อัมพฤกษ์ อัมพาต
อัมพฤกษ์ อัมพาต (จ้งฟง 中风) หรือ cerebrovascular accident (CVA) เป็นอาการของโรคหลอดเลือดในสมอง (Stroke) เกิดจากการที่เซลล์สมองขาดเลือด โดยมีสาเหตุจากภาวะหลอดเลือดสมองตีบและอุดตัน (ischemic stroke หรือ thrombosis) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมากถึง 80% และอีก 20% คือสาเหตุจากการมีเลือดออกในสมอง (bleeding หรือ haemorrhage)
ความแตกต่างระหว่างอัมพฤกษ์และอัมพาต
- โรคอัมพฤกษ์ คือ ภาวะที่แขนหรือขาอ่อนแรงแต่ยังพอใช้งานได้ เกิดความรู้สึกชาตามอวัยวะต่างๆเป็นบางครั้ง
- โรคอัมพาต คือ ภาวะที่แขนหรือขาไม่มีแรงใช้งานไม่ได้ กล่าวคืออัมพฤกษ์จะยังสามารถขยับร่างกายได้ แต่อัมพาตไม่สามารถขยับได้เลย
สัญญาณเตือนอัมพฤกษ์ อัมพาต
- มีอาการชา หรือแขนขาอ่อนแรง
- ตามัว หรือมองไม่เห็น
- พูดไม่เข้าใจ หรือสื่อสารไม่ได้
- ปวดศีรษะอย่างรุนแรง

ความรุนแรงของโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต สามารถแยกได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้
- อาการน้อย คือ กลุ่มของผู้ที่มีหลอดเลือดสมองแตก หรือตีบตันเป็นหลอดเลือดขนาดเล็ก ยังไม่เกิดการทำลายของเซลล์สมองในบริเวณนั้น สมองขาดเลือดในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ทำให้เกิดอาการซึ่งอาจเป็นวินาที นาที หรือชั่วโมง แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ลักษณะอาการประกอบด้วย กล้ามเนื้ออ่อนแรงจะเป็นที่แขนอย่างเดียว ขาอย่างเดียว หน้าและแขน การเคลื่อนไหวช้าลง ที่ใบหน้าจะเห็นมุมปากตก อมน้ำไว้ในปากไม่ได้ ความจำเสื่อมชั่วขณะ คิดอะไรไม่ออก พูดไม่ชัด เป็นต้น
- อาการปานกลาง (อัมพฤกษ์) กลุ่มนี้เซลล์สมองถูกทำลายไปแล้วบางส่วนแต่ไม่ทั้งหมด ภายหลังการรักษาแล้วอาการอาจดีขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 3-6 เดือน อาการมักจะเกิดขึ้นทันทีทันใด นอกจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงแล้ว ผู้ป่วยจะสูญเสียการทรงตัวบางขณะ มีอาการตามัวครึ่งตาหรือมืดไปข้างหนึ่ง สูญเสียความทรงจำและความสามารถในด้านการคิดคำนวณ การตัดสินใจ และมักมีอาการทางอารมณ์ร่วมด้วย เช่น ซึมเศร้าหรือหงุดหงิดมากกว่าปกติ
- อาการรุนแรง (อัมพาต) กลุ่มนี้เซลล์สมองถูกทำลายโดยถาวร จะเกิดการอ่อนแรงของแขนและขา ขยับแขนหรือขาเองไม่ได้ สูญเสียการทรงตัว พูดไม่ได้ หรือเปล่งเสียงออกมาจากลำคอไม่ได้ กล้ามเนื้อหน้าทำงานไม่เท่ากัน หนังตาตก กลอกตาไม่ได้ กลืนอาหารลำบาก ปฏิกิริยาตอบสนองช้า สูญเสียความทรงจำ เป็นต้น
สาเหตุการเกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตในทรรศนะแพทย์แผนตะวันตก
- เกิดจากลิ่มเลือดเข้าไปอุดตันหลอดเลือดในสมอง สาเหตุเกิดจากการที่มีลิ่มเลือดไปอุดตันในสมองทำให้สมองในส่วนที่โดนลิ่มเลือดอุดตันได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความผิดปกติในสมองจนทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
