วัยทอง
วัยทอง

อาการวัยทอง Menopause

   อาการวัยทอง เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ในผู้หญิงและผู้ชาย อาการวัยทองคือภาวะที่ฮอร์โมนในร่างกายมีภาวะลดลงเป็นอย่างมาก โดยจะเกิดขึ้นในผู้ชายช่วงอายุ 40-70 ปี และในผู้หญิงอายุ 45-59 ปี ซึ่งผู้ที่มีอาการวัยทองมักจะมีอาการร้อนวูบวาบ หงุดหงิด ไม่สบายตัวและอาการอื่นๆ

อาการวัยทองในสตรี

    อาการวัยทองในสตรี ทางการแพทย์นิยามว่าเป็นภาวะที่ประจำเดือนของผู้หญิงไม่มาติดต่อกัน 12 รอบเดือน ถือว่าได้เข้าสู่ภาวะวัยทอง การเปลี่ยนแปลงของรอบเดือนในผู้หญิงจะส่งผลต่อการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงที่ชื่อว่า “เอสโตรเจน” เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนมีอิทธิพลต่อระบบหลายๆอย่างในร่างกายไม่ว่าจะเป็นสมอง กระดูก ผิวหนัง เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงจึงส่งผลทำให้มีอาการมากมายตามมาที่เรียกว่า “อาการวัยทอง” ซึ่งโดยแท้จริงแล้วสามารถแสดงอาการได้ทั้งที่มีประจำเดือนอยู่และหมดประจำเดือนไปแล้วใช้ระยะเวลาแสดงอาการรุนแรงโดยเฉลี่ย 1 - 4 ปี แต่บางรายอาจใช้ระยะเวลาแสดงอาการรุงแรงเป็น 10 ปีขึ้นไปก็มี โดยมากจะเกิดกับผู้หญิงอายุ 45-59 ปี หรือสตรีที่ผ่าตัดมดลูกหรือรังไข่ไปแล้ว 

อาการวัยทองในบุรุษ

    อาการวัยทองในบุรุษ หลายคนคิดว่าอาการวัยทองจะเกิดขึ้นแค่ในสตรีเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงอาการวัยทองสามารถเกิดขึ้นกับบุรุษได้เช่นกัน อาการวัยทองในผู้ชายจะเกิดจากการที่ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนและฮอร์โมนอื่นๆลดลง
    ซึ่งฮอร์โมนต่างๆที่กล่าวมานี้มีผลในการควบคุมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทำให้ผู้ชายที่มีอาการวัยทองมักจะมีอาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง กระดูกบางลง ส่วนอาการทางจิตใจ จะเกิดอารมณ์เศร้า เหงา หดหู่ โมโหง่าย ซึ่งอารมณ์เหล่านี้อาจเกิดขึ้นแค่อารมณ์เดียวหรืออาจมีหลายอารมณ์ปนกันโดยมากจะเกิดกับผู้ชายช่วงอายุ 40 - 70 ปี

%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%872

อาการของวัยทอง

  • ประจำเดือนมาน้อยวันและไม่สม่ำเสมอ คือประจำเดือนมาไม่ปกติหรือมาไม่สม่ำเสมอทิ้งช่วงไป 3 - 4 เดือน ก่อนกลับมามีประจำเดือนอีกครั้งหรือปริมาณเลือดประจำเดือนมามากเกินหรือน้อยลงกว่าปกติ
  • ร้อนวูบวาบตามร่างกาย โดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย เหนื่อยง่าย ใจสั่น มีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน บางคนมีอาการหนาวสั่นโดยไม่มีสาเหตุ
  • ผิวหนังบาง ผิวแห้ง เหี่ยวย่น ไม่ชุ่มชื้น
  • เส้นผมหยาบแห้งและบางลง หลุดร่วงได้ง่าย ไม่ดกดำเป็นเงางาม
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือปวดตามข้อและกระดูก
  • มีอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เร็ว เครียดง่าย หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ โกรธง่าย ควบคุมอารมณ์ได้ยาก บางคนหลงลืมง่าย เวียนศีรษะ ซึมเศร้า
  • นอนหลับยาก หรือนอนไม่ค่อยหลับ
  • ช่องคลอดขาดความชุ่มชื้น ช่องคลอดแห้ง น้ำหล่อลื่นน้อยลง
  • ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้
  • กระดูกบางเปราะง่าย เวลาหกล้มกระดูกจะหักได้ง่ายขึ้น 

