คอตกหมอน

คอตกหมอน

อาการคอตกหมอน

    อาการคอตกหมอน คือ อาการเกร็งของกล้ามเนื้อคอเฉียบพลันทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อส่งผลให้เกิดอาการปวดตึงคอ เมื่อคลำบริเวณลำคออาจจะพบการเกร็งของกล้ามเนื้อเป็นลำ (muscle spasm) ชัดเจน หรือรู้สึกผิวหนังบริเวณนั้นอุ่นกว่าบริเวณอื่น นอกจากนี้อาจมีอาการปวดและเกร็งของกล้ามเนื้อบ่าและสะบักข้างเดียวกันได้อีกด้วย อาการปวดมักจะมีอาการปวดข้างเดียว โดยมากอาการคอตกหมอนจะมีอาการปวดคอหลังจากตื่นนอนตอนเช้า มีอาการคอแข็ง และมีอาการเจ็บปวดบริเวณคอ เมื่อมีการเคลื่อนไหวจะไม่สามารถขยับคอได้สะดวกหรือไม่สามารถขยับได้ทุกทิศทาง ซึ่งเป็นอาการที่รบกวนการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ส่วนมากอาการสามารถหายเองได้ภายใน 3-5 วัน
    นอกจากนี้อาการคอตกหมอนหากมีอาการเรื้อรังมานานอาจเป็นต้นเหตุของกล้ามเนื้อคออักเสบเรื้อรัง หรือเป็นสัญญาณแสดงความเสื่อมของกระดูกคอ 

สาเหตุของอาการคอตกหมอน

    อาการคอตกหมอนมักเกิดจากการที่ลำคอและศีรษะอยู่ในท่าทางที่ผิดปกติระหว่างนอนหลับเป็นเวลานาน เช่น คอพับ คอเอียง หรือหันไปข้างใดข้างหนึ่ง ทำให้กล้ามเนื้อคอด้านหนึ่งหดสั้นและอีกข้างถูกยืดยาวออก ซึ่งการทำงานของกล้ามเนื้อที่ไม่สมดุลกันนี้ทำให้กระดูกสันหลังส่วนคอถูกจำกัดการเคลื่อนไหว เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วมีการลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้กล้ามเนื้อที่มีความตึงตัวอยู่ถูกกระชากออกทำให้เกิดกล้ามเนื้อคออักเสบเฉียบพลัน (acute muscle strain) นำมาซึ่งอาการปวดอย่างรุนแรง และยังสามารถทำให้กล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณรอบๆบาดเจ็บตามไปด้วย เนื่องจากต้องทำงานแทนกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บ

ลักษณะอาการคอตกหมอน

  • ปวดกล้ามเนื้อบริเวณคอ และอาจมีอาการปวดของกล้ามเนื้อบริเวณรอบๆ เช่น กล้ามเนื้อบ่า ไหล่ หรือสะบัก
  • มีอาการปวดแบบรำคาญ (achy or throbbing pain) ที่กล้ามเนื้อชั้นลึกๆเป็นบางครั้ง หรือตลอดเวลาจนรบกวนการนอน
  • มีอาการปวดแปล๊บที่กล้ามเนื้อ (sharp pain) ขณะเคลื่อนไหวคอ
  • อาการแย่ลงเมื่อมีการเคลื่อนไหว เช่น การเคลื่อนไหวคอแล้วทำให้อาการปวดเพิ่มมากขึ้น
  • กล้ามเนื้อเกร็งตัวเป็นลำ ทำให้เกิดจุดกดเจ็บบนกล้ามเนื้อหรือเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดร้าวไปที่อื่นได้
  • คอแข็งหรือเคลื่อนไหวคอได้ลำบาก ไม่สามารถหันคอไปทิศตรงข้ามกับบริเวณที่มีอาการได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะมีอาการปวด บวม และอักเสบ

ปวดคอ4

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคในทางแพทย์แผนจีน

  • ลมปราณติดขัด เลือดคั่ง ท่าทางการนอนไม่ถูกต้อง หมอนสูงหรือต่ำเกินไป เกิดการยืดและหดตัวผิดปกติของกล้ามเนื้อ และลมปราณติดขัด เลือดคั่งที่ลำคอ
  • ลมเย็นพัดพามากระทบลำคอ ความเย็นเข้าสู่เส้นลมปราณ ทำให้ลมปราณและเลือดติดขัดคั่ง

