก ช่วยกระตุ้นการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย บรรเทาอาการของโรคเกาต์
  • ว่านหางจระเข้ มีสารพอลิแซ็กคาไรด์ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ลดการสะสมของกรดยูริกในเลือด บรรเทาอาการของโรคเกาต์
  • กล้วย จัดเป็นอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง โซเดียมต่ำ มีส่วนช่วยในการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย บรรเทาอาการของโรคเกาต์

ข้าวโอ๊ต2
กะหล่ำปลี1
เผือก1
กล้วย1


หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็นและปัจจัยอื่นๆ