โรคหอบ
Website Banner
     
 
 
 
    บทความสุขภาพ
 
     
   
 
เพิ่มความสูง
 
   
 
ออฟฟิศซินโดรม
 
   
 
ปวดศีรษะ,ไมเกรน
 
   
 
นอนไม่หลับ
 
   
 
กรดไหลย้อน

   
 
ปวดเอว
 
   
 
อัมพาตใบหน้าครึ่งซีก
 
   
 
    
 โรคปวดกระเพาะอาหาร


 
 
 
    
 อาการอาเจียน
 
 

 
    
บทความฝ้า
 
 

 
    
สิวเรื่องหนักใจบนใบหน้า
 
 
 
 
   
โรคภูมิแพ้ โรคของคนติดสะดวกสบาย
 
   
 
   
บทความหูอื้อ
 
   
 
   
บทความอาการไอ
 
   
 
   
หมอนรองกระดูกทับเส้น ฯ
 
   
 
   
บทความความอ้วน
 
   
 
   
โรคซึมเศร้า
 
   
 
   
โรคท้องผูก
 
   
 
   
อาการปวดประจำเดือน
 
   
 
   
อัมพฤกษ์ อัมพาต
 
   
 
   
ไขมันพอกตับ
 
   
 
   
โรคพาร์กินสัน
 
   
 
   
โรคสะเก็ดเงิน
 
   
 
   
ช็อกโกแลตซีสต์
 
   
 
   
โรคตับแข็ง
 
   
 
   
โรคเกาต์
 
   
 
   
ผมร่วง
 
   
 
   
โรคหอบ โรคหืด
 
   
 
   
เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
 
   
 
   
โรคงูสวัด
 
   
 
   
อาการตาแห้ง
 
   
 
   
โรคลมชัก
 
   
 
   
อาการอ่อนเพลีย
 
   
 
   
โรครูมาตอยด์
 
   
 
   
อาการเวียนศีรษะ
 
   
 
   
อาการไหล่ติด,ปวดไหล่
 
   
 
   
อาการใจสั่น
 
   
 
   
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
 
   
 
   
อาการต้อกระจก
 
   
 
   
อาการไอร้อยวัน
 
   
 
   
โรคทางต่อมไทรอยด์
 
   
 
   
เนื้องอกในมดลูก
 
   
 
   
อาการสะอึก
 
   
 
   
ความดันโลหิตต่ำ
 
   
     

 

 
 
    บทความอื่น ๆ
 
 

 
ฝังเข็มวิธีการระดับโลกที่กรมอนามัยโลกรับรอง
 
   
 

 
การแพทย์จีนความเชื่อมั่นที่ยาวนานกว่า 5000ปี 
 
   
 
เก๋ากี๋ยาอายุวัฒนะ 3000ปี

   
 
ล้างพิษตับของดีที่คนโจมตี
 
   
 

อาการปัสสาวะติดขัด
 
   
   
     
   :: สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ ::  
 
 
   
 
 
 
 

โรคหอบ โรคหืด

( Dyspnea , Asthma : 喘 , 哮 )






      โรคหอบ (Dyspnea) จัดเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอย่างหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของหลอดลมทำให้หายใจยากลำบาก ในผู้ป่วยบางรายที่เกิดอาการรุนแรงอาจต้องอ้าปากยกไหล่หายใจ หายใจจมูกบานนอนราบไม่ได้

    โรคหืด (Asthma) เป็นโรคที่เกิดกับระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกับโรคหอบ ทำให้หายใจลำบาก หายใจไม่เต็มปอด มีอาการไอ เจ็บหน้าอก หายใจมีเสียงวี้ด

    โดยสาเหตุของโรคหอบ โรคหืด เกิดจากการที่หลอดลมในระบบทางเดินหายใจมีสภาวะไวต่อการกระตุ้นต่อสารก่อภูมิแพ้ และสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดอาการภุมิแพ้เข้าไปในระบบทางเดินหายใจเป็นผลให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ หรือทำให้เกิดการอักเสบ ทำให้ระบบทางเดินหายใจ เช่นหลอดลมเกิดอาการหดเกร็งตีบตัน ทำให้หายใจได้ลำบาก ในรายที่เป็นหนักมากจะถึงขั้นหายใจไม่ออก

    โดยปกติ โรคหอบกับโรคหืด มักจะจัดอยู่ด้วยกัน มีหืดก็ต้องมีหอบ เมื่อหืดกำเริบก็จะมีอาการหายใจลำบาก แต่ถ้าเป็นหอบไม่จำเป็นต้องมีหืดก็ได้

 

  สาเหตุของการเกิดโรคหอบโรคหืด

    1. พันธุกรรม ในบางครั้งอาการหอบหืดเกิดจากการได้รับยีนส์ด้อยมาจากบิดา - มารดาทำให้เป็นหอบหืดจากพันธุกรรมได้

    2.โรคภูมิแพ้ เนื่องจากการเป็นโรคภูมิแพ้เป็นปัจจัยหนึ่งของอาการหอบหืด เพราะการเกิดอาการหอบหืดเกิดมาจากการแพ้สิ่งเร้า ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้นั่นเอง

    3.พันธุกรรม ในผู้ป่วยหลายคนมีอาการหอบหืด โดยรับมาจากบิดา - มารดา หากบิดา - มารดา มีโรคหอบหืดแล้วจะมีโอกาสที่ลูกที่เกิดมาจะมีอาการของโรคหอบหืดติดมาด้วย

    4.สารเคมีบางชนิด เนื่องจากสารเคมีบางชนิดจะมีผลต่อร่างกาย และระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นหากร่างกายได้รับสารเคมีบางอย่างมากเกินไปจึงอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการหอบหืดได้

    5.สภาวะอารมณ์ เช่น อารมณ์โศกเศร้าเสียใจ อารมณ์โกรธ และอารมณ์อื่น ๆ ในผู้ป่วยบางรายสาเหตุของโรคหอบหืดเกิดจากการที่มีอารมณ์ด้านลบ เพราะเมื่อเกิดอารมณ์ด้านลบ ร่างกายจะเกิดการเกร็งเป็นผลให้หลอดลมหดเกร็งจนทำให้เกิดอาการหอบหืดกำเริบได้
    
 

  อาการของโรคหอบโรคหืด

    อาการของโรคหอบโรคหืดในแต่ละรายจะมีอาการที่ต่างกัน ซึ่งอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ป่วยเกิดความทุกข์ต่ออาการเจ็บป่วยเป็นอย่างมาก ซึ่งอาการต่าง ๆ ของโรคหอบ โรคหืด มีดังนี้
 
    - หายใจไม่เต็มอิ่ม ผู้ป่วยจะมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจกล่าวคือมีอาการหายใจไม่เต็มปอด หายใจได้ไม่เต็มที่ หรือหายใจไม่อิ่ม ในบางรายอาจหายใจแล้วมีเสียงวี้ดอยู่ในลำคอ ซึ่งอาการดังกล่าวมักจะทำให้ผู้ป่วยเกิดความทุกข์เป็นอย่างมาก

    - มีอาการแน่นหน้าอก ในผู้ป่วยบางรายจะมีอาการเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก มีอาการอึดอัดทำให้หายใจได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาการดังกล่าวอาจมีอาการเหนื่อยหอบ หรือมีอาการไอร่วมด้วย

    - อาการนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท ผู้ป่วยบางรายที่มีอาการหอบหืด มักจะมีปัญหานอนไม่หลับเนื่องจากอาจมีปัญหาหายใจติดขัดระหว่างนอนทำให้ต้องตื่นระหว่างนอนทำให้นอนหลับไม่สนิท

    - เหนื่อยง่าย หอบง่าย ในผู้ป่วยที่มีอาการหอบหืด มักจะเหนื่อยง่ายกว่าคนปกติ เพราะระบบการหายใจของผู้ป่วยมักจะมีอาการผิดปกติทำให้เหนื่อยง่าย หายใจไม่ทัน
 
 



  การจำแนกกลุ่มอาการของโรคหอบ

    เนื่องจากทางศาสตร์แพทย์แผนจีนมองว่าโรคหอบ และโรคหืดเกิดจากอาการที่ต่างกัน จึงมองว่าเป็นคนละโรคดังนั้นทางแพทย์แผนจีนจึงมีวิธีการรักษาดังนี้

    1.หอบชนิดแกร่ง 实喘
    1.1 เกิดจากลมเย็นมากระทำ 风寒壅肺证
    อาการทางคลินิก : หายใจหอบ หายใจถี่ รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอก ลักษณะเสมหะมากใส สีขาว กลัวหนาว ไม่มีเหงื่อ ปวดเมื่อยตามตัว
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : ลิ้นมีฝ้าขาว ชีพจรลอยแน่น
    กลไกการเกิดโรค : มีลมเย็นภายนอกมากระทำ ทำให้การกระจายชี่ปอดผิดปกติ