การจำแนกกลุ่มการรักษาทางการแพทย์แผนจีน

  • กลุ่มอาการลมปราณติดขัดเลือดคั่ง 
    • อาการทางคลินิก : ตื่นนอนแล้วปวดต้นคอ คอแข็งเกร็ง ขยับคอข้างที่ปวดจะยิ่งปวดมากขึ้น ลำคอและศีรษะเอียงไปด้านที่ปวด มีตำแหน่งกดเจ็บแน่นอน อาจเห็นกล้ามเนื้อเกร็งเป็นก้อน
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นสีม่วงคล้ำ
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงแน่น
    • หลักการรักษา : ปรับการไหลเวียนของเลือด ทะลวงเส้นลมปราณ คลายกล้ามเนื้อ ระงับปวด
  • กลุ่มอาการลมเย็น 
    • อาการทางคลินิก : ลำคอแข็งเกร็ง ปวด ชา มีอาการกลัวลม มีไข้เล็กน้อย ปวดศีรษะ 
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าบางขาว 
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงแน่น
    • หลักการรักษา : ขับลม ขับความเย็น คลายกล้ามเนื้อ ทะลวงเส้นลมปราณ

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการคอตกหมอน ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้ 

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • กลุ่มอาการลมปราณติดขัดเลือดคั่ง ให้ยาที่มีสรรพคุณปรับการไหลเวียนของเลือด ทะลวงเส้นลมปราณ คลายกล้ามเนื้อ ระงับปวด รักษาอาการคอตกหมอน
  • การฝังเข็มตามกลุ่มอาการ ปรับสมดุลร่างกายตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็นตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • กลุ่มอาการลมเย็น ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณขับลม ขับความเย็น คลายกล้ามเนื้อ ทะลวงเส้นลมปราณ ระงับปวด รักษาอาการคอตกหมอน
  • เดินแก้วตามแนวเส้นลมปราณและแนวกล้ามเนื้อที่มีอาการปวด เพื่อคลายกล้ามเนื้อ ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้เลือดและลมปราณไหลเวียนสะดวก ระงับปวด รักษาอาการคอตกหมอน
  • ครอบแก้ว บริเวณคอ บ่า ไหล่ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ ขจัดพิษที่มาจากความร้อนหรือความเย็นที่ทำให้เกิดอาการคอตกหมอน สลายเลือดคั่งทำให้เลือดลมหมุนเวียนสะดวก ระงับปวด รักษาอาการคอตกหมอน

ยาสมุนไพรแคปซูล11
ฝังเข็มคอ1
เดินแก้ว1
ครอบแก้ว5

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
    • ปรับท่านอนให้เหมาะสม จะช่วยทำให้ป้องกันและลดอาการบาดเจ็บที่สามารถเกิดขึ้นได้
    • ปรับท่าทางในการทำงาน เนื่องจากการนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน จะทำให้กล้ามเนื้อคอเกิดความตึงตัวจนทำให้กระดูกสันหลังคอเกิดการยึดติดและขยับได้ลำบาก ส่งผลทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อคอเพิ่มมากขึ้นได้ ดังนั้นควรเปลี่ยนอิริยาบถท่าทางในการนั่งทำงานบ่อยๆ หรือยืดคลายกล้ามเนื้อทุกๆ 40 นาที - 1 ชั่วโมง เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย
  • การเลือกหมอนและที่นอนให้เหมาะกับสรีระร่างกาย คือไม่แข็งหรือนุ่มจนเกินไป มีความยืดหยุ่นระดับกลาง ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป เมื่อนอนแล้วกระดูกสันหลังเรียงกันเป็นเส้นตรง
  • การออกกำลังกายและยืดกล้ามเนื้อคอ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคออย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยลดอัตราการเกิดอาการคอตกหมอนได้
    • การเคลื่อนไหวคอด้วยตนเอง ทำโดยนั่งตัวตรง เคลื่อนไหวคอในทิศก้ม เงย เอียง และหมุนคอ ในแต่ละทิศทางช้า ๆ จนรู้สึกตึง ทิศทางละ 5-10 ครั้ง/รอบ 3 รอบ/วัน
    • การยืดกล้ามเนื้อคอด้านหลัง ทำโดยนั่งตัวตรงมือประสานกันบริเวณท้ายทอย จากนั้นค่อยๆ ก้มศีรษะลงจนรู้สึกตึงที่บริเวณหลังคอ ทำค้างไว้ 15 วินาที/ครั้ง 10 ครั้ง/รอบ 3 รอบ/วัน
    • การยืดกล้ามเนื้อคอด้านข้าง ทำโดยนั่งตัวตรง แขนข้างหนึ่งจับขอบที่นั่ง ก้มศีรษะและเอียงคอไปฝั่งตรงข้ามพร้อมกับหันศีรษะไปฝั่งเดียวกันกับข้างที่จะยืด ใช้มืออีกข้างจับศีรษะออกแรงดึงช้าๆ ให้รู้สึกตึงบริเวณบ่า ทำค้างไว้ 15 วินาที/ครั้ง 10 ครั้ง/รอบ 3 รอบ/วันและสลับทำอีกฝั่ง
  • ผ่อนคลายความเครียด
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนก่อน 22.00 น.
  • ดื่มน้ำโดยการจิบเรื่อยๆทั้งวัน ให้ได้วันละ 2 - 3 ลิตร

