อัมพาตใบหน้า
อัมพาตใบหน้า

อัมพาตใบหน้า( 面瘫 , Facial Paralysis , Bell’s palsy )

    อัมพาตใบหน้า โดยมากมักเกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทใบหน้า (เส้นประสาทสมองคู่ที่7 facial nerve) ด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น การติดเชื้อหรือได้รับบาดเจ็บ เป็นต้น
    อาการทางคลินิกจะพบว่ามีอาการอ่อนกำลังของกล้ามเนื้อบนใบหน้า ทำให้หลับตาได้ไม่แนบสนิท และมุมปากเบี้ยวเอียงลงปิดปากไม่สนิทแน่น มีอาการเสียการรับรสของปลายลิ้นด้านที่เป็นและในระยะแรกๆของโรคอาจมีอาการปวดหลังใบหู

อาการของโรค

   โรคอัมพาตใบหน้ามักเกิดที่ใบหน้าเพียงข้างเดียว อาการที่พบได้แก่ มุมปากเบี้ยวและตาปิดไม่สนิทเป็นอาการหลัก ประกอบกับรอยย่นที่หน้าผากและร่องแก้มหายไป ยักคิ้วหรือขมวดคิ้วไม่ได้ เคี้ยวอาหารหรือดื่มน้ำได้ลำบาก ผิวปากหรือทำแก้มป่องไม่ได้เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณมุมปากไม่สามารถหดตัวได้ อาจมีอาการตาแห้ง น้ำลายแห้ง การรับรสชาติอาหารลดลง มีความไวต่อเสียงหรือเจ็บบริเวณหูร่วมด้วย ในกรณีที่ติดเชื้อไวรัส Herpes Zoster จะเกิดตุ่มน้ำใสบริเวณหูและใบหน้า หรือมีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วย

ระยะการเกิดโรค แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

  • ระยะแรก (ระยะเฉียบพลัน) ตั้งแต่เริ่มป่วยจนถึง 15 วัน
  • ระยะกลาง (ระยะฟื้นตัว) ตั้งแต่วันที่ 16 จนถึง 6 เดือน
  • ระยะสุดท้าย (ระยะมีอาการหลงเหลือ) ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป

ระดับความรุนแรงของโรคอัมพาตใบหน้า ถูกแบ่งออกเป็น 6 ระดับตามความรุนแรง ดังนี้

  • ระดับที่ 1 ปกติ (ใบหน้าสามารถขยับได้ทุกส่วน ลักษณะริมฝีปากปกติ)
  • ระดับที่ 2 สูญเสียการทำงานเล็กน้อย (ใบหน้ามีอาการอ่อนแรงเล็กน้อยและมีมุมปากไม่เท่ากันเล็กน้อย)
  • ระดับที่ 3 สูญเสียการทำงานระดับปานกลาง (ใบหน้าเบี้ยวชัดเจนแต่ไม่รุนแรง สามารถหลับตาให้สนิทได้แต่ต้องใช้ความพยายาม และมีมุมปากอ่อนแรงเล็กน้อย)
  • ระดับที่ 4 สูญเสียการทำงานค่อนข้างมาก (ใบหน้าอ่อนแรงอย่างชัดเจน ไม่สามารถปิดตาให้สนิทได้และมีมุมปากตกอ่อนแรงอย่างชัดเจน)
  • ระดับที่ 5 สูญเสียการทำงานขั้นรุนแรง (ใบหน้าเบี้ยวเห็นชัดเจนและมีมุมปากเบี้ยว ยกไม่ขึ้น)
  • ระดับที่ 6 อัมพาตใบหน้า (ไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อใบหน้าได้และมีมุมปากเบี้ยวชัดเจน)

อัมพาตใบหน้า2

สาเหตุของการเกิดโรค

    โรคนี้พบได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งในคนที่แข็งแรงดีมาก่อน มักเกิดในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนน้อยจนทำให้มีการติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสเริม ไวรัสไข้หวัดใหญ่ นอกจากนี้ยังพบบ่อยในสตรีตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเบาหวาน มะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือต่อมน้ำเหลือง ผู้ติดเชื้อไวรัส HIV เป็นต้น

