หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
Website Banner
     
 
 
 
    บทความสุขภาพ
 
     
   
 
เพิ่มความสูง
 
   
 
ออฟฟิศซินโดรม
 
   
 
ปวดศีรษะ,ไมเกรน
 
   
 
   
บทความความอ้วน
 
   
 
   
ลดริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ
 
   
 
นอนไม่หลับ
 
   
 
กรดไหลย้อน

   
 
ปวดเอว
 
   
 
อัมพาตใบหน้าครึ่งซีก
 
   
 
    
 โรคปวดกระเพาะอาหาร


 
 
 
    
 อาการอาเจียน
 
 

 
    
บทความฝ้า
 
 

 
    
สิวเรื่องหนักใจบนใบหน้า
 
 
 
 
   
โรคภูมิแพ้ โรคของคนติดสะดวกสบาย
 
   
 
   
บทความหูอื้อ
 
   
 
   
บทความอาการไอ
 
   
 
   
หมอนรองกระดูกทับเส้น ฯ
 
   
 
   
โรคซึมเศร้า
 
   
 
   
โรคท้องผูก
 
   
 
   
อาการปวดประจำเดือน
 
   
 
   
อัมพฤกษ์ อัมพาต
 
   
 
   
ไขมันพอกตับ
 
   
 
   
โรคพาร์กินสัน
 
   
 
   
โรคสะเก็ดเงิน
 
   
 
   
ช็อกโกแลตซีสต์
 
   
 
   
โรคตับแข็ง
 
   
 
   
โรคเกาต์
 
   
 
   
ผมร่วง
 
   
 
   
โรคหอบ โรคหืด
 
   
 
   
เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
 
   
 
   
โรคงูสวัด
 
   
 
   
อาการตาแห้ง
 
   
 
   
โรคลมชัก
 
   
 
   
อาการอ่อนเพลีย
 
   
 
   
โรครูมาตอยด์
 
   
 
   
อาการเวียนศีรษะ
 
   
 
   
อาการไหล่ติด,ปวดไหล่
 
   
 
   
อาการใจสั่น
 
   
 
   
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
 
   
 
   
อาการต้อกระจก
 
   
 
   
อาการไอร้อยวัน
 
   
 
   
โรคทางต่อมไทรอยด์
 
   
 
   
เนื้องอกในมดลูก
 
   
 
   
อาการสะอึก
 
   
 
   
ความดันโลหิตต่ำ
 
   
 
   
ภาวะมีบุตรยาก
 
 
 
 
   
ถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
 
   
 
  อาการเจ็บคอ
 
   
 
  เสื่อมสมรรถภาพในผู้ชาย
 
   
 
  อาการวัยทอง
 
   
 
  อาการท้องเสีย
 
   
 
  อาการนิ้วล็อก
 
   
 
  อาการไส้เลื่อน
 
   
 
  อาการริดสีดวงทวาร
 
   
     

 

 
 
    บทความอื่น ๆ
 
 

 
ฝังเข็มวิธีการระดับโลกที่กรมอนามัยโลกรับรอง
 
   
 

 
การแพทย์จีนความเชื่อมั่นที่ยาวนานกว่า 5000ปี 
 
   
 
เก๋ากี๋ยาอายุวัฒนะ 3000ปี

   
 
ล้างพิษตับของดีที่คนโจมตี
 
   
 

อาการปัสสาวะติดขัด
 
   
   
     
   :: สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ ::  
 
 
   
 
 
 
 

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท


(ปวดต้นคอร้าวลงบ่าไหล่แขนมือ ปวดเอวสะโพกร้าวลงขา)




   โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็น โรคที่เป็นกันมากในปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบันไม่ใช่เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่มีแนวโน้มเกิดกับคนวัยทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยหลักแล้วการเกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมักเกิดจากการเคลื่อนไหวที่ ผิดท่า การนั่งอยู่กับที่ท่าเดิมนาน ๆ อาหารการกิน การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลให้กระดูก และหมอนรองกระดูกเสื่อมได้ก่อนวัยอันควร  
     
