การครอบแก้วไฟ
การครอบแก้วไฟ 拔罐(火) (Fire Cupping Therapy)
เป็นวิธีการรักษาโดยใช้แก้วมาลนไฟ เพื่อไล่อากาศออกจนเกิดสุญญากาศขึ้นภายในแก้ว แล้วครอบแก้วลงไปบนผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ แรงสุญญากาศจะดูดผิวหนังหรือกล้ามเนื้อขึ้นมา จะทำให้การไหลเวียนของเลือดในบริเวณนั้นดีขึ้น เป็นการปั๊มเลือดเข้าสู่กล้ามเนื้อบริเวณที่ทำการครอบแก้ว หลอดเลือดฝอยขยายตัวขึ้น นำมาสู่การที่เนื้อเยื่อได้รับเลือดและออกซิเจนมากขึ้น กระบวนการซ่อมแซมจึงมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามหลักทางวิทยาศาสตร์
ในทางด้านการแพทย์แผนจีน
การครอบแก้วไฟนั้นมีสรรพคุณเพื่ออบอุ่นเส้นลมปราณ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ ขจัดพิษความเย็น ความชื้น ความร้อนที่เกิดขึ้นในร่างกาย บรรเทาอาการปวดบวม ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดการตึงตัวหรือหดเกร็งของกล้ามเนื้อ และการครอบแก้วยังสามารถรักษาได้หลายโรคหลายอาการ เช่น ไอ ไข้หวัด หอบหืด ลมพิษ โดยเฉพาะอาการปวด ปวดเมื่อย ปวดตึง ปวดร้าว ตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น คอ บ่า ไหล่ หลัง เอว ต้นขา น่อง เป็นต้น ซึ่งเป็นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
การครอบแก้วมีความเชื่อว่าช่วยขจัดพิษ
"พิษ" ในที่นี้คือ เสียชี่ (邪气) ก็คือพวกความเย็น ความชื้น ความร้อน จากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เราเกิดความไม่สบายต่างๆ การครอบแก้วควรครอบทิ้งไว้ 5-15 นาที หลังจากครอบแก้วแล้วเรามักจะเห็นรอยจ้ำ รอยคล้ำ ที่ผิวเป็นสีต่างๆ แต่ไม่มีอันตราย ซึ่งรอยดังกล่าวจะหายเองในเวลาประมาณ 5–7 วัน และสามารถทำได้อีกเมื่อรอยจางหายไป
สีของรอยครอบแก้วบ่งบอกอะไรได้บ้าง
- สีแดงสด บ่งบอกว่าบริเวณนั้นมีความร้อน เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับหยาง โรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อน โรคที่เกิดจากความแกร่ง พิษร้อน อินของร่างกายพร่อง ไฟลุกโชน
- สีแดงม่วง แดงคล้ำ บ่งบอกว่าร่างกายเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับอิน โรคที่เกิดจากความเย็นหรือมีเลือดคั่งไหลเวียนไม่สะดวก
- สีม่วงดำ บ่งบอกว่าเลือดพร่องไม่พอ มีความเย็นเข้ามากระทบ มีเลือดคั่ง เช่น มีปวดประจำเดือนหรือเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ หากรอยเป็นนานหลายวันไม่ลดลง จะบ่งบอกถึงโรคที่เป็นเรื้อรังมานาน
- สีแดงและคล้ำ บ่งบอกว่าเลือดหนืดข้น ไขมันในเลือดสูง ปริมาณเลือดไม่เพียงพอ
- สีม่วงและมาพร้อมกับจุดเลือดคั่ง บ่งบอกว่าลมปราณและเลือดไหลเวียนไม่คล่อง มีความเย็นมากระทบทำให้เลือดคั่ง
- จุดสีม่วงแต่มีลักษณะสีม่วงเข้มหรือม่วงอ่อนต่างกัน บ่งบอกว่ามีลม ความชื้น ลมปราณติดขัด เลือดคั่ง สีม่วงอ่อนและมีจุดเลือดคั่ง เกิดจากโรคพร่องและมีเลือดคั่งร่วมด้วย
