นิ้วล็อก

นิ้วล็อก (Trigger Finger)
นิ้วล็อก (Trigger Finger) หรือภาวะปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ หรือภาวะนิ้วแข็งเกร็ง เป็นอาการที่เมื่อขยับงอนิ้วแล้วนิ้วจะเกิดอาการเกร็งแข็งจนไม่สามารถเหยียดกลับมาให้ตรงเหมือนเดิมได้ หรือเหยียดได้แต่ทำได้ยาก อาจเกิดกับบางนิ้วหรือเกิดกับทุกนิ้วส่งผลให้ผู้ป่วยอาการนี้ไม่สามารถใช้นิ้วทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างสะดวก ในบางรายอาจมีอาการนิ้วอ่อนแรงหรือไม่มีแรงที่นิ้วร่วมด้วย อาการนิ้วล็อกจึงเป็นอาการที่ไม่ควรปล่อยหรือมองข้าม เพราะอาการจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น นิ้วมีการหดเกร็งมากขึ้น จนในบางรายถึงกับไม่สามารถงอนิ้วหรือไม่สามารถกางนิ้วได้เลย
สาเหตุของนิ้วล็อก
อวัยวะต่างๆของร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดจากการที่เอ็นยึดกล้ามเนื้อและกระดูกเข้าไว้ด้วยกัน โดยเอ็นแต่ละส่วนจะถูกหุ้มด้วย "ปลอกหุุ้มเอ็น" ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เส้นเอ็นเกิดความเสียหาย ซึ่งจัดเป็นกลไกปกติของร่างกาย อาการนิ้วล็อกเกิดจากปลอกหุ้มเอ็นเกิดการอักเสบ หรือเกิดความผิดปกติจนปลอกหุ้มเอ็นเกิดหนาตัวขึ้น ทำให้เอ็นที่เคยเคลื่อนไหวได้ตามปกติเกิดความไม่ยืดหยุ่นจนเกิดการติดขัดทำให้ขยับนิ้วหรือเคลื่อนไหวนิ้วได้ลำบาก
การเกิดนิ้วล็อกสามารถเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น
- การใช้มือ หรือมือรับน้ำหนักเป็นเวลานาน
- ผู้ที่มีความจำเป็นต้องทำงานในลักษณะเกร็งนิ้วมือบ่อยๆ เป็นระยะเวลานาน เช่น แม่บ้าน พนักงานออฟฟิศ ผู้มีอาชีพประกอบอาหาร รวมถึงช่างฝีมือด้านต่างๆ ทำสวน ตัดแต่งต้นไม้ ใช้ไขควงทำงาน หรือใช้อุปกรณ์ที่ต้องออกแรงกด ชาวนา ชาวไร่ พนักงานโรงงาน ผู้ใช้แรงงาน และนักดนตรี
- ปัญหาสุขภาพ บางครั้งอาการนิ้วล็อกอาจเกี่ยวข้องกับการป่วยด้วยโรคที่ก่อให้เกิดการอักเสบบริเวณเนื้อเยื่อที่มือ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) โรคเกาต์ เบาหวาน โรคอะไมลอยด์โดซิส (Amyloidosis) และโรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) ก็เสี่ยงต่อการเกิดอาการนิ้วล็อก โดยผู้ป่วยจะเกิดอาการของโรคที่ตนป่วยขึ้นร่วมด้วย
- อาการนิ้วล็อกมักพบได้ทั่วไปในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นบ่อยที่สุดกับผู้ที่มีอายุ 40-60 ปี

อาการนิ้วล็อก
- ลักษณะของอาการนิ้วล็อก
- รู้สึกดังกึกเมื่อต้องงอหรือยืดนิ้ว
- เกิดอาการนิ้วแข็ง ซึ่งมักเกิดขึ้นตอนเช้า
- รู้สึกตึงและรู้สึกเหมือนมีบางอย่างนูนขึ้นมาตรงโคนของนิ้วที่ล็อก
- นิ้วล็อกเมื่องอนิ้ว ซึ่งเกิดขึ้นทันทีที่ยืดนิ้วกะทันหัน
- นิ้วล็อกเมื่องอนิ้วโดยไม่สามารถยืดนิ้วกลับมาได้
- อาการนิ้วล็อกแบ่งเป็น 4 ระยะ