  • อาการอัมพาตใบหน้าที่ไม่ทราบสาเหตุการเกิด (Idiopathic) / Bell’s palsy เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุด สามารถพบได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย
  • อาการอัมพาตใบหน้าที่เกิดจากอุบัติเหตุ (Trauma) การได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะหรืออุบัติเหตุที่มีการแตกของกะโหลกศีรษะหรือกระดูกบริเวณใบหน้า ซึ่งเป็นโครงสร้างที่อยู่ใกล้เคียงกับเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ส่งผลให้เส้นประสาทเกิดความเสียหายได้
  • อาการอัมพาตใบหน้าที่เกิดจากการอักเสบและการติดเชื้อ (Infection) มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยเชื้อที่มักพบมากที่สุดคือ เชื้อ Herpes simplex โดยเชื้อไวรัสจะทำให้เกิดการอักเสบและบวมของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ส่งผลให้การนำสารสื่อประสาทลดลง และเกิดการอัมพาตตามมาได้ ซึ่งเป็นพยาธิสภาพแบบ Lower Motor Neuron (LMN) เช่น งูสวัด อีสุกอีใส เริม หัดเยอรมัน เป็นต้น โดยการติดเชื้อที่ทำให้เกิดโรคอัมพาตใบหน้านี้ อาจจะเรียกว่า Bell’s palsy ได้เช่นกัน
  • อาการอัมพาตใบหน้าที่เกิดจากเนื้องอก (Neoplasia) โดยเฉพาะเนื้องอกที่เกิดบริเวณศีรษะและคอ เช่น เนื้องอกต่อมน้ำลาย (parotid malignancies) เนื้องอกบนเส้นประสาท (acoustic neuromas) เนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง (meningioma) ถุงน้ำในสมอง (arachnoid cysts) เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคอัมพาตใบหน้า

  • ผู้ที่มีคนในครอบครัวมีประวัติการเป็นโรคอัมพาตใบหน้า (กรรมพันธุ์)
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีโรคอ้วน
  • ผู้ที่มีภาวะเครียดสูง
  • ผู้ที่พักผ่อนน้อยติดต่อกันเป็นเวลานาน

อุบัติเหตุ4
อ้วน
เชื้อโรค1
เครียด1


การแยกแยะโรค

    เนื่องจากอัมพาตใบหน้าอาจเป็นความผิดปกติจากโรคอื่นได้ด้วย ดังนั้นในการวินิจฉัยจึงจำเป็นต้องแยกแยะออกจากโรคอื่นด้วย เช่น

  • Ramsay - Hunt syndrome เป็นภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อไวรัส Herpes Zoster ที่กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าและหู มีตุ่มน้ำใสบริเวณหู เวียนศีรษะ ไวต่อเสียง ทนต่อเสียงดังไม่ได้ มีปัญหาการรับรสของลิ้น
  • Central facial nerve palsy มักเจอในกลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง เกิดอัมพาตครึ่งซีกในครึ่งล่างของใบหน้า คือกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนบน(คิ้วและตา)ทำงานได้ปกติ กล้ามเนื้อใบหน้าส่วนล่างเป็นอัมพาต ส่วนการรับรส การได้ยินและต่อมน้ำลายทำงานได้ปกติ
  • Guillain - Barre syndrome มักพบอาการอัมพาตของใบหน้าทั้งสองด้าน มีอาการแขนขาอ่อนแรงร่วมด้วย
  • โรคหูชั้นในหรือชั้นกลางอักเสบ หรือโรคหูน้ำหนวก มักมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินและมีประวัติหูชั้นกลางอักเสบร่วมด้วย

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคในทางการแพทย์แผนจีน

    ส่วนมากเกิดจากเส้นลมปราณพร่อง แล้วมีลมเย็นหรือลมร้อนพัดเข้าสู่เส้นหยางหมิงหรือเส้าหยาง ทำให้ลมปราณอุดกั้นติดขัดคั่งค้างไม่ไปหล่อเลี้ยงเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยมักมีประวัติการทำงานหนักมากเกินไปร่างกายจึงอยู่ในภาวะพร่อง เมื่อโดนลมต่างๆ(ลมเย็น ลมร้อน ลมชื้น ลมเสมหะ)กระทบที่ใบหน้าทำให้ชี่และเลือดอุดกั้นที่เส้นลมปราณลั่ว เมื่อเส้นลมปราณลั่วติดขัดจึงส่งผลให้การทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าผิดปกติ กล้ามเนื้อใบหน้าไม่สามารถหย่อนและหดตัวได้เป็นเหตุให้เกิดโรคหน้าเบี้ยว
    โดยเส้นลมปราณลั่ว คือ เส้นลมปราณย่อยที่แตกแขนงออกมาจากเส้นลมปราณจิง(เส้นลมปราณหลัก)กระจายตัวเป็นเครือข่ายออกไปตามผิวหนัง รวมทั้งเชื่อมโยงอวัยวะกลวงและอวัยวะตันมีหน้าที่นำชี่และเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายให้ทำงานได้ปกติ

