ช็อกโกแลตซีสต์
ช็อกโกแลตซีสต์

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือช็อกโกแลตซีสต์ (子宫内膜异位症, Endometriosis ,Chocolate Cyst)

   เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ หรือช็อกโกแลตซีสต์ ( Chocolate Cyst , 子宫内膜异位症) จัดเป็นโรคที่สร้างความทุกข์แก่ผู้หญิงหลายๆคน ในบางรายมีอาการปวดท้องมากเมื่อมีประจำเดือน บางรายเกิดภาวะมีบุตรยาก บางรายมีอาการเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งโรคนี้จัดเป็นโรคที่ผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นได้ การรักษาสุขภาพร่างกายของผู้หญิงจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง
    เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือช็อกโกแลตซีสต์คือถุงน้ำในรังไข่ชนิดหนึ่งซึ่งลักษณะของถุงน้ำชนิดนี้ภายในจะมีของเหลวที่คล้ายกับช็อกโกแลตเหลวข้น ซึ่งถุงนี้คือเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกเมื่อครบรอบเดือน โดยปกติแล้วเมื่อผู้หญิงมีประจำเดือน ร่างกายจะมีกลไกในการขับเลือดและเยื่อบุโพรงมดลูกดังกล่าวจะออกทางช่องคลอดในรูปแบบประจำเดือน แต่ผู้หญิงบางคนที่ร่างกายผิดปกติหรือไม่แข็งแรง ประจำเดือนดังกล่าวอาจมีการไหลย้อนกลับเข้าไปในมดลูกหรือขับออกไม่หมด เมื่อประจำเดือนหรือเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกมีการตกค้างหรือไหลกลับเข้าไปในรังไข่จะก่อตัวเป็นถุงน้ำซึ่งเป็นที่สะสมของเซลล์ รวมถึงเลือดประจำเดือนที่มีการสะสมอยู่นานเข้าจะกลายเป็นเลือดเก่าที่มีความหนืดข้นจึงมีลักษณะเหมือนน้ำช็อกโกแลต
    เยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่เหล่านี้อาจจะกระจายเกาะอยู่ตามอุ้งเชิงกราน ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังจนเกิดพังผืดขึ้นซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะมีบุตรยาก นอกจากนี้ยังอาจจะแทรกตัวเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อของผนังมดลูกเกิดภาวะมดลูกโต (Adenomyosis) ทำให้เกิดอาการปวดประจำเดือนหรือประจำเดือนมามากได้  

สาเหตุของการเกิดช็อกโกแลตซีสต์

    เมื่อเยื่อบุโพรงมดลูกลอกออกมาเป็นประจำเดือนแล้วก็จะไหลออกทางโพรงมดลูก โดยมดลูกจะบีบตัวทำให้ประจำเดือนไหลลงข้างล่างผ่านทางช่องคลอดออกมานอกร่างกาย แต่บางครั้งก็ไม่ได้เป็นปกติเช่นนั้นซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดช็อกโกแลตซีสต์ โดยเชื่อว่ามีอยู่ 5 สาเหตุด้วยกันคือ 