- ระยะที่ 1 มีอาการเจ็บบริเวณโคนนิ้วมือ
- ระยะที่ 2 มีอาการสะดุดเวลากำมือหรือเหยียดนิ้วมือ แต่ยังสามารถเหยียดนิ้วได้เอง
- ระยะที่ 3 กำมือแล้วเกิดอาการล็อก ไม่สามารถเหยียดนิ้วได้เอง ต้องใช้มือมาช่วยง้างออก
- ระยะที่ 4 ไม่สามารถกำมือสุดได้ และอาจมีข้อนิ้วมืองอผิดรูปร่วมด้วย
การรักษานิ้วล็อก
ผู้ที่เกิดอาการนิ้วล็อกบางรายอาจมีอาการดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องรับการรักษา อย่างไรก็ตามวิธีรักษาอาการนิ้วล็อกนั้นมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น ดังนี้
- พักผ่อน พักมือจากการทำกิจกรรมที่ต้องใช้มือออกแรงหรือแบกน้ำหนักมากซ้ำๆ เป็นเวลานาน โดยเว้นกิจกรรมดังกล่าวเพื่อพักการใช้งานมืออย่างน้อย 3-4 สัปดาห์
- ประคบร้อนหรือเย็น ผู้ที่มีอาการนิ้วล็อกบางรายอาจใช้วิธีประคบเย็นที่ฝ่ามือ ซึ่งช่วยให้อาการนิ้วล็อกดีขึ้น นอกจากนี้การแช่น้ำอุ่นก็บรรเทาอาการให้ทุเลาลงโดยเฉพาะหากทำในช่วงเช้า
- ใส่อุปกรณ์สำหรับดามนิ้ว การใส่อุปกรณ์สำหรับดามนิ้ว (Splinting) จะช่วยดามนิ้วให้ตรง ไม่งอหรือเหยียดเกินไป อีกทั้งช่วยให้นิ้วได้พัก หากเกิดอาการนิ้วล็อกหรือนิ้วแข็งตอนเช้าเป็นประจำแพทย์จะให้ใส่อุปกรณ์ดังกล่าวดามนิ้วไว้ตลอดคืน เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้นิ้วเกร็งหรืองอเข้าไปเองขณะที่ผู้ป่วยหลับ แม้วิธีนี้จะช่วยให้อาการนิ้วล็อกดีขึ้นสำหรับผู้ป่วยบางราย แต่การใส่อุปกรณ์สำหรับดามนิ้วก็อาจได้ผลน้อยกว่าการรักษาด้วยวิธีอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ป่วยต้องการวิธีรักษาที่เห็นผลในระยะยาว

การป้องกันนิ้วล็อก
อาการนิ้วล็อกสามารถป้องกันได้โดยเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ออกแรงทำให้กล้ามเนื้อนิ้วหดหรืองออยู่นานๆ นอกจากนี้อาการนิ้วล็อกที่เกิดจากการป่วยเป็นโรคต่างๆก็สามารถป้องกันได้ โดยเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำให้ป่วยเป็นโรคนั้นและเกิดอาการนิ้วล็อก ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
- โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) หยุดสูบบุหรี่ ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยมลพิษ เพื่อลดความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคข้อรูมาตอยด์
- โรคเกาต์ ผู้ป่วยโรคเกาต์ที่อยู่ในช่วงไม่แสดงอาการนั้นควรใส่ใจเรื่องการรับประทานอาหารเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้โรคกำเริบ โดยดื่มน้ำเปล่าและรับประทานอาหารโปรตีนสูงไขมันต่ำ จำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์และการรับประทานเนื้อสัตว์ ปลา และสัตว์ปีก รวมทั้งรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
- โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ วิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้คือทำกิจกรรมที่ช่วยกระจายแรงกดตรงข้อมือและช่วยให้มือและข้อมือได้เคลื่อนไหว โดยยืดข้อมือให้ตรงแล้วค่อยๆงอเข้า หรือเลี่ยงการงอหรือบิดข้อมือเป็นเวลานาน พักมือหรือเปลี่ยนท่าเมื่อต้องทำงานท่าเดิมนานๆ ทั้งนี้หากไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของข้อมือได้ อาจใส่อุปกรณ์ดามข้อมือไว้ขณะที่หลับ โดยเฝือกจะช่วยพยุงข้อมือไม่ทำให้ข้อมืองอเข้าหรือบิดออกมากเกินไป และช่วยลดแรงกดน้ำหนักไปที่นิ้วมือ มือ และข้อมือ
- ไม่ควรหิ้วของหนักเกินไป และหิ้วให้น้ำหนักตกที่ฝ่ามือ อาจใช้วิธีการอุ้มประคองหรือรถลากแทนการหิ้วของ เพื่อลดการรับน้ำหนักที่นิ้วมือ
- ควรใส่ถุงมือหรือห่อหุ้มด้ามจับเครื่องมือให้นุ่มขึ้น และจัดทำขนาดที่จับเหมาะแก่การใช้งานขณะเครื่องมือทุ่นแรง เช่น ไขควง เลื่อย ค้อน
- งานที่ต้องใช้เวลาทำงานต่อเนื่อง ทำให้เมื่อยหรือระบมควรพักมือเป็นระยะๆ และออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อมือ
- ถ้ามีอาการข้อฝืดตอนเช้าหรือมือเมื่อยล้า ให้แช่น้ำอุ่นร่วมกับการขยับมือ กำมือสลับกับการแบมือในน้ำเบาๆ จะทำให้ข้อฝืดลดลง
- หลีกเลี่ยงการซักผ้าด้วยมือ การบิดผ้าให้แห้งมากๆ หรือกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังข้อมือมากๆ
ทรรศนะโรคนิ้วล็อกทางการแพทย์แผนจีน
ในทางการแพทย์แผนจีนจะเรียกโรคนิ้วล็อกว่า เป็นการบาดเจ็บของเส้นเอ็นกล้ามเนื้อ (伤筋) ซึ่งสาเหตุเกิดจากการใช้งานที่หักโหมจนทำให้เกิดอาการบาดเจ็บและมีความเย็น ความชื้นอุดกั้นเส้นลมปราณ จึงทำให้ชี่และเลือดเกิดการติดขัดไหลเวียนไม่คล่อง เมื่อชี่และเลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงเส้นเอ็นกล้ามเนื้อได้ จึงทำให้เกิดอาการเจ็บปวดขึ้น เส้นเอ็นมีความสัมพันธ์กับอวัยวะตับ ตา และอารมณ์โกรธ ดังนั้นหากมีอารมณ์ที่ฉุนเฉียวมาก ขี้หงุดหงิด โมโหง่าย ประกอบกับการใช้สายตากับคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นระยะเวลานานอาจทำลายการทำงานของตับ จากนั้นจะส่งผลต่อการทำงานของเส้นเอ็นได้ เมื่อเส้นเอ็นขาดการบำรุงหล่อเลี้ยงเป็นระยะเวลานาน เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก อาจเกิดการอุดกั้นของเลือดหรือขาดการหล่อเลี้ยงในบริเวณที่ใช้งานหนักเป็นพิเศษ เส้นเอ็นจึงเกิดการเกร็งตึง
อาการนิ้วล็อกในมุมมองทางแพทย์แผนจีน
ในมุมมองทางศาสตร์การแพทย์แผนจีนมองว่าการที่ใช้งานนิ้วมือหนักจนเกินไปทำให้ทำลายเส้นเอ็น สามารถจำแนกกลุ่มอาการได้ดังนี้
- กลุ่มอาการการติดขัดคั่งค้างไหลเวียนไม่สะดวก (瘀滞型)
- อาการทางคลินิก : พบบ่อยในการเป็นแบบเฉียบพลัน บริเวณนิ้วที่เป็นมีอาการบวม ปวด กดแล้วเจ็บ เป็นก้อนชัดเจน งอนิ้วไม่คล่อง ขยับแล้วเจ็บ มีเสียงดังกึกหรือล็อกเมื่อต้องงอหรือยืดนิ้ว