    หมอนรองกระดูก คืออะไร "หมอนรองกระดูก" มีชื่อตามตำราว่า Intervertebral disc ถ้าจะจำเพาะลงไปตามตำแหน่งก็เป็นว่า หมอนรองกระดูกคอ เรียกว่า Cervical disc และหมอนรองกระดูกที่เอวเรียกว่า Lumbar disc หมอนรองกระดูกไม่ได้เป็นกระดูก แต่จะเป็นเนื้อเยื่อชนิดหนึ่งที่คั่นระหว่างกระดูกสันหลังสองชิ้น ทุก ๆ ครั้งที่ร่างกายเคลื่อนไหว เช่น การเดิน การออกกำลังกาย การก้มเงย จะมีแรงเกิดขึ้นกับกระดูกสันหลัง ซึ่งหมอนรองกระดูกที่คั่นระหว่างกระดูกสันหลังนี้ทำหน้าที่เป็นตัวรองรับ แรงกระแทกที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกสันหลังเกิดการเสียดสีกัน จนเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างร่างกาย  


 




   หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้อย่างไ

    หมอนรองกระดูกสันหลัง และเส้นประสาทมีระยะที่ห่างกันไม่มาก เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายเกิดการผิดปกติจนหมอนรองกระดูกเกิดการเคลื่อนที่ หรือเกิดการโป่งออกมาจนไปเบียดกดทับเส้นประทาทได้ สาเหตุการเกิดอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทสามารถเกิดจากสาเหตุหลักดัง นี้
    1.การที่ร่างกายมีขอบของหมอนรองกระดูกไม่เท่ากันมาแต่กำเนิด
    2.เกิดจากอุบัติเหตุต่าง ๆ เช่น อุบัติเหตุทางรถ ตกบันได ตกต้นไม้ ล้มก้นกระแทกพื้น
    3.เกิดจากการอยู่ในท่าใดเป็นเวลานาน ๆ เช่น นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ โดยไม่ได้ลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบท ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการอักเสบ
    4.การนอนดึกบ่อย ๆ ทำให้ร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมกระดูกได้เป็นผลให้กระดูกเกิดการสึกกร่อน
    5.อายุที่มากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นการซ่อมแซมกระดูกย่อมเสื่อมถอยลง รวมถึงหมอนรองกระดูกจะสูญเสียความยืดหยุ่น และสูญเสียคุณสมบัติการรองรับแรงกระแทก ทำให้เมื่อเกิดการเคลื่อนไหวเป็นผลให้หมอนรองกระดูกเกิดการเคลื่อนที่ได้
     
   อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นบริเวณคอ

    หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่วนบริเวณคอมักจะเกิดกับกระดูกท่อนที่ C3 - C7 ซึ่งกระดูกช่วงนี้อยู่ใกล้ประสาทควบคุมส่วนแขนทำให้เกิดอาการชาปลายนิ้ว หรือเกิดการปวดร้าวบริเวณแขน อาจเป็นข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง นอกจากนี้จะมีอาการปวดเมื่อยคอ ปวดเมื่อยสะบักเรื้อรัง การเคลื่อนไหวคอ แขน ติดขัด ไม่สะดวกเท่าที่ควร
 
     
   อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นบริเวณหลัง

    มักจะเกิดกับกระดูกสันหลัง L3 , L4 , L5 , S1 ซึ่งกระดูกช่วงนี้จะอยู่ใกล้ประสาทควบคุมส่วนเอวไปถึงขา อาการเริ่มต้นจะมีอาการปวดหลังบริเวณเอว หรือมีอาการเสียววูบไปยังขา อาการจะเป็น ๆ หาย ๆ ระยะต่อมาจะเกิดอาการปวดหลังรุนแรงอย่างเฉียบพลัน อาจมีอาการปวดร้าวลงมายังขา อาจมีอาการชาบริเวณขา และ ชาบริเวณเท้าร่วมด้วย
 





  หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในทัศนะการแพทย์แผนจีน

    การแพทย์แผนจีนได้จัดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทให้อยู่ในกลุ่มโรคปวดเมื่อย และชา (ปี้เจิ้ง) เกิดการที่เสียชี่(สาเหตุก่อโรค)ที่เป็นลม ความเย็น ความชื้น และความร้อนอุดกั้นเส้นลมปราณ ทำให้มีผลต่อการไหลเวียนของชี่และเลือด  ทำให้แขนขา เอ็นกระดูก ข้อต่อกล้ามเนื้อ เกิดอาการเจ็บปวด เมื่อยล้าหรือชา หรือทำให้ข้อต่อนั้นเคลื่อนไหวไม่สะดวก หรือทำให้ข้อต่อนั้นเกิดอาการแข็งหรือบวมหรือผิดรูปไป
    ตำราซานอินจี๋ ตำราปิ้งเจิ้งฟางลุ่น และตำราปี้ซูลุ่น กล่าวว่า “เมื่อมีอาการติดขัดมากๆจะเกิดเป็นโรค ถ้าได้รับความเย็นมากๆจะทำให้มีอาการปวด ถ้าได้รับลมมากๆจะทำให้มีอาการปวดแบบไม่อยู่กับที่ ถ้าได้รับความชื้นมากๆจะทำให้รู้สึกหนักๆและยกไม่ขึ้น ถ้าไปสะสมตามเส้นเอ็นจะทำให้งอและยืดออกมาไม่ได้ ถ้าไปสะสมตามกล้ามเนื้อจะทำให้มีอาการเหน็บชาและไร้ความรู้สึก จากข้างต้นที่กล่าวมาเมื่อเลยวัยกลางคนไปแล้ว ตับและไตจะค่อยๆพร่องและอ่อนแอลง ลมปราณ(ชี่)ม้ามก็อ่อนแอตามไปด้วย ทำให้เลือดและสารจิงมีไม่เพียงพอ เส้นเอ็น กระดูก กล้ามเนื้อ ชีพจรขาดการหล่อเลี้ยง บำรุง ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ทำให้กระดูกเอ็นเสื่อมสภาพและเกิดโรคตามมา
 
     
  สาเหตุและกลไกการเกิดโรคหมอนรองกระดูกทับบริเวณส่วนคอและเอว

    1.เกิดจากการใช้อิริยาบทซ้ำ ๆ เช่น การนั่งนาน ๆ การยืนนาน ๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนอิริยาบท
    
    2.เกิดจากการเล่นกีฬาที่หักโหม หรือจากการเล่นกีฬาที่ผิดท่าทาง เช่นการตีกอล์ฟ การเข้าฟิตเนส การเล่นโยคะ การเล่นกีฬาหักโหม รวมถึงการพักผ่อนน้อย ความเครียด ปัจจัยที่กล่าวมานี้เป็นผลให้เกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ทั้งสิ้น

    3.เกิดจากการไม่ทานอาหาร ไม่ว่าจะเกิดจากการลดน้ำหนัก เบื่ออาหาร หรือโรคกระเพาะเรื้อรัง เมื่อไม่ทานอาหารจะเกิดภาวะสารอาหารไม่พอ เป็นผลให้เลือดลมไม่พอ เมื่อเลือดลมไม่พอการสร้างกระดูกเกิดปัญหา มวลกระดูกจึงลดลง เป็นผลให้เกิดการกดทับของหมอนรองกระดูกได้ง่าย

    4.มีสารพิษตกค้างในร่างกาย อาจเกิดจากความเครียด เกิดจากการทานอาหารที่แปรรูปมากเกินไป ทานอาหารที่มีไขมันตกค้างเยอะ ทำให้เกิดสารพิษตกค้างในร่างกาย ทำให้เลือดด้อยคุณภาพ ทำให้สารอาหารที่จำเป็นในการสร้างกระดูกไม่เพียงพอ ส่งผลให้กระดูกเกิดความเสื่อม ไม่แข็งแรง เป็นผลให้เกิดการกดทับ จนเป็นอาการหมอนรองกระดูกทับเส้น