หยินหยาง1

การจำแนกกลุ่มการรักษา

  • ลมภายนอกกระทำต่อเส้นหยางหมิงและเส้าหยาง ทำให้มีการอุดตันของชี่ในเส้นจิงลั่ว จึงไม่สามารถหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ ผู้ป่วยจึงมีอาการปากเบี้ยวปิดปากไม่สนิท ปิดตาไม่สนิท มีไข้ กลัวหนาว
    •    ลักษณะลิ้น : ลิ้นเล็ก ฝ้าขาว
    •     ลักษณะชีพจร : ชีพจรลอย
    •     หลักการรักษา : ระบายลม ขจัดการอุดตันของเส้นลมปราณลั่ว
  • ชี่และเลือดไม่เพียงพอทำให้เกิดลมภายใน พบในคนที่เจ็บป่วยเรื้อรังมานาน ปากและตาเบี้ยว ใบหน้าเกร็งและชา ปิดตาไม่สนิท
    •     ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าขาวบาง
    •     ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงเล็ก
    •     หลักการรักษา : บำรุงเลือด สงบลม 

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการอัมพาตใบหน้า ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้ 

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • ลมภายนอกกระทำต่อเส้นหยางหมิงและเส้าหยาง ให้ยาที่มีสรรพคุณระบายลม ขจัดการอุดตันของเส้นลมปราณลั่ว รักษาอาการอัมพาตใบหน้า
    • ชี่และเลือดไม่เพียงพอทำให้เกิดลมภายใน ให้ยาที่มีสรรพคุณบำรุงเลือด บำรุงชี่ สงบลม รักษาอาการอัมพาตใบหน้า
  • การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • ลมภายนอกกระทำต่อเส้นหยางหมิงและเส้าหยาง ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณระบายลม ขจัดการอุดตันของเส้นลมปราณลั่ว รักษาอาการอัมพาตใบหน้า
    • ชี่และเลือดไม่เพียงพอทำให้เกิดลมภายใน ทำการฝังเข็มตามจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณบำรุงเลือด บำรุงชี่ สงบลม รักษาอาการอัมพาตใบหน้า
  • ครอบแก้ว ครอบแก้วบริเวณใบหน้า ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ช่วยกระตุ้นชี่และเลือดให้ไหลเวียนมาหล่อเลี้ยงบริเวณใบหน้า
  • กัวซา กัวซาตามแนวกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ช่วยกระตุ้นชี่และเลือดให้ไหลเวียนมาหล่อเลี้ยงบริเวณใบหน้า ช่วยยกกระชับกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า คลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งบริเวณใบหน้า 
  • นวดกดจุด นวดกดจุดตามแนวเส้นลมปราณบนใบหน้า กระตุ้นเส้นลมปราณบนใบหน้า ทำให้ชี่และเลือดบนใบหน้าหมุนเวียนดีขึ้น คลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งบริเวณใบหน้า 

ยาสมุนไพรจีน5
ฝังเข็มหน้า2
กัวซา2
นวดกดจุด6

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • หลีกเลี่ยงการโดนลม ป้องกันโดยใส่หน้ากากอนามัยหรือแว่นตา
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก ควรเข้านอนก่อน 22:00 น.
  • ดื่มน้ำ โดยใช้การจิบเรื่อยๆทั้งวัน วันละ 2 - 3 ลิตร
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด (หวาน เผ็ด เค็ม) ของมัน ทอด ปิ้ง ย่าง
  • ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ไม่เครียด
  • ออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้า (facial exercise) เช่น ปิดตาแน่น ทำปากจู๋ ยักคิ้ว แก้มป่อง ยิงฟัน เพื่อบริหารกล้ามเนื้อไม่ให้ฝ่อลีบช่วยให้เกิดการไหลเวียนของเลือดบริเวณใบหน้า ลดการดึงรั้งของกล้ามเนื้อใบหน้าและช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้าผ่อนคลาย โดยเป็นวิธีที่ได้ผลดีสามารถทำได้จนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • การวางแผ่นประคบร้อน ช่วยในการเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตและลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า โดยจะวางบริเวณใบหน้าด้านที่มีอาการประมาณ 15 - 20 นาที
  • การนวดกล้ามเนื้อใบหน้า ช่วยในการลดความตึงรั้งของใบหน้า เนื่องจากผู้ป่วยจะมีอาการตึงรั้งมากกว่าปกติ โดยใช้เวลาการนวดทั้งใบหน้าประมาณ 10 นาที แบ่งนวดแต่ละส่วนเริ่มจากบนลงล่าง ตั้งแต่หน้าผาก เปลือกตา จมูก แก้ม เหนือริมฝีปาก ริมฝีปากและคาง โดยจะนวดใบหน้าทั้งสองข้างวนเป็นวงกลม โดยใช้นิ้ว 3 นิ้ว ได้แก่ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง โดยเริ่มจากจุดกึ่งกลางของใบหน้าแล้ววนออกมาทางด้านข้าง
  • รับประทานผักผลไม้ธัญพืชต่างๆให้มากขึ้น รับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ธัญพืช ผักผลไม้ตามฤดูกาล ข้าวกล้องหรือข้าวขัดสีน้อย ถั่ว งาเป็นประจำ
  • งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงแหล่งที่มีควันบุหรี่ด้วย
  • ลดหรืองดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ดื่มน้ำอุ่นกึ่งร้อน ใส่เกลือปลายช้อนชา มะนาว 1/2-1 ลูก เพื่อลดความหนืดข้นของหลอดเลือด
  • รับประทานมะเขือเทศ ลูกใหญ่วันละ 3 - 5 ลูก หรือมะเขือเทศราชินี 10 - 15 ลูก จะกินสด ปั่นเป็นน้ำ หรือทำกับข้าวก็ได้ เพื่อทำความสะอาดหลอดเลือด ลดความหนืดข้นของเลือดและบำรุงเลือด
 