    1.2 ภายในร้อยภายนอกเย็น 表寒肺热证
    อาการทางคลินิก : มีหอบเป็นหลัก ปวดแน่นหน้าอก ลมหายใจหยาบใหญ่ จมูกบาน มีกลุ่มอาการเย็นภายนอก คือกลัวหนาว ปวดเมื่อยตามตัว มีกลุ่มอาการร้อนภายใน คือกระหายน้ำ ตัวร้อน เสมหะเหลืองข้น
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง ชีพจรเร็ว
    กลไกการเกิดโรค : ภายในปอดร้อนต่อมาถูกความเย็นห่อหุ้มอีก ทำให้ชี่ปอดไหลย้อนและหอบ

    1.3 เกิดจากลมร้อนมากระทำ 痰热郁肺证
    อาการทางคลินิก : หายใจหอบมาก เจ็บหน้าอก มีเสมหะมาก สีเหลืองเหนียวข้น มีกลุ่มอาการร้อนภายใน เหงื่อออก กระหายน้ำ ชอบดื่มน้ำเย็น หน้าแดง คอแห้ง ปัสสาวะเหลือง ท้องผูก
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว ชีพจรลื่นเร็ว
    กลไกการเกิดโรค : ในปอดมีเสมหะร้อนสะสมอยู่  ทำให้การกระจายชี่ปอดไม่ปกติ

    1.4 มีเสมหะอุดกั้นในปอด 痰浊阻肺证
    อาการทางคลินิก : หอบ อึดอัด แน่นหน้าอก เหนื่อยหายใจไม่ได้ ไอ เสมหะมาก เสมหะเหนียวสีขาว การขับเสมหะไม่คล่อง ผะอืดผะอม รับประทานได้น้อย ปากเหนียวเหมือนกระหายน้ำ
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : มีฝ้าเหนียว ชีพจรลื่นหรือนุ่ม
    กลไกการเกิดโรค : มีเสมหะสกปรกไปอุดกั้นปอด ทำให้ชี่ปอดไม่สามารถกระจายออก และเคลื่อนลงล่าง อาการสำคัญนอกจากหอบคือเสมหะมาก
  
    1.5 ชี่ปอดถูกปิดกั้น 肺气郁痹证
    อาการทางคลินิก : หายใจถี่กระชั้น เสียงหอบจะหยาบ รู้สึกแน่นหน้าอก อาการมักเกิดจากมีการกระทบกระเทือนทางอารมณ์ ผู้ป่วยมักเป็นคนคิดมาก หรือเก็บกดไม่แสดงออก อาจมีอาการนอนไม่หลับ ใจสั่นร่วมด้วย
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : ลิ้นฝ้าขาว ชีพจรตึง
    กลไกการเกิดโรค : ชี่ตับไม่กระจาย ไม่ระบาย ทำให้ชี่ไหลย้อนกลับไปข่มปอด ทำให้ชี่ปอดกระจายตัวผิดปกติ

   
    2.หอบชนิดพร่อง 虚喘
    2.1 ชี่ปอดพร่อง 肺气虚耗证

    อาการทางคลินิก : หายใจหอบ สั้นถี่ ลักษณะเสียงหอบเสียงต่ำไม่มีพลัง ร่วมกับอาการชี่ปอดพร่อง เช่น กลัวลม ไม่มีแรง เหงื่อออกง่าย หรือมีอาการอินปอดพร่อง เช่น ไอแห้ง เสมหะน้อย โหนกแก้มทั้งสองข้างแดง
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : ลิ้นซีด ชีพจรละเอียดอ่อนแรง
    กลไกการเกิดโรค : ชี่ปอดพร่อง ไม่สามารถกำกับชี่ได้
   
    2.2 ไตพร่อง 肾虚不纳证
    อาการทางคลินิก : ป่วยมานาน หายใจเข้าน้อย หายใจไม่ทั่วท้อง หรือไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหวหรือทำงานจะหอบมากขึ้น จะมีอาการของไตพร่อง เช่น ไม่มีแรง เมื่อยเอวเข่าอ่อน ปวดส้นเท้า บางคนค่อนไปทางหยางไตพร่อง มีอาการบวมน้ำ ตัวเย็นมือเย็น หน้าคล้ำซีด บางคนค่อนไปทางอินไตพร่อง มีอาการหน้าแดง กระสับกระส่าย  คอแห้ง ปากแห้ง
    กลไกการเกิดโรค : เมื่อเจ็บป่วยนานเรื้อรังจะกระทบต่อไต ทำให้ไตไม่สามารถรั้งชี่ไว้ได้
   