- เกิดจากเส้นเลือดในสมองแตก การเกิดเส้นเลือดในสมองแตกจะทำให้สมองบริเวณที่เส้นเลือดแตก เกิดความเสียหาย ทำให้ระบบสั่งการและระบบควบคุมการเคลื่อนไหวเกิดความผิดปกติ ทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
- เกิดจากอุบัติเหตุ การเกิดอุบัติเหตุอาจทำให้เกิดการกระทบกระเทือนในสมองทำให้เกิดเลือดคั่ง ซึ่งการที่มีเลือดคั่งในสมองนี้ทำให้เกิดการอุดตันในสมองเป็นผลให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
- เกิดจากอารมณ์โกรธและอารมณ์ด้านลบอื่นๆ เนื่องจากอารมณ์ดังกล่าวจะมีผลให้เกิดสารพิษในระบบเลือดทำให้เลือดเกิดการหนืดข้น หากเลือดหนืดข้นนานเข้าอาจทำให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งลิ่มเลือดเหล่านี้อาจจะไปเกิดอุดตันในสมองจนเป็นผลให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตได้

อาการอัมพฤกษ์ อัมพาตในศาสตร์การแพทย์แผนจีน
อาการอัมพฤกษ์ อัมพาต ในทางแพทย์แผนจีนคือ กลุ่มอาการที่อยู่ๆก็มีอาการหมดสติล้มลงจากเส้นเลือดในสมองตีบหรือเส้นเลือดในสมองแตก มีผลทำให้การไหลเวียนโลหิตในระบบสมองเกิดการหมุนเวียนติดขัด หรือเกิดการไหลเวียนไม่สะดวกผิดปกติ เป็นผลให้เกิดอาการซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย หรือร่างกายท่อนใดท่อนหนึ่งใช้การไม่ได้ อาจเป็นส่วนบนของร่างกายลงถึงปลายเท้า หรือตั้งแต่ช่วงเอวลงปลายเท้า เช่น ปากเบี้ยว ตาเข แขนขาอ่อนแรง ร่างกายไม่สามารถขยับได้ในบริเวณที่เกิดโรค
สาเหตุการเกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตในทรรศนะแพทย์แผนจีน
- สภาพร่างกายสึกหรอมานาน หยินพร่องเลือดน้อย อายุมากร่างกายอ่อนแอ ตับและไตหยินพร่อง(ตับและไตที่ทำหน้าที่สร้างความเย็นและความชุ่มชื้น) ทำให้หยางแกร่งเกิดไฟเกิดลมไปรบกวนทวารสมอง
- การทำงานตรากตรำเกินไป ทำให้ชี่และหยินพร่อง หยางชี่ลอยขึ้น เกิดลมไปรบกวนทวารสมอง หรือการมีเพศสัมพันธ์มากเกินไปทำให้เกิดไฟหัวใจ น้ำไม่สามารถยับยั้งไฟได้ ทำให้ไฟนำพาชี่และเลือดไหลย้อนขึ้นทวารสมอง
- อารมณ์แปรปรวน ทำให้เกิดไฟหัวใจ หรือชี่ติดขัดเกิดไฟ หรือเกิดไฟพร่องอยู่ภายใน หรือเกิดไฟที่หัวใจและตับ ทำให้หยางลอยขึ้น เกิดลมนำพาชี่และเลือดย้อนขึ้นทวารสมอง
- การบริโภคที่ไม่ถูกสุขอนามัยทำให้ม้ามอ่อนแอ เกิดความชื้น เสมหะ และความร้อน เมื่อร้อนมากก็เกิดลม เกิดไฟ เสมหะร้อนสะสมอยู่ภายในเข้ารุกรานเส้นลมปราณ
- ชี่พร่องเสียชี่โจมตี ชี่และเลือดพร่อง เสียชี่แห่งลมพัดเข้าสู่ภายในโดยตรง ทำให้ชี่และเลือดถูกอุดกั้น หรือเกิดเสมหะอุดกั้นเส้นลมปราณ
- เลือดคั่ง เกิดจากชี่ติดขัดหรือเกิดจากการเจ็บป่วยมานาน ถ้าเลือดคั่งส่งผลต่อหลอดเลือดศีรษะหรือสมอง ก็จะทำให้เกิดอัมพฤกษ์อัมพาตได้
การจำแนกกลุ่มอาการตามแพทย์แผนจีน
กลุ่มอาการจ้งจิงลั่ว (中经络)
- ลมและเสมหะอุดตันเส้นลมปราณ (风痰入络证)
- อาการทางคลินิก : อยู่ๆก็มีร่างกายซีกหนึ่งอ่อนแรงใช้การไม่ได้ หรือปากเบี้ยวหรือลิ้นแข็งพูดไม่ได้ และมีอาการชาตามส่วนต่างๆที่ร่างกายใช้การไม่ได้กำเริบขึ้นมา
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นฝ้าบางขาว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรลอยหรือตึง
- หลักการรักษา : ไล่ลม ขับเสมหะ ทะลวงเส้นลมปราณที่อุดตัน
- ลมหยางขึ้นไปรบกวนเส้นลมปราณ (风阳上扰证)
- อาการทางคลินิก : พบได้ในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือกลุ่มหยางตับแกร่ง ร่างกายซีกหนึ่งใช้การไม่ได้ ปากเบี้ยวหรือลิ้นแข็งพูดไม่ได้ ร่วมกับอาการหยางตับแกร่งคือมีอาการปวดหัวบ่อย มีเสียงดังในหู ตาลาย คอแห้งปากขม หงุดหงิดโมโหง่าย
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงเร็วหรือตึงมีแรง
- หลักการรักษา : สงบหยางตับ เพิ่มการไหลเวียน ทะลวงเส้นลมปราณ
- อินพร่องแล้วเกิดลม (阴虚风动证)
- อาการทางคลินิก : พบได้ในผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมอง อยู่ๆก็มีร่างกายซีกหนึ่งอ่อนแรงใช้ไม่ได้ ปากเบี้ยว ตาเข ลิ้นแข็ง มีอาการของอินตับและไตพร่องปรากฏชัด มีอาการวิงเวียนศีรษะ มีเสียงดังในหู
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าน้อย
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดเร็ว
- หลักการรักษา : เติมอิน ถ่วงหยาง ทะลวงเส้นลมปราณ
กลุ่มอาการจ้งจ้างฝู่ (中脏腑)
ปี้เจิ้ง (闭证)
- หยางปี้ (阳闭)
- อาการหลัก : หมดสติล้มลงไปไม่รู้สึกตัว กัดฟันแน่น แขนขาเกร็งแข็ง ไม่ถ่ายอุจจาระ
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นเร็ว
- หลักการรักษา : ขับระบายความร้อนโดยทางอุจจาระ ไล่ลมและขับเสมหะ
- เสมหะไฟและเลือดคั่งอุดกั้น (痰火瘀闭证)
- อาการทางคลินิก : หมดสติไม่รู้สึกตัว กัดฟัน อ้าปากไม่ได้ สองมือกำแน่น แขนขาเกร็งทั้งตัว หน้าแดง ตัวร้อน หายใจเสียงหยาบ มีกลิ่นปาก
- ลักษณะลิ้น : ฝ้าขาวเหนียว
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมอ่อนโยนและลื่น
- หลักการรักษา : ระบายไฟ สงบตับ ขจัดเสมหะเปิดทวาร
- อินปี้ (阴闭)
- อาการหลัก : มีอาการหมดสติล้มลงไม่รู้สึกตัว กัดฟันแน่น สองมือกำแน่น ตัวแข็ง สีหน้าค่อนข้างขาวคล้ำ ริมฝีปากอมม่วง ตัวเย็นมีเสียงเสมหะในลำคอ
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นมีฝ้าขาวเหนียว
- ลักษณะชีพจร : ขับลม ขับเสมหะ เปิดทวาร
- ทัวเจิ้ง (กลุ่มอาการหลุด) (脱证)
- อาการหลัก : มีอาการหมดสติไม่รู้สึกตัว ล้มลงไม่รู้สึกตัว มือเท้าแบ ปากอ้า มีเสียงกรน ตัวเย็นมีเหงื่อออก เสียงลมหายใจแผ่วเบา อุจจาระปัสสาวะเรี่ยราด
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นใช้การไม่ได้
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรคลำแทบไม่พบ
- หลักการรักษา : ทำให้หยางกลับคืนฉุดช่วยอิน เพิ่มชี่หยุดอาการหลุด
ระยะฟื้นตัว (恢复期)
- มีทั้งลม เสมหะ เลือดคั่งอุดตัน (风痰瘀阻证)
- อาการหลัก : ปากเบี้ยวตาเข ร่างกายซีกหนึ่งใช้การไม่ได้ พูดไม่ได้ ซีกที่ใช้การไม่ได้มีอาการหนักหรือชา
- ลักษณะลิ้น : ฝ้าเหนียว มีรอยจุดเลือดคั่งบนลิ้น
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงลื่น
- หลักการรักษา : ขับเสมหะ สงบลม ทะลวงเส้นลมปราณ
- ชี่พร่องและเลือดคั่ง (气虚络瘀证)
- อาการหลัก : ปากเบี้ยว ร่างกายซีกหนึ่งใช้การไม่ได้ มีปัญหาการพูด แขนขาไม่มีแรง สีหน้าค่อนข้างอมเหลือง