           
ออกกำลังกาย4    นอนหลับ5    น้ำ3

อาหารที่ช่วยบำรุงกระดูกและเส้นเอ็น

คลายกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด อีกทั้งยังช่วยบำรุงตับ ไต กระเพาะ ม้ามด้วย

ส่วนประกอบ
    - ถั่วเขียว ประมาณ 100 กรัม
    - ลูกเดือย ประมาณ 100 กรัม
    - ขิงแก่ 3-4 แผ่นบางๆ
    - น้ำสะอาด 2 ลิตร

วิธีทำ
    - นำลูกเดือยมาล้างให้สะอาด โดยใส่เกลือลงไปและขัดๆถูๆ หลังจากนั้นล้างน้ำจนสะอาด แช่น้ำทิ้งไว้ 4-5 ชั่วโมง หรือแช่ค้างคืนก็ได้เพื่อให้ลูกเดือยนิ่มและต้มสุกได้เร็วขึ้น
    - นำถั่วเขียวมาล้างให้สะอาด แช่น้ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง
    - เทน้ำใส่หม้อ ใส่ลูกเดือย ใส่ขิง ตั้งไฟปานกลาง ต้มจนเดือด หลังจากนั้นใส่ถั่วเขียวลงไป ต้มต่ออีกประมาณ 30 นาที หรือจนลูกเดือยและถั่วเขียวนิ่ม ถ้าบางคนชอบหวานก็สามารถใส่หล่อฮั้งก้วยหรือหญ้าหวาน เพื่อเพิ่มความหวานจากธรรมชาติ 


จุดเฟิงฉือ (风池)

  • ตำแหน่ง => อยู่ตรงเหนือชายผมด้านหลังขึ้นไป 1 ชุ่น (1ชุ่น คือ วัดจากความกว้างของข้อแรกของนิ้วหัวแม่มือของผู้ป่วย) บริเวณใต้ฐานกระโหลกศีรษะ 
  • ข้อบ่งใช้ => เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดเกร็งท้ายทอยและบ่าไหล่ (ปวดคอบ่าไหล่จากออฟฟิศซินโดรม หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นที่คอร้าวลงแขน) ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ตาแดง ไซนัสอักเสบ เลือดกำเดาไหล หูมีเสียงดัง โรคทางจิตประสาท ลมชัก ไข้หวัด โรคเส้นเลือดสมอง โรคจากความร้อน คอหอยพอก
  • วิธีนวดกดจุด => เวลานวดใช้นิ้วหัวแม่มือ กดคลึงลงไปโดยหมุนเป็นวงกลม ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง หรือนวดขณะที่มีอาการดังกล่าว ลองทำตามได้เลยนะค้าบบบ

จุดเจียนจิ่ง (肩井穴)

  • ตำแหน่ง => อยู่กึ่งกลางระหว่างจุดต้าจุย (กระดูกคอข้อที่ 7) กับปุ่มหัวไหล่ที่ยอดสูงสุดของไหล่
  • ข้อบ่งใช้ => ลดอาการปวดเกร็งท้ายทอย ปวดคอ บ่าไหล่ ปวดแขน อัมพาต เต้านมอักเสบ น้ำนมไม่ไหล🔖
  • วิธีนวดกดจุด => นวดคลึงด้วยปลายนิ้วชี้ถึงนิ้วนางให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ  บริเวณตำแหน่งที่กด ครั้งละ 2-3 นาทีวันละ 2-3 ครั้ง 

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่นๆ