    3.หอบจนหลุด 喘脱
    อาการทางคลินิก : หอบ หายใจรุนแรงมาก มีอาการยกไหล่ อ้าปาก หายใจจมูกบาน นอนราบไม่ได้ ต้องนั่งพิงฝา มีเสียงเสมหะดังในลำคอ ใจหวิวใจสั่น กระสับกระส่าย หน้าตาอมคล้ำ เหงื่อแตกเม็ดเท่าไข่มุก
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : ชีพจรลอยไม่มีราก หรือชีพจรเต้นเต้นหยุดหยุด คลำไม่ชัด มีลักษณะของการขาดออกซิเจนหรือระบบการหายใจล้มเหลว เป็นกลุ่มอันตราย
 

  การจำแนกกลุ่มอาการของโรคหืด

    1.หืดเย็น 冷哮
    อาการทางคลินิก : หายใจลำบาก มีเสียงเสมหะในลำคอ อึดอัดทรวงอกลิ้นปี่ ไอบ้างเล็กน้อย เสมหะปริมาณไม่มาก สีใสหรือขาว ไม่กระหายน้ำ ชอบดื่มน้ำร้อน มีอาการกลัวหนาว สีหน้าหมองคล้ำ ถ้าอากาศเปลี่ยนเป็นเย็น หรือถูกความเย็นจะกำเริบ
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : ลิ้นฝ้าขาวลื่น ชีพจรตึงแน่น
    กลไกการเกิดโรค : มีเสมหะแอบอยู่ในปอดและยังมีปัจจัยภายนอกอันเกี่ยวข้องกับความเย็นมาเร่ง เสมหะจะไปอุดกั้นทางเดินปอด ส่งผลให้ชี่ปอดไม่กระจายปอด เกิดภาวะชี่ปอดย้อนกลับ อาการแสดงออกเป็นหืดเย็น
   
    2.หืดร้อน 热哮
    อาการทางคลินิก :
หอบเสียงสูง มีลักษณะลมหายใจหอบหยาบใหญ่ มีอาการไอแบบสำลัก เสมหะเหนียวข้น มีกลุ่มอาการความร้อน คือหน้าแดง เหงื่อออก ปากขม กระหายน้ำ ต้องดื่มน้ำ
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว ชีพจรลื่นเร็ว
    กลไกการเกิดโรค : มีเสมหะร้อนสะสมในปอด อุดกั้นทางเดินปอด ทำให้การกระจายชี่ปอดลงล่างไม่คล่อง จึงย้อนกลับขึ้นข้างบน
   
    3.ภายในมีร้อนภายนอกมีเย็น 寒包热哮
    อาการทางคลินิก : มีเสียงของเสมหะในลำคอ มีอาการอึดอัดแน่นลิ้นปี่ ทรวงอก หายใจหอบถี่ ไอ เสมหะเหลืองข้นเหนียว กระหายน้ำ หงุดหงิด กระสับกระส่าย ท้องผูก และมีลักษณะเย็นภายนอกคือ กลัวหนาว ตัวร้อน ไม่มีเหงื่อ ปวดเมื่อยตามตัว
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : ปลายลิ้นและขอบลิ้นแดง ฝ้าขาวเหนียวหรือเหลืองเหนียว ชีพจรตึงแน่น
    กลไกการเกิดโรค : มีเสมหะร้อนอยู่ก่อนแล้วต่อมาถูกความเย็นมากระทบ ทำให้เป็นหวัดเย็น เกิดภาวะมีความเย็นมาห่อไฟ มีผลต่อการกระจายชี่ปอด ทำให้อาการหืดร้อนกำเริบ
   
    4.หืดเกิดจากลมเย็น 风寒哮
    อาการทางคลินิก : มีเสมหะในลำคอ มีอาการไอหอบ นอนราบไม่ได้ แน่นหน้าอก มีเสมหะน้ำลายค่อนข้างมาก อาการกำเริบเฉียบพลัน เดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหาย
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : ฝ้าเหนียวข้น ชีพจรลื่นมีแรง
    กลไกการเกิดโรค : ภายในปอดมีเสมหะแอบแฝงอยู่ มีลมจากภายนอกมากระตุ้นทำให้ชี่ปอดกระจายออกมาไม่ได้ ทำให้อาการกำเริบ
   