สาเหตุและกลไกการเกิดโรควัยทองทางแพทย์จีน

    ตามหลักทฤษฎีแพทย์แผนจีนได้กล่าวถึงสาเหตุของอาการวัยทองไว้ว่าเมื่ออายุมากขึ้นก็จะเริ่มเข้าสู่ภาวะไตพร่อง โดยผู้หญิงที่อยู่ในช่วงอายุก่อนหรือหลังอายุ 49 ปี ผู้ชายอยู่ในช่วงอายุ 64 ปี การทำงานของลมปราณไตเริ่มเสื่อมถอยลง เส้นลมปราณชง เส้นลมปราณเริ่นพร่องหรืออ่อนแอลง กล่าวคือเมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะไตพร่องทำให้ไฟตับและหัวใจแกร่ง
    เมื่อลมปราณและสารจำเป็นในไตพร่องทำให้อินของไตก็พร่อง ซึ่งไตเป็นอวัยวะของน้ำพอน้ำน้อยก็ไม่สามารถที่จะข่มไฟ ทำให้ไฟตับและหัวใจแกร่งไปเผาผลาญจึงทำให้มีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกง่าย หงุดหงิด หรือในผู้หญิงเริ่มมีรอบเดือนผิดปกติหรือหมดประจำเดือน นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ เช่น โรคประจำตัวบางโรค การใช้ชีวิตประจำวัน การทานอาหาร สภาวะทางอารมณ์ และสภาวะแวดล้อมที่อยู่ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้หยินหยางในร่างกายไม่สมดุล  

การวินิจฉัยตามกลุ่มอาการ

  • ตับและอินไตพร่อง
    • อาการทางคลินิก : มีอาการวิงเวียน หูอื้อ ร้อนๆ หนาวๆ เหงื่อออกกลางคืนและมีไข้ ปวดเอว ปวดหัวเข่า ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มีสีแดงสดมีปริมาณมากหรือน้อย               
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าลิ้นบาง
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรเบาและเร็ว
  • ม้ามและไตหยางพร่อง
    • อาการทางคลินิก : ตัวซีด แขนขาเย็น บวมที่ขา ตกขาวอาจน้อยหรือมาก อุจจาระเหลว มีอาการแน่นท้องจากอาหารไม่ย่อย ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมและเบา
  • การทำงานของหัวใจและไตไม่เชื่อมประสานกัน
    • อาการทางคลินิก : ใจสั่น นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ฝันมาก ตกใจง่าย รู้สึกขมในปาก คอแห้ง
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าบาง
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรเบาเร็ว
  • อาการเสมหะและชี่ติดขัด
    • อาการทางคลินิก : ร่างกายอ้วน ท้องอืด คลื่นไส้ ทานอาหารได้น้อย ศีรษะและตาหนัก บวมน้ำ
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นฝ้าเหนียว
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่น 

หมอตรวจ1มอง

การบำบัดรักษาอาการวัยทองทางแพทย์แผนจีน

สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการวัยทองด้วยวิธีการดังนี้

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • อาการวัยทองตามกลุ่มอาการตับและอินไตพร่อง ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณบำรุงตับ บำรุงอิน บำรุงไต รักษาอาการวัยทอง
    • อาการวัยทองตามกลุ่มอาการม้ามและไตหยางพร่อง ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณบำรุงม้าม บำรุงหยางของไต เพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย รักษาอาการวัยทอง
  • การฝังเข็มตามแต่ละกลุ่มอาการ เพื่อปรับสมดุลร่างกายตามกลุ่มอาการ
    • อาการวัยทองตามกลุ่มอาการการทำงานของหัวใจและไตไม่เชื่อมประสานกัน ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณบำรุงชี่ของไต สงบจิตใจ ปรับสมดุลให้หัวใจและไตทำงานประสานกัน รักษาอาการวัยทอง
    • อาการวัยทองตามกลุ่มอาการเสมหะและชี่ติดขัด ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณสลายเสมหะ เพิ่มการไหลเวียนของชี่ รักษาอาการวัยทอง