- ลักษณะลิ้น : ฝ้าขาวบาง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดฝืด หรือละเอียดอ่อนแรง
- หลักการรักษา : บำรุงชี่และเลือด สลายเลือดคั่ง ทะลวงเส้นลมปราณ
- ตับและไตพร่อง (肝肾亏虚证)
- อาการหลัก : ปากเบี้ยว ตาเข ลิ้นแข็ง ร่างกายซีกหนึ่งใช้การไม่ได้ มีอาการแขนขาเกร็ง นอกจากแขนขาเกร็งยังมีกล้ามเนื้อลีบ วิงเวียนศีรษะ มีเสียงดังในหู ตาฝ้าหรือน้ำตาไหล ปากคอลิ้นแห้ง ใจสั่น นอนไม่หลับ
- ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงแห้ง
- ลักษณะชีพจร : ชีพจรละเอียดเร็ว
- หลักการรักษา : บำรุงตับไต

อาหารป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต
- ข้าวโอ๊ต อุดมไปด้วยวิตามินอีที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง บำรุงหลอดเลือดลดความดันโลหิต
- งา มีประโยชน์ต่อโรคหลอดเลือดขาดเลือดจากการอุดตัน กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด บำรุงหลอดเลือด ป้องกันอาการอัมพาตกำเริบ ลดคอเลสเตอรอลในตับและเลือด
- ข้าวหอมนิล บำรุงเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ลดความดันโลหิต
- แคร์รอต ช่วยลดอัตราการกำเริบของโรคหลอดเลือดสมอง ลดความดันโลหิต
- เผือก ช่วยลดความดันโลหิต จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง บำรุงหลอดเลือด
- ผักกาดขาว ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ลดความดันโลหิต
- ถั่วแขก ลดโอกาสที่อาการอัมพาตจะกำเริบอีกครั้ง
- กีวี ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดและช่วยเผาผลาญคอเลสเตอรอลลดความดันโลหิต
- แตงโม ช่วยให้ไขมันเคลื่อนตัวสะดวก เป็นการป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแข็งตัวจนเป็นอัมพาต ลดความดันโลหิต ลดโอกาสที่อาการอัมพาตจะกำเริบอีกครั้ง
- มะเขือเทศ ป้องกันไม่ให้หลอดเลือดเสื่อม ช่วยป้องกันไม่ให้หลอดเลือดฝอยแตกและหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง รักษาหลอดเลือดหัวใจให้มีสุขภาพดี ช่วยขับปัสสาวะและขจัดสารพิษ ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดประจำเดือน ผู้ที่กระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ ผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบเฉียบพลัน
- พุทราแดงจีน ขิงแก่ เห็ดหูหนูดำ นำมาต้มรวมกัน ซึ่งสรรพคุณของสมุนไพรนี้ช่วยล้างไขมันในหลอดเลือด บำรุงเลือด บรรเทาอาการหลอดเลือดในสมองตีบ ซึ่งเหมาะกับผู้เป็นอัมพาตจากอาการหลอดเลือดในสมอง
การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน
สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการอัมพฤกษ์อัมพาต โดย
ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100%
ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี ตามแต่ละกลุ่มอาการและสาเหตุของโรค เช่น
- กลุ่มอาการจากสาเหตุลมและเสมหะอุดตันเส้นลมปราณ ทางคลินิกจะให้ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณไล่ลม ขับเสมหะ ทะลวงเส้นลมปราณที่อุดตัน รักษาอัมพฤกษ์ อัมพาต
