ไอ1
ไอ1

อาการไอ

    อาการไอ อาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยก่อโรคจากภายนอกร่างกายหรือเกิดจากสาเหตุภายในร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจหรือการติดเชื้อเฉียบพลันที่หลอดลม หรือมีอาการปอดอักเสบ ปอดบวม ถุงลมโป่งพอง หลอดลมอักเสบเรื้อรัง เยื่อหุ้มปอดอักเสบ วัณโรคปอด หรือหลอดลมขยายตัวผิดปกติ เป็นต้น ซึ่งอาการไอในทรรศนะทางการแพทย์แผนจีนมักมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกมากระทำต่อปอด เช่น ความเย็น ความร้อน ลม ความชื้น ความแห้ง ส่วนสาเหตุจากภายใน อาจเกิดจากการบาดเจ็บของอวัยวะภายใน มีเสียชี่ไปปิดกั้นปอดหรือทำให้การทำงานควบคุมชี่ของปอดผิดปกติไป ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุที่มาจากภายนอกหรือภายในก็ส่งผลให้ชี่ปอดไม่แผ่กระจายหรือชี่ปอดไหลย้อนขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการไอ

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค

  • การรุกรานจากปัจจัยก่อโรคภายนอก ปอดควบคุมการไหลเวียนของชี่ และเป็นเสมือนหลังคาป้องกันอวัยวะตันทั้งห้า (ตับ ไต หัวใจ ม้าม ปอด) ส่วนบนของปอดเชื่อมติดกับหลอดลม ช่องคอ และเปิดทวารที่จมูก ทำหน้าที่ในการหายใจ เมื่อปอดถูกกระทบจากปัจจัยก่อโรคภายนอก ชี่ของปอดถูกปิดกั้นไหลเวียนลงล่างไม่ได้จึงทำให้การกระจายชี่ของปอดผิดปกติเป็นผลให้ชี่ปอดไหลย้อนขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการไอ
  • การเปลี่ยนแปลงของอากาศในแต่ละฤดูกาล ก่อให้เกิดปัจจัยภายนอกที่เป็นสาเหตุของอาการไอ ได้แก่ ลมเย็น ลมร้อน และลมแห้ง
  • ผลกระทบจากปัจจัยภายในร่างกาย 
    • เกิดจากการรับประทานอาหารหรือการตรากตรำทำงานหนัก สามารถทำให้กระทบกระเทือนถึงม้ามได้ โดยทำให้การลำเลียงสารอาหารของม้ามผิดปกติ ส่งผลให้เกิดความชื้นสะสมก่อตัวเป็นเสมหะไปคุกคามปอด หรือเสมหะทำให้ชี่ปอดไหลย้อนขึ้นทำให้เกิดอาการไอ
    • เกิดจากความผิดปกติของอารมณ์ทั้ง7 (โกรธ ดีใจ เศร้าโศก วิตกกังวล ครุ่นคิด หวาดกลัว ตกใจ) ถ้ามากเกินไปจะทำให้เกิดไฟในตับ ซึ่งความร้อนและไฟในตับจะเผาผลาญของเหลวทำให้เกิดเสมหะ ซึ่งเสมหะและไฟนี้จะไปคุกคามปอดทำให้เกิดอาการไอ
    • อาการเจ็บป่วยเรื้อรังหรือตรากตรำทำงานมากเกินไป หรือร่างกายมีความอ่อนแอผิดปกติทำให้ปอดหรือไตพร่อง ถ้าอินของปอดหรือไตพร่องจะทำให้เกิดไฟเผาผลาญของเหลวกลายเป็นเสมหะ ทั้ง 2 สาเหตุนี้จะทำให้เสียชี่ที่เป็นเสมหะไปคุกคามปอดทำให้ชี่ปอดไหลย้อนขึ้นทำให้เกิดอาการไอ ถ้าทั้งปอดและไตพร่องทั้งคู่จะทำให้การควบคุมชี่ของปอดเสียไป ทำให้ชี่ไหลย้อนขึ้นเกิดอาการไอ

อากาศร้อน2    โกรธ2    ปวดศีรษะ5ทำงาน

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอาการไอ

  • ปัจจัยก่อโรคภายนอกทั้ง 6 ได้แก่ ลม ความเย็น ความร้อนอบอ้าว ความชื้น ความแห้ง และไฟ
  • อาหารหรือการตรากตรำทำงานหนัก
  • ความผิดปกติของอารมณ์
  • การเจ็บป่วยเรื้อรัง
  • ร่างกายพร่อง อ่อนแอ

    ปัจจัยทั้ง 5 เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการไอ ทำให้ชี่ปอดไม่แผ่กระจาย ชี่ปอดไหลย้อนขึ้น เป็นพื้นฐานการก่อโรค