ยาสมุนไพรจีน2    %E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%A13

สมุนไพรช่วยป้องกันวัยทอง

  • เก๋ากี้ มีรสหวาน ฤทธิ์กลาง มีสรรพคุณในการบำรุงตับ บำรุงไต บำรุงเลือด นำเก๋ากี้แช่น้ำร้อนแล้วดื่มเป็นชาได้หรือจะทานเล่นก็ได้
  • ชาลูกหม่อนและเก๋ากี้ นำลูกหม่อน 12 กรัม เก๋ากี้ 15 กรัม ต้มน้ำ 350 ซีซี ด้วยไฟอ่อนนาน 5 นาทีหรือจะชงแช่ในน้ำร้อน 5 - 10 นาที เหมาะกับคนที่มีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน ตาแห้ง ผิวแห้ง หมายเหตุ ถ้ามีไข้มีการอักเสบไม่แนะนำให้ทาน
  • เม็ดบัว มีรสหวาน ฝาด มีฤทธิ์เป็นกลาง สรรพคุณคือเสริมสร้างพลังลมปราณของไต หล่อเลี้ยงลมปราณของหัวใจ บำรุงพลังลมปราณของม้าม จึงเหมาะกับผู้ป่วยวัยทองที่มีอาการหงุดหงิด วิตกกังวล นอนไม่หลับ ฝันมาก ร่างกายอ่อนแอไม่มีแรง

เก๋ากี้1    ลูกหม่อน1    %E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A73

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่บำรุงเลือด บำรุงแคลเซียม และมีวิตามินดีสูง เพื่อบำรุงเลือดและกระดูก เช่น งาดำ ลูกเดือย ไข่ ผักใบเขียว เก๋ากี้ พุทราแดงจีน
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมสม่ำเสมอเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ตามมาตรฐาน
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนก่อน 22.00 น.
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องวันละ 2 - 3 ลิตร โดยใช้การจิบเรื่อยๆตลอดทั้งวัน

กดจุดรักษาอาการวัยทอง

จุดจู๋ซานหลี่ (足三里)

  • ตำแหน่ง => จุดจู๋ซานหลี่อยู่ใต้จุดตู๋ปี๋ 3 ชุ่นหรือใช้ 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป และห่างจากกระดูกหน้าแข้งด้านนอก 1 นิ้วมือ
  • รักษาอาการ => บำรุงสุขภาพ บำรุงม้ามกระเพาะ กรดไหลย้อน เสริมภูมิคุ้มกัน ปวดเข่า ปวดขาและเท้า อ่อนเพลียไม่มีแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพาตใบหน้า หูอื้อ หวัด ไอ หอบหืด เสมหะมาก วัณโรคปอด ท้องอืดแน่น อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ใจสั่น แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะติดขัด ตกขาว ไส้เลื่อน 
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดซานอินเจียว (三阴交) 


  • ตำแหน่ง => อยู่ด้านในของขา เหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมา 3 ชุ่น หรือใช้นิ้วทั้ง 4 นิ้ว ( ชี้ กลาง นาง ก้อย ) ทาบลงไป จุดจะอยู่หลังกระดูกหน้าแข้ง 
  • รักษาอาการ => จุดนี้ช่วยบำรุงดูแลทั้ง 3 อวัยวะ ได้แก่ ตับ ม้าม ไต บรรเทาอาการนอนไม่หลับ อีกทั้งยังสามารถรักษาอาการปวดต้นขาด้านใน อัมพาตครึ่งซีก คออักเสบ ลิ้นแข็ง เลือดกำเดาไหล ไอ เจ็บลิ้นปี่ อาเจียน สะอึก อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ปวดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ 
  • วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดไป๋ฮุ่ย (百会)

  • ตำแหน่ง => อยู่กึ่งกลางระหว่างเส้นเชื่อมจากยอดใบหูทั้ง 2 ข้าง บรรจบกับเส้นที่ลากจากปลายจมูกขึ้นมาตรงกลางศีรษะ
  • รักษาอาการ =>นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ปวดไมเกรน อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดในสมองตีบ เส้นเลือดในสมองแตก หูมีเสียง ลมบ้าหมู ลมชัก รักษาอาการซึมเศร้า รักษาอาการทางจิตประสาท ภาวะสมองเสื่อม แขนขากระตุก อัมพาตใบหน้า 
  • วิธีนวดกดจุด => ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลาง หรือทั้ง 2 นิ้ว กดนวดคลึงไปมา 100 ครั้ง วันละ 2-3 ครั้ง