พาร์กินสัน
Website Banner
     
 
 
 
    บทความสุขภาพ
 
     
   
 
เพิ่มความสูง
 
   
 
ออฟฟิศซินโดรม
 
   
 
ปวดศีรษะ,ไมเกรน
 
   
 
   
บทความความอ้วน
 
   
 
นอนไม่หลับ
 
   
 
กรดไหลย้อน

   
 
ปวดเอว
 
   
 
อัมพาตใบหน้าครึ่งซีก
 
   
 
    
 โรคปวดกระเพาะอาหาร


 
 
 
    
 อาการอาเจียน
 
 

 
    
บทความฝ้า
 
 

 
    
สิวเรื่องหนักใจบนใบหน้า
 
 
 
 
   
โรคภูมิแพ้ โรคของคนติดสะดวกสบาย
 
   
 
   
บทความหูอื้อ
 
   
 
   
บทความอาการไอ
 
   
 
   
หมอนรองกระดูกทับเส้น ฯ
 
   
 
   
โรคซึมเศร้า
 
   
 
   
โรคท้องผูก
 
   
 
   
อาการปวดประจำเดือน
 
   
 
   
อัมพฤกษ์ อัมพาต
 
   
 
   
ไขมันพอกตับ
 
   
 
   
โรคพาร์กินสัน
 
   
 
   
โรคสะเก็ดเงิน
 
   
 
   
ช็อกโกแลตซีสต์
 
   
 
   
โรคตับแข็ง
 
   
 
   
โรคเกาต์
 
   
 
   
ผมร่วง
 
   
 
   
โรคหอบ โรคหืด
 
   
 
   
เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
 
   
 
   
โรคงูสวัด
 
   
 
   
อาการตาแห้ง
 
   
 
   
โรคลมชัก
 
   
 
   
อาการอ่อนเพลีย
 
   
 
   
โรครูมาตอยด์
 
   
 
   
อาการเวียนศีรษะ
 
   
 
   
อาการไหล่ติด,ปวดไหล่
 
   
 
   
อาการใจสั่น
 
   
 
   
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
 
   
 
   
อาการต้อกระจก
 
   
 
   
อาการไอร้อยวัน
 
   
 
   
โรคทางต่อมไทรอยด์
 
   
 
   
เนื้องอกในมดลูก
 
   
 
   
อาการสะอึก
 
   
 
   
ความดันโลหิตต่ำ
 
   
 
   
ภาวะมีบุตรยาก
 
 
 
 
   
ถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
 
   
 
  อาการเจ็บคอ
 
   
 
  เสื่อมสมรรถภาพในผู้ชาย
 
   
 
  อาการวัยทอง
 
   
 
  อาการท้องเสีย
 
   
 
  อาการนิ้วล็อก
 
   
 
  อาการไส้เลื่อน
 
   
 
  อาการริดสีดวงทวาร
 
   
     

 

 
 
    บทความอื่น ๆ
 
 

 
ฝังเข็มวิธีการระดับโลกที่กรมอนามัยโลกรับรอง
 
   
 

 
การแพทย์จีนความเชื่อมั่นที่ยาวนานกว่า 5000ปี 
 
   
 
เก๋ากี๋ยาอายุวัฒนะ 3000ปี

   
 
ล้างพิษตับของดีที่คนโจมตี
 
   
 

อาการปัสสาวะติดขัด
 
   
   
     
   :: สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ ::  
 
 
   
 
 
 
 
โรคพาร์กินสัน
(Parkinson’s disease)






      โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) เรียกอีกอย่างว่า โรคอัมพาตแบบสั่น (Shaking palsy) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติ หรือการเสื่อมของระบบประสาทส่วนกลาง อาการหลัก ๆ ของโรคนี้คือการควบคุมการเคลื่อนไหว โดยภาพรวมจะมีอาการสั่น สภาพตัวเกร็งแข็ง เคลื่อนไหวช้า เดินลำบาก อาการเหล่านี้อาจเกิดอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีหลายอาการ พบมากในกลุ่มวัยกลางคนอายุ 50 ปีขึ้นไปและผู้สูงอายุ พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง จัดอยู่ในโรคที่มีความผิดปกติของการเคลื่อนไหว (Movement disorder disease)
 