  • เกิดจากการไหลย้อนกลับของเยื่อบุโพรงมดลูก บางจังหวะที่มดลูกบีบตัวแทนที่ประจำเดือนจะไหลลงข้างล่างเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็ไหลย้อนกลับไปทางปลายท่อนำไข่ และไปเกาะอยู่ตามบริเวณต่างๆของช่องท้องรวมทั้งยังอาจไปเกาะอยู่ที่กระเพาะปัสสาวะได้
  • เกิดจากการไหลไปตามเส้นเลือดหรือหลอดน้ำเหลือง บางครั้งพบว่ามีเยื่อบุโพรงมดลูกไปเกาะอยู่ตามอวัยวะต่างๆที่อยู่ห่างไกลจากมดลูก จึงเชื่อว่าอาจจะไหลไปตามเส้นเลือดก่อให้เกิดเป็นภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ตามมา แต่สาเหตุนี้จะพบไม่บ่อยมาก
  • เกิดจากความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยเชื่อว่าเกิดจากการเจริญเติบโตของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ขึ้นเอง เช่น เนื้อเยื่อที่จะแยกไปเป็นผิวหนังหรือส่วนต่างๆโตผิดตำแหน่งและกลายเป็นช็อกโกแลตซีสต์เป็นต้น
  • เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในเยื่อบุช่องท้อง ปัจจัยทางด้านฮอร์โมนอาจส่งผลให้เซลล์ในเยื่อบุช่องท้องเปลี่ยนแปลงและทำหน้าที่คล้ายเป็นเซลล์ของเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้มีการสลายตัวออกมาเป็นเลือดประจำเดือน
  • เกิดจากพันธุกรรม ในผู้ป่วยที่มีอาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หลายๆรายพบว่าคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้เช่นกัน จึงอาจเป็นไปได้ว่าพันธุกรรมมีผลต่ออาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ประจำเดือนมดลูก

อาการของช็อกโกแลตซีสต์

    อาการของโรคนี้มีมากมายหลายแบบตามแต่สภาพของโรคว่าไปอยู่ยังจุดใด กล่าวคืออาการของโรคจะแสดงตามจุดที่ช็อกโกแลตซีสต์ได้ฝังตัวอยู่ เช่น เยื่อบุช่องท้อง อุ้งเชิงกราน รังไข่ มดลูก ท่อรังไข่ ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ใหญ่สามารถแสดงอาการได้ดังนี้

  • ประจำเดือนออกมากผิดปกติ  ซึ่งบางรายอาจออกมากกว่าปกติหากเสียเลือดมากร่างกายอาจเกิดภาวะเลือดพร่องหมดแรงและเป็นลมได้
  • ประจำเดือนเป็นลิ่มเลือด ออกมาเป็นลิ่มเลือดเพราะมีของเสียตกค้างในมดลูก รังไข่ เพราะตัวช็อกโกแลตซีสต์ไปขวางการเดินของเลือด ซึ่งในบางกรณีทำให้ประจำเดือนออกไม่หมดทำให้เลือดประจำเดือนโดนกักไว้ภายในจนกลายเป็นลิ่มเลือด
  • ปวดในช่องท้อง ในท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกราน อาการเหล่านี้จะเกิดช่วงก่อนมีประจำเดือน ระหว่างมีประจำเดือนหรือหลังมีประจำเดือน ช่วงใดช่วงหนึ่งหรือทั้ง 3 ช่วง เกิดจากการที่ช็อกโกแลตซีสต์ไปขวางทางเดินของประจำเดือนหรือเกิดจากมดลูกบีบรัดเพราะช็อกโกแลตซีสต์ ทำให้ประจำเดือนไหลไม่สะดวกจึงทำให้เกิดอาการปวดท้อง
  • มีบุตรยาก เนื่องจากช็อกโกแลตซีสต์ที่เกาะบนรังไข่ทำให้เกิดพังผืด ซึ่งพังผืดเหล่านี้หากเกาะอยู่บนรังไข่ทำให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนได้ลดลง ทำให้ไข่ที่ผลิตออกมาคุณภาพไม่ดี อีกทั้งช็อกโกแลตซีสต์ยังไปขวางทางเดินของอสุจิจึงทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก

การตรวจรักษาช็อกโกแลตซีสต์ตามวิธีแพทย์แผนตะวันตก

    หากมีความสงสัยว่าเป็นช็อกโกแลตซีสต์ สามารถตรวจโดยใช้เครื่องมือตามแพทย์แผนปัจจุบัน ดังนี้