    5.หืดที่มีลักษณะพร่อง 虚哮
    อาการทางคลินิก : อาการกำเริบบ่อย เวลากำเริบจะได้ยินเสียงเสมหะ และมีกลุ่มของอาการชี่พร่อง เช่น เสียงหอบต่ำ ไม่มีแรง หายใจสั้น หรือมีอาการอินพร่อง เช่นอาการปากแห้งคอแห้ง อยากดื่มน้ำ
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : ลิ้นอาจซีดหรืออาจจะแดง ชีพจรจมละเอียดหรือละเอียดเร็ว
    กลไกการเกิดโรค : มีเสมหะอุดกั้นและมีการคั่งของเลือดร่วมกัน มีกลุ่มอาการของปอดและไตพร่อง ทำให้ระบบการหายใจเข้าออกผิดปกติ
   
ระยะสงบของอาการหืด (ช่วงที่ร่ายกายสามารถควบคุมภาวะของโรคให้อยู่ในภาวะปกติได้)

    1.กลุ่มอาการชี่ปอดและม้ามพร่อง 肺脾气虚
    อาการทางคลินิก :
ชี่พร่อง ไม่ค่อยอยากพูด เสียงเบาไม่มีแรง อาจมีเสียงเสมหะในลำคอ แต่ไม่ดังมาก เสมหะใสขาว ถ้าชี่ปอดพร่อง จะมีอาการกลัวลม เหงื่อออกง่าย เป็นหวัดง่าย ถ้าเป็นชี่ม้ามพร่อง จะมีอาการเบื่ออาหาร ถ่ายเหลว
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : ชีพจรละเอียดอ่อนแรง  

    2.กลุ่มอาการปอดและไตพร่อง 肺肾两虚
    อาการทางคลินิก : รู้สึกหายใจเข้าไม่พอ มีกลุ่มอาการของไตพร่อง คือ มีเสียงดังในหู เมื่อยเอวเข่าอ่อน ไม่มีแรง ลักษณะของไตพร่องอาจจะค่อนไปทางหยางหรืออินพร่องก็ได้ ถ้าหยางพร่อง จะมีอาการขี้หนาว มือเท้าเย็น หน้าซีด ชีพจรละเอียดเร็ว ถ้าอินพร่อง จะมีอาการร้อนทั้งห้า ปากคอแห้ง
    ลักษณะลิ้นและชีพจร : ลิ้นแดงฝ้าน้อย ชีพจรจมเล็ก
 

  การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

    1.ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง ตามแต่ละอาการ เช่น  
    - อาการหอบจากกลุ่มอาการลมเย็นมากระทำ ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ กระจายชี่ปอด สลายความเย็น บรรเทาอาการหอบ
    - อาการหอบจากกลุ่มอาการภายในร้อนภายนอกเย็น ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ขจัดความเย็นภายนอก ขจัดความร้อนภายใน ขับเสมหะ บรรเทาอาการหอบ
    - อาการหอบจากกลุ่มอาการเกิดจากลมร้อนมากระทำ ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ขับเสมหะ ขจัดความร้อน กระจายชี่ปอด บรรเทาอาการหอบ
    - อาการหอบจากกลุ่มอาการมีเสมหะอุดกั้นในปอด ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ขับเสมหะ ลดชี่ปอด กระจายชี่ปอด บรรเทาอาการหอบ
    - อาการหอบจากกลุ่มอาการชี่ปอดถูกปิดกั้น ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ขจัดอาการอัดอั้น ลดอาการชี่ปอดไหลย้อนกลับ บรรเทาอาการหอบ
    - อาการหืดจากกลุ่มอาการหืดเย็น ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ อุ่นปอดสลายความเย็น ขับเสมหะ หยุดหืด
    - อาการหืดจากกลุ่มอาการหืดร้อน ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ขจัดความร้อน สลายเสมหะ กระจายชี่ปอด ระงับหืด
    - อาการหืดจากกลุ่มอาการภายในมีร้อนภายนอกมีเย็น ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ขจัดความเย็นภายนอก ขจัดความร้อน สลายเสมหะ