- สีแดงหรือสีแดงอ่อนๆ บ่งบอกว่าเป็นโรคที่เกิดจากภาวะร่างกายพร่อง
- จุดเลือดคั่ง ตุ่มน้ำสีซีด บ่งบอกว่าเป็นโรคที่เกิดจากภาวะร่างกายเย็นพร่องหรือมีความชื้น
- เวลาครอบแก้วภายในแก้วมีไอน้ำ บ่งบอกว่าภายในร่างกายมีความเย็นความชื้นมาก
- หลังจากครอบแก้วผิวหนังมีอาการคันเล็กน้อย บ่งบอกว่าภายในร่างกายมีพิษจากลม หรือโรคจากความชื้น
- หลังจากครอบแก้วผิวหนังมีสีซีด แสดงว่าลมปราณและเลือดอยู่ในระดับพร่อง พลังในร่างกายน้อยลงกว่าปกติ
- หลังจากครอบแก้วผิวหนังมีสีชมพูอ่อน แสดงว่าสุขภาพแข็งแรงดี ระบบเลือดลมไหลเวียนปกติ
โรคที่เหมาะกับการรักษาด้วยการครอบแก้ว
- โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง หอบหืด ปอดบวม ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มปอดอักเสบ
- โรคระบบทางเดินอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง ปวดกระเพาะอาหาร อาหารไม่ย่อย กรดเกินในกระเพาะอาหาร
- โรคระบบหมุนเวียนเลือด ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด
- โรคระบบการเคลื่อนไหวร่างกาย ปวดกระดูกต้นคอ ข้อไหล่ สะบัก ปวดข้อศอก
- โรคระบบประสาท ปวดหัวจากระบบประสาท ปวดเส้นประสาทไซแอทิค โรครูมาตอยด์ บริเวณที่มีอาการปวดชา กล้ามเนื้อลำคอหดเกร็ง กล้ามเนื้อน่องหดเกร็ง เส้นประสาทใบหน้าหดเกร็ง กระบังลมหดเกร็ง
- โรคสตรี ปวดท้องประจำเดือน ตกขาว
- โรคอายุรกรรมภายนอก ฝีหนอง
ข้อควรระวังของการครอบแก้ว
- มีอาการไข้สูง ชัก เกร็ง
- คนป่วยที่ผิวหนังไวต่อความรู้สึก
- ห้ามครอบแก้วที่บริเวณหน้าท้อง กระเบนเหน็บและเอว ในสตรีมีครรภ์
- ห้ามครอบแก้วบริเวณผิวหนังที่มีแผล
- ห้ามครอบแก้วในกรณีที่เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน
- เมื่อผิวหนังแดงหรือมีเลือดคั่งมากต้องถอนแก้วทันที
- ระมัดระวังความร้อนจากไฟจะทำให้ผิวหนังพองได้
- ถ้าผิวหนังมีการผุพอง มีตุ่มน้ำ ควรใช้เข็มสะกิดตุ่มน้ำนั้นๆ ให้น้ำเหลืองไหลออก และทำความสะอาดฆ่าเชื้อให้เรียบร้อย แล้วปิดแผลด้วยผ้าก๊อซเพื่อป้องกันเชื้อโรค
การปฏิบัติตัวหลังครอบแก้ว
- หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็น ควรดื่มน้ำสะอาดที่อุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเป็นเวลา 1 วัน เพราะการดื่มน้ำอุ่นจะมีส่วนช่วยให้ร่างกายขับของเสียออกได้โดยง่าย
- งดอาบน้ำหรือตากแอร์เย็นเป็นเวลา 2 ชั่วโมง หลังจากครอบแก้ว
- ควรพักผ่อนหลังจากครอบแก้ว เพราะการครอบแก้วอาจทำให้ผู้ป่วยบางรายเกิดอาการอ่อนเพลียได้
- อาการผิดปกติที่ควรโทรสอบถามหรือมาพบแพทย์ เช่น มีอาการบวม แดง แสบร้อนมากผิดปกติ ปวดรุนแรงบริเวณจุดครอบแก้ว หรือมีไข้สูง
- โดยเฉลี่ยสามารถครอบแก้วได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หากผู้ป่วยมารับการรักษาต่อเนื่อง ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามคำแนะนำของแพทย์ จะทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพสูงขึ้น