  หลักการวินิจฉัย อาการของโรคพาร์กินสัน

    1.อาการสั่น เป็นอาการแรกเริ่มต้นที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย โดยมากจะเกิดที่มือโดยเฉพาะนิ้วหัวแม่มือ มีบ้างที่เกิดขึ้นบริเวณเท้า หรือกราม มักจะสั่นมากเวลาอยู่นิ่ง หรือมีภาวะเครียด และกดดัน หากมีการเคลื่อนไหวจะสั่นน้อยลง หรือหายไป โดยมากจะเกิดที่มือข้างใดข้างหนึ่ง หากอาการเป็นมากอาจเกิดการสั่นได้ทั้งตัว

    2.อาการเกร็ง โดยปกติเมื่อร่างกายมีการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อจะมีการยืด และคลายตัวสลับกัน แต่โรคพาร์กินสันจะทำให้กล้ามเนื้อไม่คลายตัวทำให้การเคลื่อนไหวเกิดความลำบาก เพราะกล้ามเนื้อยืดแต่ไม่คลายตัว ทำให้การเคลื่อนไหวติดขัด

    3.เคลื่อนไหวได้ช้า ไม่คล่องแคล่ว เคลื่อนไหวตัวไม่สะดวก เดินได้ช้าและลำบาก สังเกตุว่าเวลาเดินแขนอาจไม่แกว่ง แขนขาไม่มีแรง เขียนหนังสือลำบาก โดยเฉพาะให้เขียนตัวเล็กจะยิ่งลำบาก ซึ่งสาเหตุของอาการเกิดจากอาการเกร็งตามข้อ 2

    4.มีปัญหาเรื่องการทรงตัว เนื่องจาดคนที่เป็นโรคพาร์กินสัน จะมีการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ จนเป็นผลให้เกิดความผิดปกติในการทรงตัว อาจมีการเดินหน้าบ้างถอยหลังบ้าง หรือเดินก้าวสั้นกว่าปกติ ในบางคนมีอาการโน้มตัวไปข้างหน้าเหมือนจะล้ม

    5.อาการอื่น ๆ เป็นอาการข้างเคียงจากการเป็นโรคพาร์กินสัน เช่น พูดช้า โทนเสียงต่ำลง การนอนหลับมีปัญหา ท้องผูก ปวดตามแขนขา แขนชาเย็น หรือแสบร้อน ชา มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ (ย้ำคิดย้ำทำ หรือ ซึมเศร้า)
 



  สาเหตุของโรคพาร์กินสัน ในทรรศนะแพทย์แผนตะวันตก (แพทย์แผนปัจจุบัน)

    สาเหตุของโรคพาร์กินสันเกิดจากการขาดสารโดพามีนในสมอง ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทประเภทหนึ่ง มีส่วนช่วยในการควบคุมอารมณ์ ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย  และทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อสอดประสานกันอย่างเป็นจังหวะ เมื่อสารโดพามีนในร่างกายลดลง หรือไม่สร้างขึ้นมาทำให้ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวของร่างกายลดลง เป็นผลให้เกิดโรคพาร์กินสันได้

    นอกจากนี้การที่ร่างกายไม่หลั่งสารโดพามีนอาจเกิดจากสาเหตุดังนี้
    - การทานยาบางชนิด เช่น ยากล่อมประสาท ยารักษาอาการผิดปกติทางจิตบางชนิด และยาอื่น ๆ ที่ระงับการหลั่งสารโดพามีน
    - การเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง เป็นผลให้เซลล์สมองเกิดความเสียหายทำให้การหลั่งสารโดพามีนลดลง
    - การเกิดอุบัติเหตุ หรือการเกิดที่ทำให้สมองกระทบกระเทือน หรือกระแทกบริเวณศีรษะบ่อย ๆ เช่น นักมวย นักมวยปล้ำ นักยูโด เป็นต้น
    - จากการที่สมองขาดออกซิเจนเป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น จมน้ำ 