กดจุดรักษาอาการอัมพาตใบหน้า

จุดจู๋ซานหลี่ (足三里)

  • ตำแหน่ง => จุดจู๋ซานหลี่อยู่ใต้จุดตู๋ปี๋ 3 ชุ่นหรือใช้ 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป และห่างจากกระดูกหน้าแข้งด้านนอก 1 นิ้วมือ
  • รักษาอาการ => บำรุงสุขภาพ รักษาอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพาตใบหน้า บำรุงม้ามกระเพาะ กรดไหลย้อน เสริมภูมิคุ้มกัน ปวดเข่า ปวดขาและเท้า หูอื้อ หวัด ไอ หอบหืด เสมหะมาก วัณโรคปอด ท้องอืดแน่น อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ใจสั่น แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะติดขัด ตกขาว ไส้เลื่อน 
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดไท่ชง (太冲)

  • ตำแหน่ง => อยู่บนบริเวณหลังเท้าแอ่งกระดูกระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ 
  • รักษาอาการ => ลดอาการกรดไหลย้อนที่เกิดจากอารมณ์แปรปรวน ที่ส่งผลทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องอืดแน่น ท้องร้องโครกคราก ท้องเสีย ท้องผูก ดีซ่าน แสบร้อนกลางอก แน่นหน้าอก ระบายความร้อนในระบบตับ  และจุดไท่ชงนี้ยังสามารถรักษาอาการขาชาและอ่อนแรง ปวดชายโครง ปวดศีรษะ ไมเกรน เวียนศีรษะ ปากแห้ง เจ็บคอ ตาปวดบวมและแดง ประสาทตาเสื่อม ไอ แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะลำบาก ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ โรคขาดประจำเดือน ตกขาว ปวดประจำเดือน ปวดบริเวณฝีเย็บ โรคเครียด โรคซึมเศร้า โรคชักในเด็ก ความดันโลหิตสูง ไส้เลื่อน
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง 

จุดเหอกู่ 合谷穴

  • ตำแหน่ง => อยู่บริเวณง่ามนิ้วโป้งและนิ้วชี้ทั้งสองข้าง ให้กางนิ้วโป้งออก ใช้ขอบของข้อบนสุดของนิ้วโป้งอีกข้างวางทาบบนง่ามระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ตรงปลายนิ้วโป้งจะตรงกับจุดนี้พอดี
  • รักษาอาการ => ปวดศีรษะ ไมเกรน ตาบวม ตาแดง หูอื้อ หูตึง เลือดกำเดาไหล หน้าเบี้ยวปากเบี้ยว เป็นไข้ หนาวๆร้อนๆ ประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนมาน้อย ปวดมือ ปวดแขน ปวดนิ้ว นิ้วล็อก และเนื่องจากจุดนี้เป็นจุดที่อยู่บนเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ จึงสามารถปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ รักษาอาการท้องผูกหรือท้องเสียได้ 
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึง 1-2 นาที วันละ 2-3 ครั้ง ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตื้อๆ ตึงๆ (คนท้องห้ามกดหรือฝังเข็มที่จุดนี้)

จุดเลี่ยเชวีย 列缺穴

  • ตำแหน่ง => เอาง่ามมือทั้งสองข้างประสานเข้าหากัน ให้ปลายนิ้วชี้วางทาบอยู่บนปุ่มกระดูกแขนด้านนอก จะคลำได้แอ่งเล็กๆที่บริเวณปลายนิ้วชี้
  • รักษาอาการ => ช่วยทะลวงลมปราณปอด ขับปัจจัยก่อโรคออกจากระบบทางเดินหายใจ ไอ หอบ คออักเสบ ปวดศีรษะ อัมพาตใบหน้า ไมเกรน ปวดคอ บ่าไหล่ ปวดฟัน ปวดข้อมือ
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงประมาณ 1-2 นาที วันละ 2-3 ครั้ง