    5.การดัดกระดูกด้วยตนเอง เช่น การดัดกระดูกคอ กระดูกเอวทุกวัน เพื่อแก้อาการเมื่อยคอ หลัง เอว แต่ไม่ได้แก้จุดปัญหา แต่กลับไปกระตุ้นกระดูกที่อ่อนแอที่สุดให้เกิดเสียงดัง และเกิดการคลายตัวชั่วคราว ในระยะยาวจะทำให้หมอนรองกระดูกท่อนนั้นเคลื่อนตัวออกมาทับเส้นประสาท ก็จะมีอาการชา ร้าว ปวดทรมาน

    6.การทานอาหารไม่ตรงเวลา เช่นการทานอาหารเช้า ซึ่งเป็นมื้อแรกของวันในช่วงบ่าย ทำให้ขาดสารอาหารหล่อเลี้ยงร่างกาย มีผลให้เลือดไม่พอ ซึ่งในความเป็นจริงเวลาที่กระเพาะอาหารนำสารอาหารหล่อเลี้ยงร่างกายในช่วง เวลา 9 – 11 โมง เมื่อทานอาหารช่วงบ่ายซึ่งไม่ใช่เวลาของกระเพาะอาหารเป็นผลให้ร่างกายขาดสาร อาหารเป็นผลให้เลือดไม่พอ เมื่อเลือดไม่พอนาน ๆ เข้า ทำให้กระดูกเสื่อม เป็นผลให้เกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

    7.การนอนดึก เวลาการนอนที่ดีที่สุดของร่างกายมนุษย์ อยู่ที่สามทุ่มถึงห้าทุ่ม ซึ่งหากสามารถนอนได้ในช่วงเวลานี้ ร่างกายเกิดการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายรวมถึงการซ่อมแซมกระดูก แต่หากไม่สามารถนอนในช่วงเวลาดังกล่าวการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินจะไม่เกิดขึ้น ทำให้ร่างกายและกระดูกไม่ได้รับการซ่อมแซม

    8.การทำงานตอนกลางคืน เช่น รปภ. โปรแกรมเมอร์ที่ทำงานตอนดึก การนอนดึกจากการทำงานเป็นประจำทำให้ฮอร์โมนเมลาโทนิน มีปริมาณไม่พอ ทำให้ซ่อมร่างกายได้ไม่เต็มที่ ร่างกายจะไปดึงพลังงานสำรองในร่างกายมาใช้ ในระยะยาวเมื่อพลังงานสำรองหมด พลังงานไม่พอทำให้กระดูกเสื่อม ทำให้หมอนรองกระดูกทรุดและกดทับได้ สังเกตุได้ว่าคนสูงวัยที่มีปัญหาฮอร์โมนเมลาโทนิน หมดทำให้นอนไม่หลับ จึงส่งผลต่อกระดูกเกือบทุกคน

    9.ความเครียด การเกิดความเครียดส่งผลให้ร่างกายเกิดกรด ทานนอาหารไม่ลง และนอนไม่หลับทำให้เมื่อยตึง เลือดข้น การไหลเวียนไม่ดีส่งผลให้ปวดตึงคอ บ่า ไหล่ ลงมาสะบัก และเอว จากนั้นจะทำให้กระดูกเสื่อม ส่งผลให้เกิดการกดทับของหมอนรองกระดูกได้

    10.การนอนหมอนที่ผิดสุขลักษณะ เช่น หมอนสูงเกินไป หมอนต่ำเกินไป หรือไม่หนุนหมอนเลย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดการหน่วง ปวดตึง และเกร็ง บริเวณต้นคอ นานวันเข้าทำให้คอเสื่อม และเกิดการกดทับเส้นประสาทได้

    11.เกิดจากอุบัติเหตุ รถชนท้าย การออกกำลังกาย เช่นการชกมวย ตกจากที่สูง ขับรถตกหลุม ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นต้องควบคู่กับ เลือดไม่พอ พักผ่อนไม่พอ การทานอาหารน้อยมีสารพิษตกค้างในร่างกายอยู่ก่อนแล้ว
 
