แผลเบาหวาน1
แผลเบาหวาน1

แผลเบาหวาน

    เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบมากในผู้ป่วยที่ควบคุมอาการของโรคได้ไม่ดีพอ โดยเฉพาะแผลเรื้อรังที่เท้า เพราะระบบประสาทและหลอดเลือดของผู้ป่วยเบาหวานจะทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการชาหรือไร้ความรู้สึกที่ปลายมือและเท้า เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนมีแผลและเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณแผลไม่เพียงพอ จึงทำให้แผลหายช้าหรือกลายเป็นแผลเรื้อรัง หากดูแลแผลไม่ดี ทำให้แผลเน่าเปื่อย ติดเชื้อ แผลอาจลุกลามรุนแรงจนถึงขั้นต้องสูญเสียนิ้ว เท้า หรือต้องตัดขาในที่สุด

แผลเบาหวานในมุมมองแพทย์แผนจีน

    ในทางการแพทย์แผนจีน เกิดจากม้ามและไตพร่อง มีความเย็นและความชื้นสะสมมากระทบ ทําให้ชี่และเลือดเกิดการติดขัดไหลเวียนไม่สะดวก เป็นสาเหตุของการเกิดโรค ภายในร่างกายมีภาวะพร่องแต่อาการที่แสดงออกมาเป็นภาวะแกร่ง เกิดความไม่สมดุลกัน ร่างกายจึงเกิดภาวะเจ็บป่วยได้

หยินหยาง1

แผลเบาหวานทางการแพทย์แผนจีนแบ่งกลุ่มอาการได้ 4 แบบ คือ

  • พิษร้อนชื้นสะสม
    • อาการทางคลินิก : แผลที่เท้าบวมแดง มีอาการเน่า เปื่อยบริเวณแผล การลุกลามแพร่กระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว มีหนองเยอะและมีกลิ่นเหม็น ขี้ร้อน กระหายนํ้ามาก หงุดหงิดง่าย ท้องผูก มีอาการปวดบวมรุนแรง ลักษณะอาการบวมมีลักษณะเป็นสีขาวเทาคล้ายสีของเศษตะกอน
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นเป็นสีแดง ฝ้าเหลืองหนา
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นเร็ว
  • ลิ่มเลือดอุดตัน
    • อาการทางคลินิก : เท้ามีอาการปวดบวม เข้านอนยาก ผิวหนังเย็น แห้งกร้าน แผลและผิวบริเวณโดยรอบเป็นสีคลํ้า เดินลําบาก ผิวหนังและแผล บริเวณนั้นมีสีแดงเข้มหรือม่วงคล้ำ กล้ามเนื้อลีบ
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงเข้ม มีจุดบริเวณปลายลิ้น ฝ้าขาวบาง
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง
  • พิษร้อนสะสมทําลายอิน
    • อาการทางคลินิก : ผิวแห้ง ขนร่วง กล้ามเนื้อลีบฝ่อ บริเวณแผลมีเลือดออกซึม ขอบแผลแห้ง ลักษณะสีดําไหม้ มีอาการปวดร่วมด้วย เหนื่อย อ่อนเพลียง่าย กระหายน้ำ ชอบทานของเย็น ฝ่ามือฝ่าเท้าร้อน ร่วมกับบริเวณเท้ามีอาการบวมแดงเข้ม
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นสีแดงเข้ม ฝ้าบาง
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงเล็กไม่มีแรง
  • ชี่และเลือดพร่อง
    • อาการทางคลินิก : ปวดเท้า กล้ามเนื้อลีบฝ่อ ผิวแห้ง มีอาการบวมและเซลล์ตายของแผลบริเวณนั้นเป็นระยะเวลานาน ลักษณะสีผิวแดงเข้ม หรือมีลักษณะซีดสีไม่สดใส เกิดหนองสีนํ้าตาลอมแดง มีกลิ่นเหม็น หนองไหลตลอดเวลา หน้าตาไม่สดใส ไม่อยากอาหาร ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ใจสั่น หายใจถี่หอบ เหงื่อออกง่าย ปัสสาวะสีซีด อุจจาระนิ่ม
    • ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดปลายลิ้นมีจุดแดง ด้านข้างลิ้นมีลักษณะเป็นรอยฟัน ฝ้าหนา
    • ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมเล็กไม่มีแรง
  • ตรวจจับชีพจร

การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน 

สยามแพทย์แผนจีนคลินิกทำการรักษาอาการแผลเบาหวาน ตามแต่ละกลุ่มอาการของโรคโดยวิธีดังนี้

  • ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลผลิตจากสมุนไพรจีน 100% (ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารเคมี) ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
  • อาการแผลเบาหวานจากกลุ่มอาการลิ่มเลือดอุดตัน ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ เพิ่มการไหลเวียนของชี่และเลือด ระงับอาการปวด ลดการอักเสบติดเชื้อบริเวณผิวหนัง

  • การฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย ตามเส้นลมปราณและรักษาอาการที่เป็น ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
  • อาการแผลเบาหวานจากกลุ่มอาการชี่และเลือดพร่อง ฝังเข็มจุดที่มีสรรพคุณ บำรุงชี่ บำรุงเลือด ระงับอาการปวด ลดการอักเสบติดเชื้อบริเวณผิวหนัง

