ปวดท้อง
ปวดท้อง

ปวดท้อง (腹痛, abdomen pain)

    หลายต่อหลายครั้งที่เรามักมีอาการปวดท้อง ปวดตรงช่วงตำแหน่งท้องส่วนบนบ้าง ด้านข้างบ้าง ซึ่งอาการปวดตามลักษณะนี้ บางครั้งรับประทานยารักษาโรคกระเพาะอาหารก็ไม่ดีขึ้น อาการปวดท้องนี้อาจไม่ใช่โรคกระเพาะอาหารเสมอไป หลายคนอาจจะเข้าใจว่าเวลาที่เรามีอาการปวดช่วงบริเวณช่องท้องนั้นต้องเป็นโรคกระเพาะอาหารเสมอ ซึ่งการปวดท้องอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ปวดแบบเฉียบพลันจากไส้ติ่งอักเสบ อาหารเป็นพิษ ถุงน้ำดีอักเสบ หรือจะเป็นอาการปวดท้องเรื้อรังเป็นๆหาย เช่น โรคลำไส้แปรปรวน โรคทางเดินอาหาร เป็นต้น โดยตำแหน่งที่ปวดจะอยู่ระหว่างใต้ลิ้นปี่มาจนถึงกระดูกหัวเหน่า ซึ่งถ้ามีอาการปวดบริเวณนี้แพทย์จีนจะเรียกว่า ฝู่ท่ง

ตำแหน่งของบริเณที่ปวด 

  • ปวดท้องส่วนบนด้านขวา อาจนึกถึงโรคที่เกี่ยวกับระบบตับและถุงน้ำดี เช่น นิ่วในถุงน้ำดี
  • ปวดท้องส่วนบนด้านซ้าย อาจนึกถึงโรคที่เกี่ยวกับม้าม ตับอ่อน เช่น ม้ามโต ตับอ่อนอักเสบ
  • ปวดท้องตรงกลาง ตรงใต้ลิ้นปี่หรือตรงเหนือสะดือ อาจนึกถึงโรคกรดไหลย้อน แผลในกระเพาะ อาหารไม่ย่อย
  • ปวดท้องส่วนล่างขวา อาจนึกถึงโรคไส้ติ่งอักเสบ ลำไส้อักเสบ อีกทั้งโรคทางสูตินารีเวชและโรคระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ปวดท้องส่วนล่างซ้าย อาจนึกถึงถึงโรคลำไส้ส่วนล่างและไส้ตรง การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หรือโรคทางเดินปัสสาวะ

ปวดกระเพาะอาหาร1

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคในทางการแพทย์แผนจีน

    อาการปวดท้องเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบภายในช่วงท้องทำให้เกิดอาการปวดท้อง หรือการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อารมณ์แปรปรวน ม้ามและกระเพาะอาหารอ่อนแอ ทำให้เกิดเลือดและลมปราณติดขัดจนทำให้เกิดอาการปวด หรือเลือดและพลังลมปราณไม่เพียงพอไปเลี้ยงอวัยวะทำให้เกิดอาการปวด

การแยกอาการปวดท้องจากอาการอื่น 

  • ปวดท้องกับปวดกระเพาะอาหาร(เว่ยท่ง) มีข้อเเตกต่างสองข้อคือ
    • ตำแหน่งปวดของปวดกระเพาะอาหารอยู่บริเวณยอดอกหรือลิ้นปี่ ถ้าเป็นปวดท้องตำแหน่งจะอยู่ตั้งแต่ใต้ลิ้นปี่จนถึงขอบกระดูกหัวหน่าว 
    • อาการร่วมอื่น ปวดกระเพาะอาหารจะมีอาการคลื่นไส้ พะอืดพะอมหรืออาเจียน แสบทรวงอก แต่ปวดท้องมักมีเสียงลำไส้ดังหรือมีอาการถ่ายท้อง
  • อาการปวดท้องกับอาการปวดท้องของโรคอายุรกรรม เช่น ท้องเสีย ซึ่งจะมีอาการปวดท้องเช่นกัน แต่ปวดท้องจะมีอาการเด่นชัดคือปวดท้องไม่มีอาการอื่นเด่นชัด ถ้าเทียบกับโรคอื่นนั้นก็มักมีอาการเฉพาะที่แสดงออกมาแต่มักมีอาการปวดท้องเป็นอาการรอง
  • อาการปวดท้องทางศัลยกรรมและทางนรีเวชกรรม
    • ปวดท้องทางศัลยกรรม มักมีไข้และกล้ามเนื้อท้องปวดเกร็ง กดเจ็บหรือกดปล่อยแล้วเจ็บ ตำแหน่งมักมีขอบเขตชัดเจนต่างกับปวดท้องทางอายุรกรรม
    • ปวดท้องทางนรีเวชกรรมตำแหน่งที่ปวดอยู่บริเวณท้องน้อย มักมีความผิดปกติของประจำเดือน มีตกขาว การตั้งครรภ์ หรือระยะหลังคลอด 