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าบางเหลือง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง
- กลุ่มอาการพร่องเย็น (虚寒型)
- อาการทางคลินิก : พบบ่อยในการเป็นแบบเรื้อรังหรือเฉียบพลัน บริเวณนิ้วที่เป็นมีอาการปวดเมื่อย กดเจ็บ เป็นก้อนชัดเจน งอนิ้วไม่คล่อง มีเสียงดังกึกหรือล็อกเมื่อต้องงอหรือยืดนิ้ว
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าขาวบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียด หรือจมละเอียด

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน
- ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละอาการ เช่น
- อาการนิ้วล็อกตามกลุ่มอาการการติดขัดคั่งค้างไหลเวียนไม่สะดวก ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ช่วยการไหลเวียน แก้อาการติดขัดของนิ้ว แก้นิ้วล็อก
- ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
- อาการนิ้วล็อกตามกลุ่มอาการพร่องเย็น ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ ขจัดความเย็น เพิ่มการหมุนเวียนของเลือด แก้อาการติดขัดของนิ้ว แก้นิ้วล็อก
คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน
- ไม่ควรนอนดึก ควรนอนไม่เกินเวลา 22.00 น.
- ควรนำมือแช่น้ำอุ่นกึ่งร้อนประมาณ 5-15 นาที วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
- ควรดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร โดยใช้การจิบตลอดทั้งวัน
- นวดคลึงนิ้วระหว่างวัน เพื่อให้เลือดเกิดการหมุนเวียน
- หลีกเลี่ยงการเกร็งฝ่ามือ การจับ บีบ ถือของเป็นระยะเวลานานกว่า 30 นาทีขึ้นไป
- ควรยืดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ แขน และนิ้วมือ ทุกวัน
อาหารที่ช่วยบำรุงกระดูกและเส้นเอ็น
คลายกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด อีกทั้งยังช่วยบำรุงตับ ไต กระเพาะ ม้ามด้วย
ส่วนประกอบ
- ถั่วเขียว ประมาณ 100 กรัม
- ลูกเดือย ประมาณ 100 กรัม
- ขิงแก่ 3-4 แผ่นบางๆ
- น้ำสะอาด 2 ลิตร
วิธีทำ
- นำลูกเดือยมาล้างให้สะอาด โดยใส่เกลือลงไปและขัดๆถูๆ หลังจากนั้นล้างน้ำจนสะอาด แช่น้ำทิ้งไว้ 4-5 ชั่วโมง หรือแช่ค้างคืนก็ได้เพื่อให้ลูกเดือยนิ่มและต้มสุกได้เร็วขึ้น
- นำถั่วเขียวมาล้างให้สะอาด แช่น้ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง
- เทน้ำใส่หม้อ ใส่ลูกเดือย ใส่ขิง ตั้งไฟปานกลาง ต้มจนเดือด หลังจากนั้นใส่ถั่วเขียวลงไป ต้มต่ออีกประมาณ 30 นาที หรือจนลูกเดือยและถั่วเขียวนิ่ม ถ้าบางคนชอบหวานก็สามารถใส่หล่อฮั้งก้วยหรือหญ้าหวาน เพื่อเพิ่มความหวานจากธรรมชาติ
หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