  • การตรวจภายในโดยสูตินรีแพทย์ เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบว่ามีก้อนบริเวณมดลูกรังไข่หรือไม่
  • ตรวจด้วยอัลตราซาวด์ เป็นการตรวจภายในช่องท้อง มดลูกด้วยอุปกรณ์เครื่องเสียงความถี่สูง เพื่อวิเคราะห์ว่ามีก้อนเนื้อภายในหรือไม่ แต่อุปกรณ์นี้ไม่สามารถตรวจหาพังผืดภายในได้
  • การส่องกล้อง เป็นการตรวจวินิจฉัยที่ค่อนข้างแน่นอน โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลเล็กๆหรืออาจส่องผ่านช่องคลอดหรือรูทวาร เพื่อตรวจมดลูกรังไข่ว่ามีสิ่งแปลกปลอมจุดไหนบ้าง
  • การใช้ยารักษา โดยแพทย์แผนตะวันตกจะให้ยากลุ่มบรรเทาอาการปวดประจำเดือน โดยจะให้จากปริมาณน้อยและค่อยๆเพิ่มปริมาณมากขึ้น หากให้ยาในปริมาณสูงสุดแล้วอาการยังไม่บรรเทาจะเริ่มรักษาด้วยวิธีการอื่นๆ เช่น
    • การบำบัดด้วยฮอร์โมน เป็นการช่วยบรรเทาอาการปวดและยับยั้งไม่ให้เยื่อบุโพรงมดลูกลุกลามไปยังที่อื่น โดยการรักษาแบบนี้จะต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่องหากหยุดการรักษาอาการอาจจะกลับมาได้ โดยฮอร์โมนที่ใช้ในการรักษาอาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มีดังนี้
      • ยาคุมกำเนิด มีทั้งแบบเม็ด แบบฝัง และแบบอื่นๆ ทำหน้าที่ปรับฮอร์โมนให้กับสตรี จะทำให้ประจำเดือนมาลดลงจะช่วยให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการปวดประจำเดือนมีผลกระทบต่ออาการปวดลดลงไปด้วย
      • โกนาโดโทรปิน รีลิสซิ่ง ฮอร์โมน (Gonadotropin Releasing Hormone) ยาชนิดนี้มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการผลิตฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดการตกไข่ ลดระดับเอสโตรเจนในร่างกาย และช่วยหยุดการมีประจำเดือน ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญขึ้นมาผิดปกติมีขนาดเล็กลง
      • โปรเจสติน (Progestin) ยาคุมกำเนิดที่ผสมโปรเจสตินอย่างเดียว เช่น ห่วงอนามัย ยาฝังคุมกำเนิดและยาคุมแบบฉีด จะช่วยให้ประจำเดือนไม่มาและยับยั้งการเจริญของเยื่อบุโพรงมดลูกส่งผลให้อาการป่วยดีขึ้นได้
      • ดานาซอล (Danazol) เป็นยากลุ่มฮอร์โมนแอนโดรเจนที่ช่วยยับยั้งเยื่อบุโพรงมดลูกไม่ให้เจริญผิดที่ด้วยการป้องกันการหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นการตกไข่และทำให้ประจำเดือนไม่มา แต่อาการของโรคอาจยังคงดำเนินต่อไปในระหว่างที่ใช้ยานี้ รวมทั้งอาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดสิวและมีขนขึ้นมาบ้าง อย่างไรก็ตามแพทย์จะไม่เลือกใช้ยานี้เป็นอันดับแรกในผู้ที่ตั้งครรภ์หรือกำลังวางแผนตั้งครรภ์ เนื่องจากเสี่ยงที่ทารกในครรภ์จะได้รับผลข้างเคียงรุนแรง