ปวดกระเพาะอาหาร2

การจำแนกกลุ่มการรักษาทางการแพทย์แผนจีน

  • ปวดท้องจากความเย็นอุดกั้นภายใน (寒邪内阻证)
    • อาการทางคลินิก : มีอาการปวดท้องเฉียบพลัน ปวดท้องแบบเย็น เมื่อกระทบความเย็นอาการปวดจะเพิ่มขึ้น รู้สึกสบายเมื่อถูกความร้อน มีอาการกลัวหนาว มือเท้าเย็น ปากจืดไม่กระหายน้ำ ปัสสาวะใสปริมาณมาก ถ่ายเหลวหรือท้องผูก
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดฝ้าลิ้นขาวเหนียว
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมแน่น 
    • หลักการรักษา : ขจัดความเย็น อบอุ่นภายใน ปรับการไหลเวียนของชี่ แก้อาการปวดท้อง
  • ปวดท้องจากความร้อนชื้นอุดกั้น (湿热壅滞证)
    • อาการทางคลินิก : ปวดท้องไม่ชอบให้กด กระหายน้ำชอบดื่มน้ำ ท้องผูกหรืออุจจาระเหลวแต่ถ่ายออกไม่คล่อง มีไข้ช่วงบ่ายช่วงเย็นและมีเหงื่อออก ปัสสาวะน้อยสีเหลือง
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าเหลืองแห้ง หรือเหลืองเหนียว
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นเร็ว 
    • หลักการรักษา : ระบายร้อน ขจัดการอุดกั้นภายใน ขับเคลื่อนชี่ ขจัดการติดขัด แก้อาการปวดท้อง
  • ปวดท้องจากอาหารไม่ย่อย (饮食积滞证)
    • อาการทางคลินิก : ปวดแน่นท้องไม่ชอบให้กด เรอเปรี้ยว เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้องและถ่ายท้อง พอหลังถ่ายแล้วอาการปวดท้องลดลง หรือบางรายจะท้องผูก
    • ลักษณะลิ้น : ฝ้าลิ้นหนาเหนียว
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่น 
    • หลักการรักษา : ขจัดอาหารที่ตกค้าง ช่วยย่อย ขจัดการติดขัด ปรับการไหลเวียนของชี่ แก้อาการปวดท้อง
  • ปวดท้องจากชี่ตับไหลเวียนติดขัด (肝郁气滞证)
    • อาการทางคลินิก : ปวดแน่นท้อง อาการปวดมีตำแหน่งไม่แน่นอน บางครั้งปวดบริเวณท้องน้อยหรือปวดบริเวณชายโครงทั้งสองข้าง เดี๋ยวปวดเดี๋ยวหาย เมื่อได้เรอหรือผายลมอาการจะดีขึ้น และเมื่อมีเรื่องเครียดหรืออารมณ์ไม่ดีจะเกิดอาการปวดท้องจะมากขึ้น
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าขาวบาง
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง
    • หลักการรักษา : ระบายตับขจัดความอุดกั้น ปรับการไหลเวียนของชี่ แก้อาการปวดท้อง
  • ปวดท้องจากเลือดคั่งอุดกั้น (瘀血内停证)
    • อาการทางคลินิก : อาการปวดจะอยู่กับที่ ปวดท้องเหมือนเข็มแทง อาการปวดค่อนข้างรุนแรง ปวดมานานไม่ดีขึ้น
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นสีม่วงคล้ำ
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็กฝืด
    • หลักการรักษา : ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก สลายเลือดคั่ง ทะลวงเส้นลมปราณ แก้อาการปวดท้อง
  • ปวดท้องจากมีความเย็นพร่องที่จงเจียว (中焦虚寒证)
    • อาการทางคลินิก : ปวดท้องแบบแค่พอรู้สึก ปวดท้องแบบเป็นๆหายๆ ชอบความอบอุ่นชอบให้กดนวด ตัวเย็นมือเท้าเย็น อ่อนเพลียไม่มีแรง หายใจสั้น ไม่อยากพูดคุย กระเพาะอาหารรับอาหารได้ไม่ดี เบื่ออาหาร ถ่ายเหลว สีหน้าไม่มีชีวิตชีวา อุจจาระเหลว
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด ฝ้าขาวบาง
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมเล็ก
    • หลักการรักษา : อบอุ่นจงเจียว บำรุงอวัยวะที่พร่อง แก้อาการปวดท้อง