- กลุ่มอาการจากสาเหตุลมหยางขึ้นไปรบกวนเส้นลมปราณ ทางคลินิกจะให้ทานยาสมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์สรรพคุณสงบหยางตับ เพิ่มการไหลเวียน ทะลวงเส้นลมปราณ รักษาอัมพฤกษ์ อัมพาต
ทำการฝังเข็มตามเส้นลมปราณที่เหมาะสมกับอาการ
ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
- จากสาเหตุมีทั้งลม เสมหะ เลือดคั่งอุดตัน ใช้วิธีการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณเพื่อขับเสมหะ สงบลม ทะลวงเส้นลมปราณ รักษาอัมพฤกษ์ อัมพาต
- จากสาเหตุตับและไตพร่อง ใช้วิธีการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณเพื่อบำรุงตับ บำรุงไต รักษาอัมพฤกษ์ อัมพาต
นวดกดจุด
- ตามจุดฝังเข็มในเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้องเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือดลม เป็นต้น

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน
- ดื่มน้ำ 2-3 ลิตรต่อวัน โดยใช้วิธีการจิบน้ำเรื่อยๆ ตลอดวัน
- แพทย์แผนจีนจะให้คนไข้ทำการกดจุดเพื่อกระตุ้นเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้อง เช่น จุดเหอกู่ เป็นต้น
- แช่มือ แขน ขา และ เท้า ของคนไข้ด้วยน้ำอุ่น เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลม
- ทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง เลี่ยงกลุ่มอาหารไขมันสูงเพื่อลดการอุดตันของระบบเลือด เช่น หลอดเลือด ความหนืดข้นของเลือด ไขมันในเลือด เน้นทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอไม่ควรนอนดึก ควรนอนก่อน 22.00 น.
- ออกกำลังกายหรือพยายามส่งคำสั่งการเคลื่อนไหว ตามคำแนะนำของแพทย์แผนจีนเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อ เลือดลม เพื่อให้อวัยวะที่มีปัญหาสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น
- ดื่มน้ำอุ่นกึ่งร้อนใส่เกลือหิมาลัย บีบมะนาวทุกวันตอนเช้า
- ทานมะเขือเทศปั่น รับประทานสด หรือทำอาหาร 3-5 ลูกใหญ่ต่อวัน หรือถ้าเป็นมะเขือเทศราชินี ให้ทาน 10-15 ลูกต่อวัน
- งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่
- หลีกเลี่ยงอาหารมัน ทอด ปิ้ง ย่าง
- งดบริโภคอาหารไขมันสูง อาหารเค็มจัด อาหารรสจัด
กดจุดรักษาอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต
จุดจู๋ซานหลี่ (足三里)
- ตำแหน่ง => จุดจู๋ซานหลี่อยู่ใต้จุดตู๋ปี๋ 3 ชุ่นหรือใช้ 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป และห่างจากกระดูกหน้าแข้งด้านนอก 1 นิ้วมือ
- รักษาอาการ => บำรุงสุขภาพ รักษาอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพาตใบหน้า บำรุงม้ามกระเพาะ กรดไหลย้อน เสริมภูมิคุ้มกัน ปวดเข่า ปวดขาและเท้า หูอื้อ หวัด ไอ หอบหืด เสมหะมาก วัณโรคปอด ท้องอืดแน่น อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ใจสั่น แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะติดขัด ตกขาว ไส้เลื่อน
- วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
จุดซานอินเจียว (三阴交)
- ตำแหน่ง => อยู่ด้านในของขา เหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมา 3 ชุ่น หรือใช้นิ้วทั้ง 4 นิ้ว ( ชี้ กลาง นาง ก้อย ) ทาบลงไป จุดจะอยู่หลังกระดูกหน้าแข้ง
- รักษาอาการ => จุดนี้ช่วยบำรุงดูแลทั้ง 3 อวัยวะ ได้แก่ ตับ ม้าม ไต รักษาอาการอัมพาตครึ่งซีก บรรเทาอาการนอนไม่หลับ อีกทั้งยังสามารถรักษาอาการปวดต้นขาด้านใน คออักเสบ ลิ้นแข็ง เลือดกำเดาไหล ไอ เจ็บลิ้นปี่ อาเจียน สะอึก อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ปวดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ
- วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
จุดไป๋ฮุ่ย (百会)
- ตำแหน่ง => อยู่กึ่งกลางระหว่างเส้นเชื่อมจากยอดใบหูทั้ง 2 ข้าง บรรจบกับเส้นที่ลากจากปลายจมูกขึ้นมาตรงกลางศีรษะ
- รักษาอาการ => รักษาอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดในสมองตีบ เส้นเลือดในสมองแตก นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ปวดไมเกรน หูมีเสียง ลมบ้าหมู ลมชัก รักษาอาการซึมเศร้า รักษาอาการทางจิตประสาท ภาวะสมองเสื่อม แขนขากระตุก อัมพาตใบหน้า
- วิธีนวดกดจุด => ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลาง หรือทั้ง 2 นิ้ว กดนวดคลึงไปมา 100 ครั้ง วันละ 2-3 ครั้ง
จุดไท่ชง (太冲)
- ตำแหน่ง => อยู่บนบริเวณหลังเท้าแอ่งกระดูกระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้
- รักษาอาการ => ลดอาการกรดไหลย้อนที่เกิดจากอารมณ์แปรปรวน ที่ส่งผลทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องอืดแน่น ท้องร้องโครกคราก ท้องเสีย ท้องผูก ดีซ่าน แสบร้อนกลางอก แน่นหน้าอก ระบายความร้อนในระบบตับ และจุดไท่ชงนี้ยังสามารถรักษาอาการขาชาและอ่อนแรง ปวดชายโครง ปวดศีรษะ ไมเกรน เวียนศีรษะ ปากแห้ง เจ็บคอ ตาปวดบวมและแดง ประสาทตาเสื่อม ไอ แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะลำบาก ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ โรคขาดประจำเดือน ตกขาว ปวดประจำเดือน ปวดบริเวณฝีเย็บ โรคเครียด โรคซึมเศร้า โรคชักในเด็ก ความดันโลหิตสูง ไส้เลื่อน
- วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
จุดเหอกู่ 合谷穴
- ตำแหน่ง => อยู่บริเวณง่ามนิ้วโป้งและนิ้วชี้ทั้งสองข้าง ให้กางนิ้วโป้งออก ใช้ขอบของข้อบนสุดของนิ้วโป้งอีกข้างวางทาบบนง่ามระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ตรงปลายนิ้วโป้งจะตรงกับ
- จุดนี้พอดีรักษาอาการ => ปวดศีรษะ ไมเกรน ตาบวม ตาแดง หูอื้อ หูตึง เลือดกำเดาไหล หน้าเบี้ยวปากเบี้ยว เป็นไข้ หนาวๆร้อนๆ ประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนมาน้อย ปวดมือ ปวดแขน ปวดนิ้ว นิ้วล็อก และเนื่องจากจุดนี้เป็นจุดที่อยู่บนเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ จึงสามารถปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ รักษาอาการท้องผูกหรือท้องเสียได้
- วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึง 1-2 นาที วันละ 2-3 ครั้ง ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตื้อๆ ตึงๆ (คนท้องห้ามกดหรือฝังเข็มที่จุดนี้)