การจำแนกกลุ่มการรักษาทางการแพทย์แผนจีน

  • ลมเย็นจู่โจมปอด (风寒袭肺)
    • อาการทางคลินิก : ไอเสียงหนัก คันคอ เสมหะขาวใส กลัวหนาว ปวดศีรษะ คัดจมูก น้ำมูกใส ปวดเมื่อยตัว ตัวร้อน ไม่มีเหงื่อ
    • ลักษณะลิ้น : ฝ้าขาวบาง
    • ลักษณะชีพจร : ลอยแน่น
    • หลักการรักษา : กระจายลม สลายความเย็น กระจายชี่ปอด ระงับอาการไอ
  • ลมร้อนจู่โจมปอด (风热袭肺)
    • อาการทางคลินิก : ไอเสียงหายใจหยาบใหญ่ เสมหะข้นสีเหลือง กระหายน้ำ เจ็บคอ มีไข้สูง กลัวลม เหงื่อออก
    • ลักษณะลิ้น : ฝ้าเหลืองบาง
    • ลักษณะชีพจร : ลอยเร็ว
    • หลักการรักษา : สลายลม ขจัดความร้อน กระจายชี่ปอด ขจัดเสมหะ แก้ไอ
  • ลมแห้งจู่โจมปอด (风燥伤肺)
    • อาการทางคลินิก : ไอแห้ง เสมหะน้อย คอแห้ง เจ็บคอ ริมฝีปากแห้ง ลิ้นแห้ง ตัวร้อน กลัวเย็น   
    • ลักษณะลิ้น : ฝ้าบาง
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรนุ่มลื่น
    • หลักการรักษา : กระจายลม ขจัดความร้อนในปอด เพิ่มความชุ่มชื้นให้ปอด แก้ไอ
  • มีเสมหะและความชื้นสะสมในปอด (痰湿蕴肺)
    • อาการทางคลินิก : ไอเสียงหนัก เสมหะสีขาวเหนียว ปริมาณมาก มีอาการหายใจไม่อิ่ม อึดอัดแน่นหน้าอก เบื่ออาหาร ถ่ายเหลว เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ไม่มีแรง
    • ลักษณะลิ้น : ฝ้าขาวเหนียว
    • ลักษณะชีพจร : นุ่มลื่น
    • หลักการรักษา : เสริมบำรุงม้าม ขจัดเสมหะความชื้น แก้ไอ
  • เสมหะร้อนสะสมในปอด (痰热郁肺)
    • อาการทางคลินิก : ไอเสียงหยาบใหญ่ มีปริมาณเสมหะมาก เสมหะสีเหลืองข้น ตัวร้อน หน้าแดง คอแห้ง
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว
    • ลักษณะชีพจร : ลื่นเร็ว
    • หลักการรักษา : ขจัดความร้อน ขับเสมหะ ปรับให้ชี่ปอดกระจาย แก้ไอ
  • ไฟตับเผาผลาญปอด (肝火犯肺) 
    • อาการทางคลินิก : ไอ หายใจถี่ หน้าแดง คอแห้ง ปากขม ไอจนปวดทรวงอกและชายโครงสีข้าง หงุดหงิดโมโหง่าย ปวดเสียดชายโครง อาการไอหนักขึ้นเมื่อถูกทำให้โกรธหรือมีเรื่องเครียด    
    • ลักษณะลิ้น : ฝ้าบางเหลือง
    • ลักษณะชีพจร : ตึงเร็ว
    • หลักการรักษา : ขจัดความร้อน ระบายไฟในตับ ขับเสมหะ แก้ไอ
  • อินปอดไม่พอ (肺阴亏耗)
    • อาการทางคลินิก : ไอสั้นกระชั้น มักไอแห้ง เสมหะน้อยและเหนียว เสมหะอาจมีเลือดฝอยปะปนออกมา เหงื่อออกขณะนอนหลับ ร้อนเป็นเวลา อุ้งมืออุ้งเท้าและทรวงอกร้อน รูปร่างผอมไม่มีแรง
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าน้อย
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดเร็ว
    • หลักการรักษา : เพิ่มอิน เพิ่มความชุ่มชื้น ขับเสมหะ แก้ไอ

ตรวจจับชีพจร

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการไอ ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้ 

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • กลุ่มอาการลมร้อนจู่โจมปอด ให้ยาที่มีสรรพคุณสลายลม ขจัดความร้อน กระจายชี่ปอด ขจัดเสมหะ รักษาอาการไอ
    • กลุ่มอาการมีเสมหะและความชื้นสะสมในปอด ให้ยาที่มีสรรพคุณเสริมบำรุงม้าม ขจัดเสมหะความชื้น รักษาอาการไอ
  • การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • ไฟตับเผาผลาญปอด ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณขจัดความร้อน ระบายไฟในตับ ขับเสมหะ รักษาอาการไอ
    • เสมหะร้อนสะสมในปอด ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณขจัดความร้อน ขับเสมหะ ปรับให้ชี่ปอดกระจาย รักษาอาการไอ