     
  การบำบัดรักษาทางการแพทย์แผนจีน

    1.การฝังเข็มตามแต่ละกลุ่มอาการ ดังนี้

    กรณีปวดบริเวณเอว
    - จุดเซิ่นซู ตำแหน่งอยู่ขอบล่างปุ่มกระดูกสันเอวที่ 2 อยู่ด้านข้างห่างจากกระดูกสันหลัง 1.5 นิ้ว           
    - จุดเหว่ยจง ตำแหน่งอยู่ตรงกึ่งกลางของรอยพับหลังเข่า
    - จุดฝังเข็มอื่นๆ เช่น จุดมิ่งเหมิน, จุดต้าฉางซู เป็นต้น

    กรณีปวดบริเวณคอ
    - ฝังจุด Cervical Jiaji (จุดเจียจี๋บริเวณคอ)  ,จุดเฟิงฉือ เพื่อระบายลม ,จุดต้าจุย เพื่อระบายร้อนขับพิษ
      และจุดอื่นๆตามแต่ละอาการ

    2.การนวดกดจุด นวดคลาย ตอกเส้น บริเวณช่วงเอว หรือ ช่วงคอ นวดจัดเรียงกระดูกในกรณีหมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือคดผิดปกติ

    3.การครอบแก้ว เดินแก้ว ปล่อยเลือดบริเวณช่วงต้นคอ หรือช่วงเอว เพื่อระบายของเสีย การตกค้างของลิ่มเลือด ที่ทำให้มีอาการปวด

    4.ทานยาสมุนไพรจีน ที่ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง ตามแต่ละกลุ่มอาการ

    5.ขจัดพิษของลมและเย็นชื้นที่สะสมอยู่ตามบริเวณคอไหล่ เอว

    6.บำรุงเลือดลม กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
 
     
  คำแนะนำของแพทย์แผนจีน

   1.ไม่ควรงอหลังเมื่อยกวัตถุเพราะการงอหลังยกวัตถุจะทำให้เกิดแรงกด ทับช่วงเอวและหลัง แนะนำให้นั่งยองยกของ เพราะแรงตกกระทบจะลงที่ขามากกว่าเอวและหลัง ให้พยายามรักษาส่วนโค้งของหลังให้คงอยู่ขณะยกวัตถุให้งอที่สะโพก
    2.หลีกเลี่ยงการนั่ง ยืน เดิน และการอยู่ท่าเดิมซ้ำเป็นระยะเวลานาน ๆ
    3.ลดน้ำหนักให้สมดุลกับร่างกาย
    4.เปลี่ยนท่านั่งบ่อยๆ เช่น นั่งหลังตรง นั่งพิงหลัง นั่งเอามือเท้าโต๊ะ สลับกัน
    5.ไม่ออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าท้องแบบมีแรงต้านในท่านั่ง เพราะเป็นการงอหลังซ้ำๆ หลายครั้ง ขณะที่มีแรงดันในหมอนรองกระดูกสูง มีโอกาสบาดเจ็บสูง
    6.พิจารณาว่าโต๊ะ , เก้าอี้ ที่ทำงานเหมาะสมกับสรีระของท่านหรือไม่ควรแก้ไขให้เหมาะสม
    7.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำวันละ 2-3ลิตร
    8.หลีกเลี่ยงการสะบัดคอ การดัดคอ การทําให้กระดูกคอลั่น ซึ่งท่าทางต่าง ๆ เหล่านี้จะทําให้กระดูกคอเสื่อมมากขึ้น
    9.ควรนั่งหลงตรงโดยใช้เก้าอี้ที่มีพนักพิง หรือใช้หมองรองบริเวณเอว
    10.ควรหนุนหมอนที่พอดีไม่สูงหรือต่ำ เกินไปจนทําให้คออยู่ในท่าก้มหรือเงย
 

      อย่างไรก็ตามโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทไม่ได้เป็นโรคน่ากลัวอย่างที่คิด เพียงแค่ดูแลด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ตามสภาพอาการ ทานยาสมุนไพรจีนอย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์แผนจีน เพียงแค่นี้ ก็สามารถบรรเทาอาการจนไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน


      หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ 
 





Current Pageid = 371