    อย่างไรก็ตามสาเหตุของโรคพาร์กินสันต้องสะสมเป็นระยะเวลานานจนกว่าจะแสดงอาการ สาเหตุอาจจะเกิดจากสาเหตุเดียว หรือหลายสาเหตุก็เป็นได้



  สาเหตุและกลไกการเกิดโรคในมุมมองของแพทย์แผนจีน

    สาเหตุของโรคแบ่งเป็น แบบพร่องและแบบแกร่ง
    กลุ่มอาการพร่องเกิดจาก ตับและไตพร่อง ทะเลแห่งไขกระดูกไม่เพียงพอ น้ำไม่หล่อเลี้ยงไม้ หรือชี่และเลือดพร่อง เส้นเอ็นขาดการบำรุงหล่อเลี้ยง
    กลุ่มอาการแกร่งมักเกิดจาก มีลมและหยางเคลื่อนไหวอยู่ภายใน เสมหะกับความร้อนทำให้ลมเคลื่อน เลือดคั่งจับตัวกับลม เกิดการอุดกั้นตามเส้นลมปราณ
     กลไกการเกิดโรค ทะเลแห่งไขกระดูกไม่สมบูรณ์ อินหยางเสียสมดุล ทำให้การควบคุมเส้นเอ็นแขนขาเสียไป
     ตำแหน่งของโรค อยู่ที่สมอง อวัยวะภายในที่เกี่ยวข้องได้แก่ ตับ ไต ม้าม หัวใจ กลไกการเกิดโรคที่สำคัญคือ สารน้ำ,ของเหลวในไขกระดูกสันหลังที่ไปถึงสมองไม่สมบูรณ์ เส้นเอ็นขาดการบำรุงเลี้ยง สูญเสียการควบคุมแขนขา
     ปัจจัยก่อโรค ได้แก่ ลม ไฟ เสมหะ เลือดคั่ง พร่อง อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ ร่วมกันก่อให้เกิดโรค 
 


  การจำแนกกลุ่มอาการโรค

    1.ตับและไตพร่อง(肝肾亏虚)
อาการหลัก เวียนศรีษะ ตาลาย ความทรงจำลดลง ถ่ายปัสสาวะไม่คล่อง
ลิ้นและชีพจร ลิ้นซีดชีพจรอ่อนเบา

    2.ชี่และเลือดพร่อง (气血亏虚)
อาการหลัก เวียนศรีษะ ตาลาย หงุดหงิด วุ่นวายใจ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ไม่มีแรง เหงื่อออกมาก แขนขาเย็น 
ลิ้นและชีพจร ลิ้นซีด ชีพจรลึกจมเล็กบางไม่มีแรง

    3.มีลมหยางเคลื่อนไหวอยู่ภายใน(风阳内动)
อาการหลัก มีอาการสั่นรุนแรง หงุดหงิดโมโหง่าย ปากแห้ง
ลิ้นและชีพจร ลิ้นแดง ฝ้าที่ลิ้นสีเหลือง ชีพจรตึง หรือ ตึงเร็ว

    4.มีเสมหะและลมเคลื่อนอยู่ภายใน(痰浊风动)
อาการหลัก แขนขาชา แน่นท้อง ถ่ายไม่คล่อง ปัสสาวะไม่คล่อง
ลิ้นและชีพจร ลิ้นแดงหรือแดงอ่อน ฝ้าที่ลิ้นเหนียวสีขาวหรือเหลือง ชีพจรลื่นตึง