ยาสมุนไพรแคปซูล12    ฝังเข็มจมูก1

สมุนไพรแก้ไอ

  • มะนาว มีสารสำคัญคือ citric acid มีฤทธิ์ลดไข้ ระงับความกระหาย และมีวิตามินซีที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ซึ่งการใช้มะนาวสำหรับแก้ไออาจใช้โดยการฝานเป็นชิ้นบางๆอมทิ้งไว้สักครู่แล้วกลืน หรืออาจใช้มะนาวผสมน้ำผึ้งจิบไปเรื่อยๆก็ได้
  • มะขามป้อม เป็นผลไม้ที่ทำให้ชุ่มคอและมีวิตามินซีสูง สามารถช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการไอ วิธีใช้นำผลสดคั้นเอาน้ำดื่มหรือจิบเพื่อบรรเทาอาการระคายคอ
  • ขิง มีสรรพคุณสร้างความอบอุ่น บรรเทาอาการไอ ให้นำขิงสด 60 กรัม ต้มกับน้ำ 3 แก้วจนขิงออกรสอาจใส่น้ำตาลเพื่อเพิ่มรสชาติ นำน้ำขิงที่ได้มาจิบหรือดื่มหรือนำขิงไปประกอบอาหาร เช่น เห็ดหูหนูผัดขิง มันต้มขิง เป็นต้น สำหรับผู้ที่มีไข้สูงหรือความร้อนสูงให้จิบแต่น้อย
  • มะแว้ง มีสรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ แก้น้ำลายเหนียว ทำให้ชุ่มคอ ให้นำมะแว้ง 4 - 10 ผล โขลกพอแหลกคั้นเอาน้ำใส่เกลือลงไปเล็กน้อยจิบบ่อยๆเพื่อให้ชุ่มคอ 

มะนาว2
มะขามป้อม1
ขิง1
มะแว้ง1

การกดจุดแก้ไอ

  • จุดเส้าซาง จุดนี้อยู่บริเวณโคนเล็บนิ้วโป้งฝั่งด้านนอกของทั้ง 2 มือ ใช้การนวดกดจุดบ่อย ๆ หรือใช้เข็มเย็บผ้าปลายแหลมทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์แทงไปยังบริเวณจุดเซ่าซางปล่อยเลือดออกมา 2 - 3 หยด จะช่วยลดอาการไอ
  • จุดฉื่อเจ๋อ จุดนี้อยู่ตรงรอยพับข้อศอกแขนด้านนอก จุดนี้อยู่ตรงข้อพับฝั่งนิ้วโป้ง ให้นวดบ่อย ๆ จะทำให้อาการไอลดลง เพราะจุดนี้เป็นจุดของเส้นลมปราณปอด ทำให้เกิดการหมุนเวียน เป็นผลให้อาการไอลดลง
  • จุดเฟ่ยซู จุดนี้อยู่บริเวณกระดูกไขสันหลังข้อที่ 3 (ตามรูป) ให้ทำการกดจุดเฟ่ยซู และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งจุดเฟ่ยซูเป็นจุดฝังเข็มของอวัยวะปอด การกดจุดนี้จะช่วยให้อาการไอลดลง

คำแนะนำของแพทย์แผนจีน

  • ทานน้ำอุ่นให้มาก
  • งดอาหาร มัน ทอด ปิ้ง ย่าง งดของเย็นทุกชนิด
  • งดอาหารหวาน อาหารรสจัด อาหารเผ็ด และของเค็มทุกชนิด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนก่อน 22.00 น. 
  • เมื่อมีอาการไอควรงดทานส้มและแตงโม เพราะจะทำให้เกิดอาการคันคอ และทำให้เกิดอาการไอมากขึ้น

ไอ3

นวดกดจุดลดอาการไอ

จุดเหอกู่ 合谷穴

  • ตำแหน่ง => อยู่บริเวณง่ามนิ้วโป้งและนิ้วชี้ทั้งสองข้าง ให้กางนิ้วโป้งออก ใช้ขอบของข้อบนสุดของนิ้วโป้งอีกข้างวางทาบบนง่ามระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ตรงปลายนิ้วโป้งจะตรงกับ
  • จุดนี้พอดีรักษาอาการ => แก้ไอ เป็นไข้ หนาวๆ ร้อนๆ ปวดศีรษะ ไมเกรน ตาบวม ตาแดง หูอื้อ หูตึง เลือดกำเดาไหล หน้าเบี้ยวปากเบี้ยว ประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนมาน้อย ปวดมือ ปวดแขน ปวดนิ้ว นิ้วล็อก และเนื่องจากจุดนี้เป็นจุดที่อยู่บนเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ จึงสามารถปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ รักษาอาการท้องผูกหรือท้องเสียได้ 
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึง 1-2 นาที วันละ 2-3 ครั้ง ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตื้อๆ ตึงๆ (คนท้องห้ามกดหรือฝังเข็มที่จุดนี้)

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