อาการตาแห้ง ภัยร้ายทำลายดวงตา
Website Banner
     
 
 
 
    บทความสุขภาพ
 
     
   
 
เพิ่มความสูง
 
   
 
ออฟฟิศซินโดรม
 
   
 
ปวดศีรษะ,ไมเกรน
 
   
 
   
บทความความอ้วน
 
   
 
   
ลดริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ
 
   
 
นอนไม่หลับ
 
   
 
กรดไหลย้อน

   
 
ปวดเอว
 
   
 
อัมพาตใบหน้าครึ่งซีก
 
   
 
    
 โรคปวดกระเพาะอาหาร


 
 
 
    
 อาการอาเจียน
 
 

 
    
บทความฝ้า
 
 

 
    
สิวเรื่องหนักใจบนใบหน้า
 
 
 
 
   
โรคภูมิแพ้ โรคของคนติดสะดวกสบาย
 
   
 
   
บทความหูอื้อ
 
   
 
   
บทความอาการไอ
 
   
 
   
หมอนรองกระดูกทับเส้น ฯ
 
   
 
   
โรคซึมเศร้า
 
   
 
   
โรคท้องผูก
 
   
 
   
อาการปวดประจำเดือน
 
   
 
   
อัมพฤกษ์ อัมพาต
 
   
 
   
ไขมันพอกตับ
 
   
 
   
โรคพาร์กินสัน
 
   
 
   
โรคสะเก็ดเงิน
 
   
 
   
ช็อกโกแลตซีสต์
 
   
 
   
โรคตับแข็ง
 
   
 
   
โรคเกาต์
 
   
 
   
ผมร่วง
 
   
 
   
โรคหอบ โรคหืด
 
   
 
   
เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
 
   
 
   
โรคงูสวัด
 
   
 
   
อาการตาแห้ง
 
   
 
   
โรคลมชัก
 
   
 
   
อาการอ่อนเพลีย
 
   
 
   
โรครูมาตอยด์
 
   
 
   
อาการเวียนศีรษะ
 
   
 
   
อาการไหล่ติด,ปวดไหล่
 
   
 
   
อาการใจสั่น
 
   
 
   
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
 
   
 
   
อาการต้อกระจก
 
   
 
   
อาการไอร้อยวัน
 
   
 
   
โรคทางต่อมไทรอยด์
 
   
 
   
เนื้องอกในมดลูก
 
   
 
   
อาการสะอึก
 
   
 
   
ความดันโลหิตต่ำ
 
   
 
   
ภาวะมีบุตรยาก
 
 
 
 
   
ถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
 
   
 
  อาการเจ็บคอ
 
   
 
  เสื่อมสมรรถภาพในผู้ชาย
 
   
 
  อาการวัยทอง
 
   
 
  อาการท้องเสีย
 
   
 
  อาการนิ้วล็อก
 
   
 
  อาการไส้เลื่อน
 
   
 
  อาการริดสีดวงทวาร
 
   
     

 

 
 
    บทความอื่น ๆ
 
 

 
ฝังเข็มวิธีการระดับโลกที่กรมอนามัยโลกรับรอง
 
   
 

 
การแพทย์จีนความเชื่อมั่นที่ยาวนานกว่า 5000ปี 
 
   
 
เก๋ากี๋ยาอายุวัฒนะ 3000ปี

   
 
ล้างพิษตับของดีที่คนโจมตี
 
   
 

อาการปัสสาวะติดขัด
 
   
   
     
   :: สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ ::  
 
 
   
 
 
 
 

อาการตาแห้ง






      ดวงตา เป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างหนึ่งในร่างกาย เพราะเป็นอวัยวะที่ใช้ในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ หากดวงตาเกิดอาการผิดปกติ ย่อมทำให้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากดังนั้นวันนี้เรามารู้จักกับอาการตาแห้งซึ่งเป็นอาการผิดปกติของตวงตารูปแบบหนึ่ง
 


      ตาแห้ง (Dry eyes) เกิดจากการที่ตาเกิดการระคายเคือง ไม่สบายตาอันเนื่องมาจากน้ำตาที่มีอยู่ในดวงตามีปริมาณน้อยเกินไปที่จะทำการเคลือบดวงตา หรือคุณภาพไม่เพียงพอที่จะทำการหล่อลื่นดวงตาทำให้เกิดการเคืองตา แสบตา ตาแห้ง ไม่สบายตา

    โดยปกติเนื้อเยื่อบุตาส่วนหน้าจะมีด้วยกัน 3 ชั้น จากชั้นนอกสุดไปชั้นในสุดดังนี้
1. ชั้นไขมัน สร้างจากต่อมที่เรียกว่า Meibomian gland ที่อยู่ภายในเปลือกตา/หนังตา
2. ชั้นสารน้ำ สร้างจากต่อมน้ำตาที่เรียกว่า Lacrimal gland
3. ชั้นน้ำเมือก สร้างจากเซลล์ที่เรียกว่า Globlet cell ในเยื่อบุตาและในกระจกตา

    แม้ว่าจะดูเหมือนไม่ใช่อาการรุนแรง แต่การปล่อยทิ้งไว้ในระยะยาวโดยไม่ทำการรักษาจะทำให้อาการเคืองตารุนแรงยิ่ง ขึ้น จนอาจเกิดการอักเสบและการดึงรั้งของเปลือกตาทำให้ขนตาลงมาทิ่มตา ซึ่งหากเกิดการระคายเคืองจนกระจกตาเป็นแผลอาจต้องทำการผ่าตัดแก้ไขในที่สุด

    ในทางแพทย์แผนจีนมองว่าตับมีสัมพันธ์กับดวงตา กล่าวคือการทำงานของดวงตาเป็นตัวบ่งสะท้อนต่อการทำงานของตับ ดังนั้นในทางแพทย์จีนจึงมองว่าหากตับมีปัญหาย่อมทำให้ดวงตามีปัญหาเช่นกัน ในการรักษาจึงต้องทำการบำรุงอวัยวะตับไปพร้อมกันด้วย
 





  สาเหตุของอาการตาแห้ง

    - ความเสื่อมของต่อมน้ำตาไมโบ
ซึ่งเป็นต่อมที่อยู่ที่เปลือกตา ทำหน้าที่สร้างน้ำตามาหล่อลื่นดวงตา เมื่อต่อมดังกล่าวเสื่อมทำให้การผลิตน้ำตาหล่อลื่นน้อยลงทำให้ดวงตาแห้ง

    - อายุ ในคนที่อายุมากขึ้นร่างกายจะเกิดการเสื่อมสภาพตามวัยที่มากขึ้นดังนั้นในคนที่อายุมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มักจะมีปัญหาเรื่องตาแห้ง

    - เพศ ในเพศหญิงมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการตาแห้งมากกว่า เนื่องจากร่างกายเพศหญิงจะมีปัจจัยเรื่องฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ปัญหาตาแห้งในเพศหญิงจะมีโอกาสมากกว่าเพศชาย

    - ยา ในกลุ่มบุคคลที่การทานยาบางชนิดอย่างต่อเนื่อง เช่น ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก ยาความดันโลหิตบางกลุ่ม ยารักษาโรคซึมเศร้า เป็นต้น ซึ่งยาต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะไประงับการสร้างต่อมน้ำตาทำให้เกิดอาการตาแห้ง

    - โรคประจำตัว คนที่เป็นโรคประจำตัวบางโรค เช่น เบาหวาน รูมาตอยด์ ไขข้ออักเสบ ไทรอยด์ มักจะมีอาการตาแห้งร่วมด้วย นอกจากนั้นจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับตา เช่นการอักเสบต่าง ๆ ของตา

    - สิ่งแวดล้อม ในภาวะปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ เช่น ลม อากาศแห้ง หรือควันบุหรี่ มากระทบดวงตา จะทำให้เกิดการระเหยของน้ำตาในดวงตาออกไป เมื่อเกิดการกระทบจากสิ่งแวดล้อมดังกล่าวบ่อย ๆ จะทำให้เกิดอาการตาแห้งได้

    - การใช้งานคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือดูโทรทัศน์ เป็นเวลานาน เนื่องจากการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นเวลานาน จะทำให้การกระพริบตาลดลง และแสงที่มาจากอุปกรณ์ดังกล่าวที่กระทบดวงตามีผลให้ดวงตาเกิดอาการเมื่อยล้า น้ำตาที่จะมาเคลือบดวงตาลดลง ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าวมีผลให้ตาแห้ง

    - การใช้คอนแทคเลนส์ และการทำการผ่าตัดตา เช่น ต้อกระจก หรือ ทำ LASIK ก็ทำให้การสร้างน้ำตาลดลงได้

    - การดื่มสุรา และแอลกอฮอลล์ เนื่องจากตากับตับมีผลสัมพันธ์กัน ดังนั้นการดื่มแอลกอฮอลล์ซึ่งมีผลต่อตับ จะทำให้ส่งผลต่อตาไปด้วย
 





  ลักษณะอาการของอาการตาแห้ง

    - เคืองตา และคันตา ผู้ที่มีอาการตาแห้งมักจะมีอาการแสบเคืองตา และคันตา เนื่องจากการที่ดวงตาไม่มีน้ำตาหล่อลื่นทำให้เนื้อเยื่อดวงตาเกิดการระคายเคืองได้ง่ายขึ้น

    - ดวงตาระคายเคืองง่ายกว่าปกติ เพราะดวงตาที่แห้งทำให้ทนการกระทบต่อสิ่งเร้าได้น้อยกว่าปกติ ดังนั้นเมื่อดวงตาโดนควัน โดนลม หรือใส่คอนแทคเลนส์ ทำให้ดวงตาเกิดอาการเคืองได้ง่าย

    - มักจะมีความรู้สึกคล้ายมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา เพราะตาที่แห้งทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายซึ่งอาการหนึ่งของการระคายเคืองคือการที่รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในดวงตา

    - แพ้แสง แพ้ลม การที่เกิดภาวะตาแห้งในวลาที่โดนแสง หรือ โดนลมบ่อยเข้าจะทำให้ตายิ่งแห้งขึ้นไปอีก เมื่อเป็นบ่อยเข้าทำให้เกิดภาวะแพ้แสง และแพ้ลมได้
 


  การวิเคราะห์แยกแยะอาการตาแห้งตามกลุ่มอาการ

    อาการตาแห้งในทางการแพทย์แผนจีน มองว่าเกิดจากภาวะหยินพร่อง ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้

    1.หยินในตับ และไตพร่อง (肝肾阴虚型)
    อาการทางคลินิก คือ ตาแห้ง กลัวแสง กระพริบตาถี่  ตาขาวมีสีแดงอ่อน ปวดเมื่อยเอวและเข่า  เวียนศีรษะ อาจมีเสียงในหู  ฝันเยอะ  ปากแห้ง 
    ลักษณะลิ้น ลิ้นแดง ฝ้าลิ้นบาง 
    ลักษณะชีพจร ชีพจรเล็ก

    2.ลมปราณและหยินพร่อง  
    อาการทางคลินิก คือ  ตาแห้ง  กลัวแสง ตาพร่ามัว ตาล้าได้ง่าย  เหนื่อยเพลีย  ปากแห้ง  อุจจาระแห้ง  ปัสสาวะน้อย 
    ลักษณะลิ้น ลิ้นสีแดงอ่อน ฝ้าลิ้นบาง 
    ลักษณะชีพจร ชีพจรเล็กและเบา
 
    3.หยินพร่องมีความร้อนชื้น
    อาการทางคลินิก ตาแห้ง  กลัวแสง  มีอาการปวดและตาพร่ามัว  ปากแห้ง  อุจจาระแห้ง  ปัสสาวะเหลือง 
    ลักษณะลิ้น ลิ้นแดง  ฝ้าลิ้นเหนียวเหลือง 
    ลักษณะชีพจร ชีพจรเร็ว
 


  อาหารที่ช่วยบำรุงรักษาอาการตาแห้ง

    ลูกเดือย ลูกเดือยจัดเป็นอาหารที่เป็นยาอายุวัฒนะ และมีวิตามินมากมาย โดยเฉพาะวิตามินเอ ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญในการบำรุงสายตา ช่วยทำให้สายตาไม่พร่ามัว ลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา และทำให้ดวงตาชุ่มชื้นขึ้น วิธีการใช้ สามารถต้มทานเป็นข้าวต้ม ทำเป็นขนมหวาน หรืออบกรอบ เป็นต้น

    เก๊กฮวย เก๊กฮวยจัดเป็นพืชไม้ดอกนิยมปลูกมากแถบประเทศจีน และญี่ปุ่น ในดอกเก๊กฮวยมีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) สารไครแซนทีมิน (Chrysanthemin) สารอดีนีน (Adenine) สตาไคดวีน (Stachydrine) โคลีน (Choline) กรดอะมิโน เป็นจำนวนมากซึ่งสารต่าง ๆ ดังกล่าวทำให้เก๊กฮวยมีคุณสมบัติช่วยดับกระหายคลายร้อน และช่วยบำรุงสายตา วิธีการใช้ ใช้ดอกเก๊กฮวยต้มดื่มเป็นน้ำชา

    เก๋ากี้ ทางแพทย์แผนจีนจัดเป็นยาที่มีฤทธิ์เป็นกลาง ช่วยบำรุงเลือด บำรุงไต มีสารแซนทีน (Zeaxantine) ในปริมาณมากซึ่งมีฤทธิ์ในการบำรุงสายตา ช่วยลดอาการตาพร่า ตามัว วิธีใช้ นำเก๋ากี้ประมาณ 10 - 20 เม็ดต้มเป็นชา หรือใส่ในอาหาร เช่น แกงจืด

    ผักโขม นับเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่คนนิยมรับประทานกัน ในผักโขมมีวิตามินเอสูงมากจึงสามารถช่วยบำรุงสายตาได้ดี นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีสูง สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณได้ด้วยและเนื่องจากผักโขมมีเส้นใยอาหารมาก จึงช่วยเรื่องการขับถ่าย

    ผักบุ้ง แครอท ฟักทอง อาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยวิตามินเอซึ่งช่วยในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อดวงตา จึงเหมาะในการเป็นอาหารสำหรับบำรุงสายตา
 





  การบำบัดรักษาทางแพทย์จีน

   1.ฝังเข็มปรับสมดุลร่างกาย และรักษาอาการตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    - อาการตาแห้งจากสาเหตุกลุ่มอาการหยินในตับและไตพร่อง ใช้การรักษาด้วยการฝังเข็มที่มีคุณสมบัติบำรุงหยินในตับ บำรุงไต
    - อาการตาแห้งจากสาเหตุกลุ่มอาการลมปราณและหยินพร่อง ใช้การรักษาด้วยการฝังเข็มที่มีคุณสมบัติบำรุงลมปราณ บำรุงหยิน


    2.ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง ตามแต่ละอาการ เช่น
     - อาการตาแห้งจากสาเหตุกลุ่มอาการหยินพร่องมีความร้อนชื้น ทำการรักษาโดยให้ยาที่มีสรรพคุณบำรุงหยิน ขับร้อนชื้น

 


  คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

    1.ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 - 8 ชั่วโมง และควรนอนระหว่างช่วงสามทุ่ม ถึง ตี5 เพื่อให้ร่างกายสามารซ่อมแซมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 
    2.ควรดื่มน้ำสะอาดประมาณ 2 - 3 ลิตร โดยใช้การจิบทั้งวันเพื่อให้เลือดไม่หนืดข้น และทำให้ร่างกายมีน้ำเพียงพอในการทำน้ำหล่อลื่นดวงตา
    3.ทานอาหารบำรุงสายตา เช่น ผักบุ้ง ฟักทอง แครอท
    4.งดใช้สายตาในการใช้มือถือ คอมพิวเตอร์ เป็นระยะเวลานาน
    5.งดทานอาหาร ปิ้ง ทอด มัน ย่าง
 


      ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เป็นหน้าต่างที่ทำให้เราสามารถมองเห็นโลกภายนอกได้ หากหน้าต่างบานนี้เสียหายไปคงไม่ดี จะดีไหมหากเรารักษาหน้าต่างบานนี้ให้ดีเพื่อที่จะได้ใช้ไปนาน ๆ แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าจนถึงขั้นผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาได้ แต่การที่เรารักษาดวงตาให้ใช้ได้นาน ๆ ย่อมดีกว่าเป็นแน่แท้








  หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็นโรค และปัจจัยอื่น 
 
Current Pageid = 427