หมอตรวจ3วัดความดัน

การจำแนกกลุ่มการรักษาทางการแพทย์แผนจีน

  • เกิดจากลมปราณติดขัดทำให้เลือดคั่ง (气滞血瘀证)
    • อาการทางคลินิก : ก่อนมีประจำเดือนจะมีอาการปวดแน่นท้องน้อย ระหว่างมีประจำเดือนมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ปวดบั้นเอว อาจปวดจนหน้ามืดเป็นลมได้ ปวดท้องแบบไม่ชอบให้กด ประจำเดือนไหลไม่คล่อง มีลิ่มเลือด ถ้าลิ่มเลือดหลุดออกมาอาการปวดจะทุเลาลง รู้สึกหน่วงๆแน่นๆที่รูทวาร ก่อนมีประจำเดือน ปวดแน่นเต้านม เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นม่วงคล้ำด้านข้างลิ้นมีจุดเลือดคั่ง ฝ้าขาวบาง
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง
  • เกิดจากความเย็นทำให้เลือดคั่ง ( 寒凝血瘀证)
    • อาการทางคลินิก : ก่อนมีประจำเดือนจะมีอาการปวดท้องน้อยปวดแบบรำคาญ ปวดไม่มากเป็นๆหายๆ ระหว่างมีประจำเดือนมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ถ้าได้รับความอบอุ่นอาการปวดจะทุเลาลง ประจำเดือนเลื่อน มาช้า ปริมาณน้อย สีคล้ำ มีลิ่มเลือด ขี้หนาวมือเท้าเย็น ตกขาวปริมาณมากสีขาว ถ่ายเหลว
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงคล้ำ หรือด้านข้างลิ้นมีจุดเลือดคั่ง ฝ้าขาวบางหรือเหนียว
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงหรือจมแน่น
  • เกิดจากไตพร่องทำให้เลือดคั่ง (肾虚血瘀证)
    • อาการทางคลินิก : ระหว่างมีประจำเดือนมีอาการปวดท้องน้อยและปวดเอว หลังจากประจำเดือนหมดมีอาการปวดมากขึ้น อุจจาระบ่อยและเหลว ประจำเดือนปริมาณน้อยสีคล้ำซีดลักษณะเหลว หรือมีอาการมึนศีรษะ นอนไม่หลับ เมื่อยเอวเข่าอ่อน ขี้หนาวมือเท้าเย็น ความรู้สึกทางเพศลดลง มีบุตรยาก
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดคล้ำ ลักษณะลิ้นอ้วน หรือด้านข้างลิ้นมีจุดเลือดคั่ง ฝ้าบางหรือขาวเหนียว
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมละเอียด
  • เกิดจากลมปราณพร่องทำให้เลือดคั่ง (气虚血瘀证)
    • อาการทางคลินิก : ระหว่างมีประจำเดือนหรือหลังมีประจำเดือนมีอาการปวดหน่วงท้องน้อย ชอบอุ่นชอบให้กดท้อง ประจำเดือนปริมาณมากสีซีดลักษณะเหลวหรือมีลิ่มเลือด อ่อนเพลียไม่มีแรง สีหน้าซีดขาวไม่มีชีวิตชีวา ปากจืดไม่มีรสชาติ ถ่ายเหลวหรืออุจจาระแห้งแข็ง
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดอ้วน ด้านข้างลิ้นมีรอยฟัน ฝ้าขาว
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมละเอียด
  • เกิดจากความร้อนอุดกั้นทำให้เลือดคั่ง (热郁血瘀证)
    • อาการทางคลินิก : ปวดท้องน้อย รู้สึกร้อนเหมือนถูกเผา ระหว่างมีประจำเดือนมีอาการปวดท้องมากขึ้น ประจำเดือนมาก่อนกำหนดปริมาณมากสีแดงคล้ำลักษณะหนามีลิ่มเลือด หรือไหลไม่หยุด หงุดหงิดง่าย ปากแห้งชอบดื่มน้ำ ปัสสาวะเหลืองอุจจาระแห้งแข็ง ตกขาวสีเหลืองปริมาณมาก
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองบาง ข้างลิ้นมีจุดเลือดคั่ง
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงเร็ว
  • เกิดจากเสมหะความชื้นอุดกั้นทำให้เกิดการคั่ง (痰湿瘀组证)
    • อาการทางคลินิก : ก่อนประจำเดือนมาหรือระหว่างมีประจำเดือนจะมีอาการปวดหน่วงท้องน้อย ชอบอุ่น ประจำเดือนมาก่อน-หลังกำหนดไม่แน่นอนปริมาณน้อยสีซีดคล้ำมีลิ่มเลือด ตกขาวปริมาณมาก ปวดหน่วงแน่นท้องน้อย แน่นหน้าอก อาหารไม่ย่อย ปากคอเหนียว อ่อนเพลียไม่มีแรง ไม่ถ่าย
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดคล้ำ ฝ้าหนาเหนียว
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมฝืด

หมอตรวจ2

สมุนไพรบรรเทาอาการช็อกโกแลตซีสต์

  • ใบย่านาง มีสรรพคุณ ดับพิษ ลดไข้ และมีสรรพคุณ รักษา ฝี หนอง ลดการอักเสบ ต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงมีส่วนช่วยในการขับซีสต์ และลดอาการอักเสบจากซีสต์ได้
  • น้ำผักผลไม้สกัดสด มีผลในการต้านอนุมูลอิสระ และขับของเสียออกจากร่างกาย และมีผลช่วยในการปรับสมดุลในร่างกาย ทำให้ร่างกายขับพิษ และของเสียออกจากร่างกาย
  • ใบบัวบก มีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ อีกทั้งยังมีวิตามินบี วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินเค วิตามินเอ แคลเซียม กรดอะมิโน และอื่นๆ ใบบัวบกช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับร่างกาย ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยต่อต้านการเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ช่วยฟื้นฟูและบำรุงรักษาเซลล์ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อใหม่ บำรุงร่างกาย และบำรุงโลหิต

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

สยามแพทย์แผนจีนคลินิก ทำการรักษาอาการอาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ด้วยวิธีการดังนี้

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ตามกลุ่มอาการลมปราณติดขัดทำให้เลือดคั่ง ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณระบายตับ ปรับชี่ให้เดินคล่อง ปรับการหมุนเวียนของเลือด ลดการคั่งของเลือด สลายก้อนช็อกโกแลตซีสต์
    • อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ตามกลุ่มอาการความเย็นทำให้เลือดคั่ง ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณอบอุ่นหยาง ขับระบายความเย็น ปรับการหมุนเวียนของเลือด ลดการคั่งของเลือด สลายก้อนช็อกโกแลตซีสต์             
    • อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ตามกลุ่มอาการไตพร่องทำให้เลือดคั่ง ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณบำรุงไต ปรับการหมุนเวียนของเลือด ลดการคั่งของเลือด สลายก้อนช็อกโกแลตซีสต์
  • การฝังเข็มตามแต่ละกลุ่มอาการเพื่อปรับสมดุลร่างกายตามกลุ่มอาการ เช่น
    • อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ตามกลุ่มอาการลมปราณพร่องทำให้เลือดคั่ง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณเพิ่มชี่ ปรับการไหลเวียนของเลือด ลดการคั่งของเลือด สลายก้อนช็อกโกแลตซีสต์   
    • อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ตามกลุ่มอาการความร้อนอุดกั้นทำให้เลือดคั่ง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณลดร้อน ปรับการหมุนเวียนของเลือด สลายก้อนช็อกโกแลตซีสต์
    • อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ตามกลุ่มอาการเสมหะความชื้นอุดกั้นทำให้เกิดการคั่ง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณขับเสมหะ ขับชื้น ปรับการหมุนเวียนของเลือด สลายก้อนช็อกโกแลตซีสต์

ยาสมุนไพรแคปซูล10    ฝังเข็มท้อง1

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • งดทานอาหารมัน ทอด ปิ้ง ย่าง
  • งดทานไก่ เนื้อสัตว์ใหญ่ หรืออาหารที่มีสารเร่ง เน้นทานผัก ผลไม้
  • ทานน้ำอุ่นให้มาก
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรออกกำลังกายหนัก
  • หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