ตรวจจับชีพจร

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการปวดท้อง ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้ 

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    • ปวดท้องจากความเย็นอุดกั้นภายใน ใช้ยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณขจัดความเย็น อบอุ่นภายใน ปรับการไหลเวียนของชี่ แก้อาการปวดท้อง
    • ปวดท้องจากความร้อนชื้นอุดกั้น ใช้ยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณระบายร้อน ขจัดการอุดกั้นภายใน ขับเคลื่อนชี่ ขจัดการติดขัด แก้อาการปวดท้อง
  • การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น 
    • ปวดท้องจากอาหารไม่ย่อย ทำการฝังเข็มตามจุดที่มีสรรพคุณขจัดอาหารที่ตกค้าง ช่วยย่อย ขจัดการติดขัด ปรับการไหลเวียนของชี่ แก้อาการปวดท้อง
    • ปวดท้องจากชี่ตับไหลเวียนติดขัด เลือกจุดฝังเข็มที่มีสรรพคุณระบายตับขจัดความอุดกั้น ปรับการไหลเวียนของชี่ แก้อาการปวดท้อง
  • การรมยา เช่น อาการปวดท้องจากการมีความเย็นที่จงเจียว ใช้ตัวยาโกฐจุฬาลัมพาจุดรมยาเพื่อช่วยอุ่นจงเจียว บำรุงอวัยวะที่พร่อง แก้อาการปวดท้อง

ยาสมุนไพรแคปซูล11    เข็มฝังเข็ม1    รมยา1

คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

  • ปรับเรื่องอาหารการกินให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ อาการสามารถทุเลาลงได้
  • หลีกเลี่ยงความเครียด ผ่อนคลายจิตใจ
  • ทานน้ำขิงเพื่อช่วยย่อยและเพิ่มความอุ่นให้แก่ม้ามและกระเพาะอาหาร 
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง ควรนอนก่อน 22.00 น.
  • ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-3 ลิตร โดยใช้การจิบเรื่อยๆ ทั้งวัน   

กดจุดลดอาการปวดท้อง

จุดจงหว่าน (中脘穴)

  • ตำแหน่ง => อยู่ที่กึ่งกลางท้องเหนือสะดือ 4 ชุ่น
  • รักษาอาการ => ปรับสมดุลชี่ส่วนกลางร่างกาย รักษาอาการปวดท้อง ปวดกระเพาะอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เรอเปรี้ยว กรดไหลย้อน ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร สะอึก เรอบ่อย ลำไส้อักเสบ ดีซ่าน นอนไม่หลับ ซึมเศร้า หวาดระแวง หอบหืด เสมหะมาก อาเจียนเป็นเลือด
  • วิธีนวดกดจุด => ใช้นิ้วมือกดที่จุดจงหว่าน หมุนวนช้าๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดจู๋ซานหลี่ (足三里)

  • ตำแหน่ง => จุดจู๋ซานหลี่อยู่ใต้จุดตู๋ปี๋ 3 ชุ่นหรือใช้ 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป และห่างจากกระดูกหน้าแข้งด้านนอก 1 นิ้วมือ
  • รักษาอาการ => บำรุงสุขภาพ รักษาอาการปวดท้อง บำรุงม้ามกระเพาะ กรดไหลย้อน เสริมภูมิคุ้มกัน ปวดเข่า ปวดขาและเท้า อ่อนเพลียไม่มีแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพาตใบหน้า หูอื้อ หวัด ไอ หอบหืด เสมหะมาก วัณโรคปอด ท้องอืดแน่น อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ใจสั่น แน่นหน้าอก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะติดขัด ตกขาว ไส้เลื่อน 
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดซานอินเจียว (三阴交) 


  • ตำแหน่ง => อยู่ด้านในของขา เหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมา 3 ชุ่น หรือใช้นิ้วทั้ง 4 นิ้ว ( ชี้ กลาง นาง ก้อย ) ทาบลงไป จุดจะอยู่หลังกระดูกหน้าแข้ง 
  • รักษาอาการ => จุดนี้ช่วยบำรุงดูแลทั้ง 3 อวัยวะ ได้แก่ ตับ ม้าม ไต อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ บรรเทาอาการนอนไม่หลับ อีกทั้งยังสามารถรักษาอาการปวดต้นขาด้านใน อัมพาตครึ่งซีก คออักเสบ ลิ้นแข็ง เลือดกำเดาไหล ไอ เจ็บลิ้นปี่ อาเจียน สะอึก ปวดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ 
  • วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง