ไซนัสอักเสบ
Website Banner
     
 
 
 
    บทความสุขภาพ
 
     
   
 
เพิ่มความสูง
 
   
 
ออฟฟิศซินโดรม
 
   
 
ปวดศีรษะ,ไมเกรน
 
   
 
   
บทความความอ้วน
 
   
 
   
ลดริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ
 
   
 
นอนไม่หลับ
 
   
 
กรดไหลย้อน

   
 
ปวดเอว
 
   
 
อัมพาตใบหน้าครึ่งซีก
 
   
 
    
 โรคปวดกระเพาะอาหาร


 
 
 
    
 อาการอาเจียน
 
 

 
    
บทความฝ้า
 
 

 
    
สิวเรื่องหนักใจบนใบหน้า
 
 
 
 
   
โรคภูมิแพ้ โรคของคนติดสะดวกสบาย
 
   
 
   
บทความหูอื้อ
 
   
 
   
บทความอาการไอ
 
   
 
   
หมอนรองกระดูกทับเส้น ฯ
 
   
 
   
โรคซึมเศร้า
 
   
 
   
โรคท้องผูก
 
   
 
   
อาการปวดประจำเดือน
 
   
 
   
อัมพฤกษ์ อัมพาต
 
   
 
   
ไขมันพอกตับ
 
   
 
   
โรคพาร์กินสัน
 
   
 
   
โรคสะเก็ดเงิน
 
   
 
   
ช็อกโกแลตซีสต์
 
   
 
   
โรคตับแข็ง
 
   
 
   
โรคเกาต์
 
   
 
   
ผมร่วง
 
   
 
   
โรคหอบ โรคหืด
 
   
 
   
เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
 
   
 
   
โรคงูสวัด
 
   
 
   
อาการตาแห้ง
 
   
 
   
โรคลมชัก
 
   
 
   
อาการอ่อนเพลีย
 
   
 
   
โรครูมาตอยด์
 
   
 
   
อาการเวียนศีรษะ
 
   
 
   
อาการไหล่ติด,ปวดไหล่
 
   
 
   
อาการใจสั่น
 
   
 
   
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
 
   
 
   
อาการต้อกระจก
 
   
 
   
อาการไอร้อยวัน
 
   
 
   
โรคทางต่อมไทรอยด์
 
   
 
   
เนื้องอกในมดลูก
 
   
 
   
อาการสะอึก
 
   
 
   
ความดันโลหิตต่ำ
 
   
 
   
ภาวะมีบุตรยาก
 
 
 
 
   
ถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
 
   
 
  อาการเจ็บคอ
 
   
 
  เสื่อมสมรรถภาพในผู้ชาย
 
   
 
  อาการวัยทอง
 
   
 
  อาการท้องเสีย
 
   
 
  อาการนิ้วล็อก
 
   
 
  อาการไส้เลื่อน
 
   
 
  อาการริดสีดวงทวาร
 
   
     

 

 
 
    บทความอื่น ๆ
 
 

 
ฝังเข็มวิธีการระดับโลกที่กรมอนามัยโลกรับรอง
 
   
 

 
การแพทย์จีนความเชื่อมั่นที่ยาวนานกว่า 5000ปี 
 
   
 
เก๋ากี๋ยาอายุวัฒนะ 3000ปี

   
 
ล้างพิษตับของดีที่คนโจมตี
 
   
 

อาการปัสสาวะติดขัด
 
   
   
     
   :: สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ ::  
 
 
   
 
 
 
 

ไซนัสอักเสบ




      ในร่างกายของมนุษย์มีระบบการทำงานของร่างกายทุกระบบจะทำงานโดยสัมพันธ์กัน แต่ระบบที่มีความสำคัญมากที่สุดระบบหนึ่ง คือระบบทางเดินหายใจ
    ระบบทางเดินหายใจ คือระบบในร่างกายที่ทำการแลกเปลี่ยนอากาศภายในร่างกาย กับอากาศภายนอกร่างกาย คือการนำก๊าซออกซิเจนเข้ามาในร่างกาย และนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย โดยมีปอดเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่นี้
    เมื่อร่างกายได้รับก๊าซออกซิเจนเข้ามาในร่างกายแล้วจะเข้าไปในระบบเลือดเพื่อให้เลือดนำออกซิเจนไปตามเซล และไปตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ไปยังหัวใจ ไปยังเซลสมอง และระบบสื่อประสาท รวมถึงไปยังเซลกล้ามเนื้อตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในระบบเมตาบอลิซึม คือการเปลี่ยนอาหารที่ทานเข้าไปให้กลายเป็นพลังงานในร่างกาย
    หากร่างกายไม่สามารถหายใจรับออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีผลให้เซลต่าง ๆ ไม่ได้รับออกซิเจนที่เพียงพอ จะทำให้ร่างกายแก่เร็ว อวัยวะภายในทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะระบบการย่อยอาหารจะทำงานได้ไม่เต็มที่ทำให้การแปลงอาหารเป็นพลังงานทำได้ไม่ดีจนอาจทำให้ร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอ
 


  ไซนัสคืออะไร

    ไซนัสจัดเป็นส่วนหนึ่งในระบบทางเดินหายใจ โดยไซนัสจะมีลักษณะเป็นโพรงบริเวณรอบจมูกมีหน้าที่ในการควบคุมความชื้น และทำหน้าที่ปรับความร้อนความเย็นของอากาศที่หายใจเข้าไป จึงทำให้อากาศที่หายใจไม่ชื้นเกินไป และไม่เย็นเกินไป ไซนัสยังช่วยในการสร้างเมือกเพื่อดักจับฝุ่น และเชื้อโรคที่เข้ามาในบริเวณจมูก และขับออกมาในรูปแบบน้ำมูก และเสมหะ นอกจากนี้ไซนัสยังช่วยในการปรับเสียงพูดให้มีความคมชัด ช่วยในการรับกลิ่น อีกทั้งยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในระบบหายใจอีกด้วย

    ไซนัสจะอยู่ในบริเวณต่าง ๆ ดังนี้
1.ไซนัสบริเวณโหนกแก้ม ๒ ข้าง (Maxillary sinus)
2.ไซนัสระหว่างลูกตาบริเวณ หัวตา ๒ ข้าง (ethmoid sinus)
3.ไซนัสบริเวณหน้าผากใกล้กับหัวคิ้ว ๒ ข้าง (frontal sinus)
4.ไซนัสที่อยู่ในกะโหลกศีรษะ ใกล้ฐานสมอง (sphenoid sinus) 
 





  สาเหตุการเกิดโรคไซนัสอักเสบ

    ไซนัสอักเสบจะเกิดขึ้นต่อเมื่อโพรงจมูกเกิดการติดเชื้อโดยมากจะเกิดจากสาเหตุดังนี้

    1.เกิดจากการเป็นหวัด หรือเป็นภูมิแพ้ เนื่องจากผู้ที่มีอาการดังกล่าวจะมีภาวะที่ไซนัสหลังน้ำมูกออกมาเพื่อล้างเชื้อโรคในโพรงจมูก เมื่อเป็นนานเข้าจะทำให้เยื่อบุโพรงจมูกเกิดการบวม หรืออักเสบจนทำให้รูเปิดระบายน้ำมูกในไซนัสเกิดการตัน เมื่อเป็นนานเข้าจะทำให้เกิดอาการไซนัสอักเสบได้

    2.เกิดจากมีฟันกรามผุถึงโพรงรากฟัน เนื่องจากระบบทางเดินหายใจมีการเชื่อมต่อกับระบบช่องปาก และลำคอการที่ผู้ป่วยบางรายมีอาการฟันกรามผุเมื่อนานวันทำให้มีเชื้อโรคบริเวณฟันกรามซึ่งในบางกรณีเชื้อโรคเหล่านั้นได้ลามตัวไปยังโพรงจมูกทำให้ไซนัสได้รับเชื้อโรคจนเกิดอาการไซนัสอักเสบได้

    3.เกิดอุบัติเหตุที่กระดูกบนใบหน้า เนื่องจากไซนัสอยู่บนบริเวณกระดูกบนใบหน้าการเกิดอุบัติเหตุเช่น หน้ากระแทก กะโหลกศีรษะกระแทก อาจมีผลให้ช่องไซนัสเกิดเกิดความผิดปกติจนสามารถทำให้เกิดอาการไซนัสอักเสบได้

    4.เกิดจากการอยู่ในบริเวณย่านโรงงานอุตสาหกรรม หรือสถานที่มีมลพิษ เนื่องจากไซนัสมีหน้าที่ในการดักจับฝุ่นละออง และเชื้อโรค ดังนั้นการที่อยู่ในบริเวณที่มีมลพิษเป็นเวลานานจะทำให้ไซนัสทำงานหนักจนสามารถเกิดอาการไซนัสอักเสบได้
 


  หากไซนัสอักเสบจะเป็นอย่างไร

    1.เกิดอาการโพรงจมูกตัน มีน้ำมูกภายในจมูกตลอดเวลา เนื่องจากในการดักจับเชื้อโรคของไซนัสจะมีช่องเปิดปิด เมื่อจะทำการล้างโพรงจมูกด้วยน้ำมูก ช่องปิดนี้จะปิดเพื่อชำระล้าง เมื่อล้างเสร็จแล้วจะเปิดเพื่อระบายน้ำมูกออก แต่ในกรณีที่เป็นไซนัสอักเสบโพรงนี้มักจะปิดมากกว่าเปิดทำให้เกิดอาการโพรงจมูกตันเต็มไปด้วยน้ำมูกสั่งน้ำมูกยาก

    2.เกิดอาการเสียงเปลี่ยน เนื่องจากไซนัสมีผลช่วยในการปรับเสียงพูดให้มีความชัดหากไซนัสอักเสบมักจะมีผลให้อาการโพรงจมูกตัน ทำให้การออกเสียงไม่ชัดเจน

    3.รับกลิ่นได้ไม่ดี เนื่องจากไซนัสมีผลในการช่วยรับกลิ่นดังนั้นเมื่อไซนัสอักเสบโพรงจมูกเกิดการตัน การรับกลิ่นจะด้อยประสิทธิภาพลงเป็นทำให้ในผู้ป่วยบางรายจะได้กลิ่นน้อยมาก หรือบางรายไม่ได้กลิ่นเลย

    4.เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่าย เนื่องจากไซนัสช่วยในการดักจับเชื้อโรคในระบบทางเดินหายใจ การที่ไซนัสอักเสบทำให้ประสิทธิภาพในการดักจับเชื้อโรคลดลงทำให้เชื้อโรคสามารถเข้ามาในร่างกายผ่านทางระบบทางเดินหายใจได้ง่าย

    5.ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น เนื่องจากอาการไซนัสอักเสบจะทำให้ในจมูกมีน้ำมูก และของเสียอยู่ในโพรงจมูก และมีผู้ป่วยไม่น้อยที่ของเสียเหล่านี้ค้างอยู่ในจมูกเป็นเวลานานจนเกิดการเน่าอยู่ภายในจมูกนานวันเข้าจึงส่งกลิ่นออกมาผ่านทางลมหายใจ และกลิ่นปาก

    อาการไซนัสอักเสบเป็นอาการที่ไม่ควรทิ้งไว้หากปล่อยไว้ในระยะยาวอาจกลายเป็นอาการริดสีดวงจมูก หรือมะเร็งโพรงจมูกได้
 


  สาเหตุการเกิดโรคในทางการแพทย์แผนจีน

    ในทางการแพทย์แผนจีนมองว่าโรคไซนัสอักเสบมีสาเหตุเกิดจากปอดได้รับลมร้อน หรือลมเย็นมากระทบทำให้เกิดความร้อนบริเวณปอด เมื่อเกิดความร้อนสะสมบริเวณปอดความร้อนดังกล่าวจะส่งผลต่อเส้นลมปราณปอดบริเวณจมูกซึ่งเป็นตำแหน่งของไซนัสทำให้เกิดการติดขัดบริเวณไซนัสเมื่อเป็นนานเข้าจะเกิดการอักเสบขึ้น
    อีกประการหนึ่งคือการทานอาหารที่มีรสหวานจัด มันจัดซึ่งอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดความชื้นสะสมภายในร่างกาย ความชื้นดังกล่าวนี้จะทำให้ชี่ของตับติดขัดเป็นผลให้เกิดความร้อน และไฟในเส้นลมปราณตับและถุงน้ำดี ทำให้ชี่และเลือดคั่งนี้ไปอุดกั้นรูทวารของจมูก มีผลต่อรูเปิดของโพรงจมูกที่อยู่ด้านบน 
 


  การวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการโรคตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

    1.เกิดจากลมเย็นจากภายนอก
    อาการแสดง : มีอาการคัดจมูก น้ำมูกใส จำนวนมาก ปวดเมื่อยตามตัว ไม่มีเหงื่อ กลัวหนาว
    ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีด มีฝ้าขาวบาง
    ลักษณะชีพจร : ลอย ตึง แน่น (ฝู จิ่นม่าย)

    2.เกิดจากลมร้อนจากภายนอก
    อาการแสดง : มีอาการคัดจมูกแต่แห้งไม่มีน้ำมูก คันจมูก ลมหายใจร้อน น้ำมูกน้อยเหลืองข้น มีไข้ กลัวลม ปวดศีรษะ เจ็บคอ คอแห้ง
    ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง มีฝ้าขาวหรือเหลืองเล็กน้อย
    ลักษณะชีพจร : ลอย เร็ว (โฝว สู้ม่าย)

    3.เกิดจากชี่ติดขัดเลือดคั่ง
    อาการแสดง : น้ำมูกเหนียวมีปริมาณมาก สีขาวหรือเหลืองข้น ความสามารถในการรับกลิ่นลดลง
    ลักษณะลิ้น : แดงหรือมีจุดจ้ำเลือด
    ลักษณะชีพจร : ตึง เล็ก ฝืด (เสวียน ซี่ เซ่อ)

    4.ชี่พร่องเสียชี่ตกค้าง
    อาการแสดง : คัดจมูกเรื้อรังมากบ้างน้อยบ้าง กลางคืนมีอาการมากกว่ากลางวัน น้ำมูกเหนียวแต่ใส เมื่อเจออากาศเย็นอาการจะรุนแรงขึ้น รู้สึกวิงเวียนและหนักศีรษะ
    ลักษณะลิ้น : แดงอ่อน  ฝ้าขาวบาง
    ลักษณะชีพจร : ค่อนข้างช้า (ห่วนม่าย) 
 


  การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

    1.ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง ตามแต่ละอาการ เช่น  
    - อาการไซนัสอักเสบตามกลุ่มอาการลมเย็นจากภายนอก ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ขับลม ลดความเย็น บำรุงปอด
    - อาการไซนัสอักเสบตามกลุ่มอาการลมร้อนจากภายนอก ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ขับลม ลดความร้อน บำรุงปอด

    2.ฝังเข็มตามกลุ่มอาการ ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    - อาการไซนัสอักเสบตามกลุ่มอาการชี่ติดขัดเลือดคั่ง ทำการฝังเข็มในจุดที่มีสรรพคุณ เพิ่มการหมุนเวียนของชี่ ขจัดเลือดคั่ง บำรุงปอด
    - อาการไซนัสอักเสบตามกลุ่มอาการชี่พร่องชี่เสียตกค้าง
ทำการฝังเข็มในจุดที่มีสรรพคุณ บำรุงชี่ ขจัดชี่เสียจากภายนอก บำรุงปอด
 


  คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

    1.ควรออกกำลังกายเป็นประจำวันละประมาณ 30 นาที แต่ไม่หักโหม เพื่อให้ร่างกายเกิดความแข็งแรง เสริมสร้างภูมิต้านทาน
    2.นอนพักผ่อนให้เพียงพอควรนอนให้ได้วันละ 8 ชั่วโมง ไม่ควรนอนเกิน 22.00 น. เพื่อให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเอง และฆ่าเชื้อโรคระหว่างช่วงที่นอนหลับ
    3.รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เพื่อให้ร่างกายมีสารอาหารเพียงพอที่จะทำการเสริมสร้างร่างกาย และทำการขจัดเชื้อโรคและสารพิษ
    4.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ เพื่อให้ร่างกายสามารถทำงานได้เต็มที่
    5.หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ มลพิษทางอากาศ ควันบุหรี่ และกลิ่นที่ผิดปกติ โดยควรเลือกอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีฝุ่นละออง ไม่มีเกสรดอกไม้ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้
    6.หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ ดำน้ำ หรือกระโดดน้ำ เมื่อมีอาการคล้ายหวัดกำเริบ
    7.หลีกเลี่ยงภาวะอุณหภูมิแปรเปลี่ยนฉับพลัน เช่น การเข้า ๆ ออก ๆ ห้องปรับอากาศ หรือการอยู่ในรถยนต์ที่ตากแดดร้อน ๆ เป็นต้น
    8.พยายามดูแลตนเองอย่าให้เป็นหวัด เพราะผลจากการเป็นหวัดสามารถทำให้เป็นไซนัสอักเสบได้
 


   หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ
 



     






Current Pageid = 439