    5.มีเลือดคั่งร่วมกับลมเคลื่อนไหวอยู่ภายใน(瘀血风动)
อาการหลัก เคลื่อนไหวน้อยลง ขี้ลืม เฉื่อยชา
ลิ้นและชีพจร ลิ้นคล้ำหรือแดงเข้มมีรอยจ้ำ ฝ้าที่ลิ้นสีขาว ชีพจรตึงฝืด
 


  การนวดกดจุดบรรเทาอาการพาร์กินสัน

    1.จุดไป๋ฮุ่ย เป็นจุดบริเวณกลางกระหม่อม สามารถหาได้โดยนำนิ้วโป้งจรดปลายหูทั้ง 2 ข้าง แล้วให้เอานิ้วชี้จรดกัน จะเจอจุดไป๋ฮุ่ย
    2.จุดเหอกู่ เป็นจุดที่อยู่ที่มือระหว่างนิ้วชี้และนิ้วโป้ง
    3.จุดจู๋ซานหลี่ เป็นจุดที่อยู่ใต้สะบ้าเข่าลงไปประมาณ 3 นิ้วบริเวณหน้าแข้งข้างนอก
    4.จุดไท่ชง อยู่บริเวณง่ามนิ้วโป้งเท้ากับนิ้วชี้เท้าขึ้นมาทางข้อเท้าประมาณ 1 นิ้ว



  การบำบัดรักษาทางแพทย์จีน

    1.ฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย และรักษาอาการที่เป็นตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    - โรคพาร์กินสันจากสาเหตุกลุ่มอาการตับ และไตพร่อง ทำการ ฝังเข็ม บำรุงตับไต
    - โรคพาร์กินสันจากสาเหตุกลุ่มอาการมีเสมหะ และลมเคลื่อนอยู่ภายใน ทำการ ฝังเข็มเพื่อขับระบายเสมหะปรับสมดุลการเดินทางของลม เป็นต้น

    2.ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง ตามแต่ละอาการ เช่น

    - โรคพาร์กินสันจากสาเหตุกลุ่มอาการมีเลือดคั่งร่วมกับลมเคลื่อนไหวอยู่ภายใน ให้ยาที่มีสรรพคุณสลายเลือดคั่ง ปรับสมดุลการเดินทางของลมในระบบเส้นลมปราณ
    - โรคพาร์กินสันจากสาเหตุกลุ่มชี่และเลือดพร่อง ให้ยาที่มีสรรพคุณบำรุงชี่ และบำรุงเลือด เป็นต้น

    3.นวดคลายกดจุด ตามเส้นลมปราณ และบริเวณที่ปวดเมื่อย หรือบริเวณที่เกร็ง

 


  คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

    1.ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เวลานอนที่ดีที่สุดคือช่วง 3 ทุ่ม - ตี 5 เพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

    2.ควรดื่มน้ำให้เพียงพอโดยการจิบเรื่อย ๆ วันละ 3 ลิตร เพื่อให้ร่างกายได้รับสารน้ำและป้องกันเลือดหนืดข้น

    3.งดอาหาร มัน ทอด ปิ้งย่าง

    4.ทำอารมณ์แจ่มใส ไม่หงุดหงิด
 


      โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่ไม่ควรปล่อยไว้เพราะยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งทำให้ร่างกายผู้ป่วยสั่นมากขึ้น เคลื่อนไหวลำบากขึ้น นอกเป็นการทำให้ผู้ป่วยไม่สบายกายมากขึ้นแล้วยังสร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ป่วยมากขึ้นเพราะยิ่งอาการของโรคมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วยมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นการแก้ปัญหาโรคพาร์กินสันไม่ควรปล่อยไว้นานควรรีบทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และคนใกล้ชิดคนป่วยต้องคอยให้กำลังใจ และให้ความหวังแก่ผู้ป่วย ไม่ควรปล่อยให้ผู้ป่วยหดหู่ และจมไปกับความเจ็บป่วยของตน
 




  หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็นโรค และปัจจัยอื่น ๆ   






Current Pageid = 405