    2.ฝังเข็มตามกลุ่มอาการของโรค ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามกลุ่มอาการ
    - อาการหอบจากกลุ่มอาการชี่ปอดพร่อง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ บำรุงชี่ปอด
    - อาการหอบจากกลุ่มอาการไตพร่อง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ บำรุงไต เพื่อให้สามารถดูดรั้งชี่
    - อาการหอบจากกลุ่มอาการหอบจนหลุด ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ พยุงหยาง หยุดอาการหลุด บำรุงไตให้รั้งชี่ให้ได้มากที่สุด
    - อาการหืดจากกลุ่มอาการหืดเกิดจากลมเย็น ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ ไล่ลม ขจัดเสมหะ ลดชี่ปอด บรรเทาอาการหืด
    - อาการหืดจากกลุ่มอาการหืดที่มีลักษณะพร่อง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ ทั้งบำรุงและระบายพร้อมกัน คือ บำรุงปอดไต สลายเสมหะลดชี่ลง
    - อาการหืดจากกลุ่มอาการชี่ปอดและม้ามพร่อง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ บำรุงม้ามเพื่อเสริมสร้างปอด
    - อาการหืดจากกลุ่มอาการปอดและไตพร่อง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ บำรุงปอดไต โดยบำรุงไตเป็นหลัก
 
    3.การนวดกดจุด ตามจุดฝังเข็มเพื่อบรรเทาอาการหอบหืด

    4.การกัวซา ตามจุดต่าง ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด และช่วยทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น

 

  สมุนไพรบรรเทาอาการหอบหืด

    1.ใบกะเพรา นำใบกะเพรา 1-2 กำมือต้มในกาให้เดือดแล้วสูดไอน้ำที่มีสารระเหยของกะเพรา ควรทำเวลาอากาศเย็น หรือเวลาเช้าและก่อนนอน เพื่อคลายการอุดตันในโพรงจมูก

    2.หอมแดง เนื่องจากหอมแดงมีสรรพคุณช่วยแก้หวัดคัดจมูก ทำให้หายใจคล่องขึ้น การใช้หอมแดงสามารถใช้เหมือนใบกะเพรา คือต้มแล้วสูดไอระเหย หรือนำเป็นส่วนประกอบของอาหารก็ได้

    3.ดอกปีบ ในบางถิ่นจะเรียกกาซะลอง จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับดอกแค ดอกปีบมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการหอบหืด ช่วยให้ระบบทางเดินหายใจโล่งขึ้น โดยนำดอกปีบตากแห้งมาม้วนด้วยใบตองตากแห้งแล้วสูบเหมือนบุหรี่ หรือนำดอกปีบมาทำอาหาร

    4.หนุมานประสานกาย เป็นสมุนไพรโบราณมีสรรพคุณแก้หอบหืด แก้หลอดลมอักเสบ จัดเป็นยาที่ช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจ วิธีการใช้นำใบสด 2 - 3ใบ เคี้ยวจนกว่าจะจืดแล้วคายทิ้ง หรือนำไปต้มดื่มเป็นชา

 





  คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

    1.ไม่ควรนอนดึก ควรนอนไม่เกิน 22.00 น.
    2.ควรจิบน้ำเรื่อย ๆ ทั้งวันให้ได้ 2.5 - 3 ลิตร
    3.ควรงดเว้นการทานอาหาร มัน ทอด ปิ้ง ย่าง
    4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นทำความสะอาดเครื่องนอน
    5.หลีกเลี่ยงน้ำเย็น น้ำแข็ง อาหารฤทธิ์เย็น
    6.หลีกเลี่ยงสารก่อให้เกิดอาการกำเริบ เช่น ฝุ่น ควัน โรงงาน สัตว์เลี้ยง ดอกไม้

 

      อาการหอบหืดเป็นอาการที่จัดว่าเป็นอาการที่อันตรายเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นโรคที่ไมา่สามารถคาดการณ์ได้ว่าอาการของโรคจะเกิดขึ้นเมื่อใด หากอาการกำเริบในช่วงสำคัญ เช่น ระหว่างขับรถ ระหว่างใช้เครื่องจักรอันตราย หรือ อื่น ๆ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และผู้อื่นได้
    ดังนั้นอาการหอบหืดจึงไม่ควรปล่อยไว้นาน ยิ่งนานอาการยิ่งหนักขึ้น การรักษาก็จะยิ่งยากขึ้น ดังนั้นการรักษาอาการของโรคก่อนที่จะเป็นหนักจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
 


   หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ  


     


     

Current Pageid = 422