   
%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%8B%E0%B8%B9%E0%B8%A57    เข็มฝังเข็ม2

การรักษาแผลเบาหวาน

    ทำความสะอาดแผลวันละ 2-4 ครั้ง ด้วยสบู่ น้ำอุ่น หรือน้ำเกลือ หลังล้างต้องเช็ดให้แห้งทุกครั้ง งดใช้แอลกอฮอล์ในการทำความสะอาดแผล เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำลายโปรตีนในเนื้อเยื่อซึ่งเป็นอันตรายต่อแผล

    เมื่อทำความสะอาดแผลและเช็ดให้แห้งสนิทแล้ว ต้องใส่ยาฆ่าเชื้อ ปิดแผลให้สนิท ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำเด็ดขาด และสิ่งสำคัญที่สุดคือการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดร่วมด้วย เผื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว แผลเบาหวานจึงไม่เกิดซ้ำ และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้อย่างถาวร สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น


%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%992%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5


คำแนะนำในการปฏิบัติตัวสำหรับผู้เป็นเบาหวาน

  • จิบน้ำให้ได้วันละ 2.5–3 ลิตร โดยเน้นการ "จิบเรื่อยๆ" ทุก 15–20 นาที ช่วยลดความเข้มข้นของน้ำตาลในเลือดและช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น
  • รับประทานอาหารให้ตรงเวลา ทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ และพยายามลดของว่างที่ไม่จำเป็น เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลแกว่งขึ้นลงตลอดทั้งวัน
  • เลือกรับประทานข้าวไม่ขัดสี เปลี่ยนจากข้าวขาวมาเป็น "ข้าวกล้อง" หรือ "ข้าวไรซ์เบอร์รี่" ช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลช้าลง คุมระดับน้ำตาลได้ดีกว่าเดิม
  • รับประทานผักเพิ่มขึ้น ลดการรับประทานเนื้อสัตว์ โดยเน้นทานผักผลไม้(หวานน้อย)ให้มากขึ้น และลดเนื้อสัตว์ติดมัน เพื่อลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจตามมา
  • ลดการรับประทานของหวาน, ของมัน, ของทอด, ปิ้งย่าง, และเค็ม อาหารแปรรูป/บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเบเกอรี่ เพราะสิ่งเหล่านี้คือตัวการทำร้ายสุขภาพ
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนให้ได้ 7–8 ชั่วโมง และที่สำคัญคือ ควรเข้านอนช่วง 22.00 - 22.30 น. เพื่อให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล
  • งดสิ่งกระตุ้น เช่น การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แนะนำให้ค่อยๆ ลดลงทีละนิด 

การนวดกดจุดช่วยรักษาโรคเบาหวาน

จุดจู๋ซานหลี่ (足三里) 

  • ตำแหน่ง => จุดจู๋ซานหลี่อยู่ใต้จุดตู๋ปี๋ (犊鼻) 3 ชุ่นหรือใช้ 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป และห่างจากกระดูกหน้าแข้งด้านนอก 1 นิ้วมือ
  • ข้อบ่งใช้ => บำรุงสุขภาพ บำรุงม้ามกระเพาะ เสริมภูมิคุ้มกัน อ่อนเพลียไม่มีแรง
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

จุดซานอินเจียว (三阴交)

  • ตำแหน่ง => จุดซานอินเจียว อยู่ด้านในของขาเหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมา 3 ชุ่น หรือใช้นิ้วทั้ง 4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทาบลงไป จุดจะอยู่หลังกระดูกหน้าแข้ง 
  • ข้อบ่งใช้ => จุดซานอินเจียวช่วยบำรุงดูแลทั้ง 3 อวัยวะ ได้แก่ ตับ ม้าม ไต
  • วิธีนวดกดจุด => ให้นวดกดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ 2-3 นาที หรือกดค้างไว้ 30 วินาที – 1 นาที ประมาณ 3 – 5 ครั้ง (คนท้องห้ามกดจุดนี้)

จุดหย่งเฉวียน (涌泉)

  • ตำแหน่ง => แบ่งฝ่าเท้าเป็น 3 ส่วน จุดอยู่ระหว่างรอยต่อส่วนที่ 1 กับส่วนที่ 2 ของแนวยาวของฝ่าเท้า ระหว่างกระดูกนิ้วชี้เท้าและนิ้วกลางเท้า
  • ข้อบ่งใช้ => จุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นลมปราณไต มีสรรพคุณในการบำรุงไต บำรุงสมอง เสริมสร้างสารจิง (สารจิงช่วยด้านการเจริญเติบโต และระบบสืบพันธุ์) บำรุงร่างกายให้แข็งแรง
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึง ครั้งละ 2-3 นาที ทั้ง 2 ข้าง

จุดไท่ซี (太溪)

  • ตำแหน่ง => อยู่ด้านในข้อเท้า ในร่องระหว่างขอบหลังของตาตุ่มในกับขอบหน้าของเอ็นร้อยหวาย
  • ข้อบ่งใช้ => บำรุงไต เบาหวาน
  • วิธีนวดกดจุด => กดนวดคลึงเบาๆ ให้รู้สึกปวดๆ หน่วงๆ ตึงๆ ประมาณ 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง